| ผู้ที่โพสต์ |
กุ้งขาวปล้องไม้ไผ่ |
เว็บมาสเตอร์

โพสต์: 1269 |
โพสต์เมื่อ: 23/11/2006-16:53 GMT+7  
บทความนี้ ลงตีพิมพ์ใน นสพ.กุ้งไทย ปีที่4 ฉบับที่74 เดือน พฤศจิกายน 2549 |
....... ภาพกุ้งขาวที่นำมาให้ชมกันในวันนี้ ดูเผินๆแล้วคล้ายกับกุ้งเป็นโรคตัวพิการ แต่เท่าที่ติดตามภาวะนี้มา คาดว่าไม่ได้เป็นกุ้งตัวพิการที่เกิดจากเชื้อไวรัส IHHNV แต่จะพิกลพิการจากสาเหตุใด ก็ไม่อาจจะทราบได้อย่างแน่ชัด จากการสังเกตุ พบว่า กุ้งมีการเจริญเติบโตตามปกติเท่ากุ้งปกติตัวอื่นๆในบ่อ ไม่มีอาการกรีคดงอแต่อย่างใด การกินอาหารของกุ้งในบ่อเป็นไปตามปกติ และอัตราการเติบโตของกุ้งในบ่อ ก็เป็นไปตามอัตราที่ควรจะเป็นทุกอย่าง
....... ดูไปแล้ว ก็ไม่น่าจะยกเรื่องนี้มาเป็นปัญหาให้ขบคิด แต่เมื่อวันจับกุ้งขายมาถึง ปัญหาที่ทำให้ผู้เลี้ยงต้องปวดใจ ก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ว่า การที่ผู้รับซื้อ กดราคา โดยให้เหตุผลว่า กุ้งที่จะขาย เป็นกุ้งตัวพิการ !!
....... กุ้งที่นำมาโชว์นี้ เป็นกุ้งที่เคลมว่า มีสายพันธ์จากนอก ไม่ได้มาจากพันธ์กุ้งบ่อดิน มีการพบกุ้งในภาวะนี้ ในหลายๆบ่อ จากหลายๆฟาร์ม จนเป็นประเด็นข้อสงสัยมาหลายเดือนแล้วว่า เกิดจากสาเหตุใดกันแน่ และควรที่จะเร่งหาสาเหตุ เพราะหากสาเหตุนั้น สามารถแก้ไขได้ ก็สมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับการแก้ไข
....... และในเวลานี้ ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่า จุดที่ควรจะแก้ไขนั้น อยู่ที่ใหน แต่ผู้เลี้ยงที่ต้องเผชิญปัญหาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในเวลาที่จับกุ้งขายนั้น ก็คงต้องหาหนทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปพลางๆก่อน ก็ใครเล่าที่เดือดร้อน ??
....... มีหนทางหนึ่ง ที่ผู้เลี้ยงอาจจะรอดพ้นจากการโดนกดราคา โดยปกติแล้ว กุ้งที่มีอาการตัวคดงอเหล่านี้ อาจจะมีไม่มากนัก การที่จะโดนอ้างถึงกุ้งพิการแล้วกดราคากุ้งทั้งบ่อ ก็ดูจะไม่เป็นธรรมสักเท่าไหร่ กรณีกุ้งพิการมีไม่มาก อาจจะทำข้อตกลงกับผู้ซื้อว่า ให้คัดกุ้งเหล่านั้นแยกออกมา แล้วตีราคากุ้งปกติ ตามราคาของกุ้งปกติ วิธีนี้ดูจะเป็นธรรมมากกว่า
....... ก็ขอฝากความหวังกับนักวิชาการได้ช่วยชี้ชัดว่า กุ้งตัวพิการเหล่านี้ มีสาเหตุจากอะไร สามารถป้องกันได้หรือไม่ เป็นภาวะที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม หรือมาจากยีนที่ผิดปกติ หรือมาจากเชื้อโรคชนิดใหนกันแน่
_________________
โทรมาคุยกันได้ ด้วยความยินดีครับ.....นพ.ธีรพัฒน์ หงสกุล 01-478 8850
[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2006-12-16 10:42 GMT+7]
 
|
เว็บมาสเตอร์

โพสต์: 1269 |
วันนี้เครียดกันมั้ย เล่นบอร์ดแล้วยังเครียด มาเล่นเกมส์แก้เครียดกัน ไปลุยกันเลย :)
โพสต์เมื่อ: 23/11/2006-17:16 GMT+7  
ใครเคยเจอะเจอกุ้งแบบนี้ ก็ขอเชิญเข้ามาแจมความคิดเห็นกันหน่อยครับ
_________________ ความเห็นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888
 
|
tidaratnok@hotmail.com
[ไม่ได้ลงทะเบียน] |
โพสต์เมื่อ: 24/11/2006-09:27 GMT+7  
อ่านแล้วเพื่อนบอกว่าเคยพบแต่ไม่ทราบสาเหตุเหมือนกันนะ แล้วที่ฟาร์มของ นพ.มีหรือเปล่าคะ
 
|
เว็บมาสเตอร์

โพสต์: 1269 | โพสต์เมื่อ: 27/11/2006-19:08 GMT+7  
เจอแบบนี้20% จากจำนวนบ่อที่เลี้ยงครับ
_________________ ความเห็นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888
 
|
เอก
[ไม่ได้ลงทะเบียน] |
โพสต์เมื่อ: 29/11/2006-15:23 GMT+7  
ผมได้ข่าวว่าเป็นข้ออ้างในการกดราคากุ้งของแพที่รับซื้อครับ
 
|
แจ๊ค...เองครับ
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 05/12/2006-19:24 GMT+7  
เกิดจากความเครียดครับ
วิธีแก้ไข . ต้องลดความเครียดในกุ้งให้ได้ครับ
สาเหตุของความเครียด อาจจะมาจากมีสารผิดจากภายนอกลงไปเจือปนในบ่อกุ้ง เช่นบ่อกุ้งอยู่ใกล้โรงพยาบาล หรือ สวนยางพารา หรือ สวนปาร์ม อาจจะมีสารตกค้างมลภาวะ เช่นมีสารก่อมะเร็งจำพวกยาฆ่าแมลงในหน้าแล้ง หรือ น้ำเสียที่ไม่ผ่านการบำบัดจากโรงพยาบาลหรือ โรงงานแปรรูปยางพารา
อีกสาเหตุหนึ่งคือ มีการปล่อยวัวในฟาร์มกุ้ง เพราะกุ้งขี้ตกใจมากครับ
อีกสาเหตุหนึ่งคือ แสงไฟในเวลากลางคืน คุณควรติดหลอดไฟสีเหลืองมากกว่าสีขาวนะครับ เพราะ ม่านตาของกุ้งไวต่อแสงสีขาวมากกว่าสีเหลืองครับ 
 
|
เอกอนันต์ (ไทยยูเนี่ยนฯ)
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 25/12/2006-09:32 GMT+7  
จากตามติดข้อมูลดังกล่าว พบว่า กุ้งที่มีอาการดังกล่าวผมส่งไปตรวจแล้วไม่มีเชื้อไวรัส IHHNV ซึ่งก่อให้เกิดโรคตัวพิการในกุ้งขาว ในไทยได้มีการตั้งข้อสังเกตุว่าถ้ากุ้งตัวคดงอ หรือเป็นปล้องไม้ไผ่แล้วมีอาการกรีกุด(สังเกตุตรงกรี)กรีเบี้ยว กรีงอ กรีผิดปกติ ร่วมเวลาตรวจจะเจอไวรัส IHHNV แต่ถ้าไม่มีอาการกรีผิดปกติเลย เมื่อไปตรวจมักไม่พบIHHNV ให้มองว่าน่าจะเกิดจากการเพาะกุ้งขาวที่ได้มาจากพ่อแม่เลือดชิด ครับ และแนวโน้มจะพบอาการแบบนี้มากขึ้นในไทย เพราะคนไทยเริ่มนิยมเอารุ่นลูกที่โตในบ่อมาผสมกัน โดยไม่มีการมองถึงพันธุกรรม 
 
|
เว็บมาสเตอร์

โพสต์: 1269 | โพสต์เมื่อ: 25/12/2006-14:04 GMT+7  
ขอบคุณคุณเอกอนันต์มากๆครับ ที่เข้ามาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากๆ
จะว่าไปก็คล้ายๆกับมนุษย์นะครับ ญาติมาแต่งงานกัน ลูกออกมามีโอกาสพิการผิดปกติได้สูง
ถ้าสาเหตุหลักๆมาจากพ่อแม่พันธ์มีเลือดชิดจริงๆละก็ เราเอามาเลี้ยงในบอดิน ก็คงจะหมดทางป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเช่นนี้กระมังครับ เพราะมันผิดปกติมาจากในยีน
ถ้าเช่นนั้น ก็ขอให้เพื่อนๆ ลองเก็บข้อมูลดูนะครับ ว่าลูกกุ้งที่ซื้อหามานั้น มี%ของกุ้งแบบนี้ สูงขึ้นเรื่อยๆหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ย่อมแสดงว่า การคัดเลือกสายพันธ์ของแฮทเชอรี่นั้นๆ มีคุณภาพการคัดเลือกด้อยลง ยิ่งพัฒนา ก็ยิ่งมี%ความผิดพลาดมากขึ้น????
ลูกกุ้งที่มากจากแม่พันธ์แท้ๆ มาจากนอกแบบอุ่นๆ ก็จะมีกุ้งภาวะตัวพิการได้น้อยมากๆ แม่พันธ์นอกแล้วนำมาต่อยอดเอาเอง หากมีความไม่รอบคอบ โอกาสเกิดลูกกุ้งตัวพิการก็มากขึ้น และลูกกุ้งที่มาจากแม่พันธ์บ่อดินเมืองไทย ก็คงจะให้กำเนิดลูกกุ้งตัวพิการได้สูงกว่าแม่พันธ์ข้างต้น
ข้อสังเกตุนี้ น่าจะเป็นจริง เพราะเมื่อสมัยเรานำแม่พันธ์จากนอกเข้ามาใหม่ๆ เราไม่เคยเห็นกุ้งในบ่อดินเป็นเช่นนี้เลย แต่มาปัจจุบัน มีกุ้งปล้องไม้ไผ่ในบ่อดิน เยอะมากๆ ขอย้ำว่า เห็นบ่อยมากๆ
ขอแนะนำว่า ใหเพื่อนๆเก็บข้อมูลนะครับ ว่าบ่อข้างเคียง มีกุ้งเช่นนี้หรือไม่ ถ้าของเรามี แต่ของเพื่อนไม่มี ลองถามดูว่า เพื่อนเค้าใช้ลูกกุ้งจากบริษัทใด เก็บข้อมูลเอาไว้มากๆก็พอที่จะมองภาพออกว่า ใคร จริงใจในการนำเสนอลูกกุ้งคุณภาพที่แท้จริงครับ
ผมก็กำลังเก็บข้อมูลอยู่นะครับ ตอนนี้เริ่มมองเห็นภาพบ้างแล้ว ว่าลูกกุ้งจากที่ใด เมื่อนำมาเลี้ยงแล้ว มีกุ้งปล้องไม้ไผ่บ้าง
ปัจจุบัน ไม่ว่าลูกกุ้งจะราคากี่สตางค์ ก็เกิดกุ้งปล้องไม้ไผ่ ได้เหมือนกันหมด
ต่างกันที่ % ของกุ้งปล้องไม้ไผ่ในบ่อเท่านั้นเอง
และ ตัวปัญหา ก็คือ % นี่แหล่ะครับ บ่อของเพื่อนผมเพิ่งจับไปเมื่อวานนี้ มีกุ้งปล้องไม้ไผ่ประมาณ 13% แต่แพตีเป็น 20% และโดนกดราคากิโลกรัมละ 5บาท
ดังนั้น แฮทเชอรี่ กรุณาอย่าเอ่ยคำว่า ไม่เป็นไร เรื่องเล็กนะครับ เพราะ เกษตรกรเค้าไม่ได้แฮปปี้เท่าไหร่ในเรื่องนี้
_________________
โทรมาคุยกันได้ ด้วยความยินดีครับ.....นพ.ธีรพัฒน์ หงสกุล 01-478 8850
[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2006-12-25 14:06 GMT+7]
 
|
เกียรติศักดิ์
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 26/12/2006-18:38 GMT+7  
จับกุ้งผลเปนยังไงบ้างราคาดีมั้ยครับ หักลบกลบหนี้แล้วเปนที่พอใจมั้ยครับ หรือไม่ได้ไม่เสีย อิอิ
กุ้งช่วงนี้โตดีมั้ย
ยังมีกุ้งที่ยังเลี้ยงอีกมั้ย
ได้ข่าวว่าสตูลตัวแดงระบาดอย่างรุนแรง
ช่วงนี้ยุ่งๆกับแบคโฮ ขยับขยายบ่อเพิ่ม ไม่ได้เข้ามาอ่านบอร์ด
จะลงกุ้ง28นี้กับวันที่10(ไม่ชอบเตรียมบ่อนานๆ มีน้ำก้ปล่อยได้เลย)
เห็นราคาแบบนี้เครียดครับ อากาศไม่เต็มใจ กุ้งโตไม่ทันใจเครียด อิอิ
อีก3บ่อตอนนี้ไปจับช่วงต้นปี เผื่อราคาเปนใจ ช่วงเทศกาลกุ้งเล็กใครเสนอราคาดีไม่แน่ จับ อิอิ
 
|
เว็บมาสเตอร์

โพสต์: 1269 | โพสต์เมื่อ: 26/12/2006-19:21 GMT+7  
คุณเกียรติศักดิ์ ถามผมหรือครับ งั้นตอบนะครับ
ตอนนี้เลี้ยงอยู่สามบ่อ ลงแบบลองๆลงไปยังงั้น อายุได้ 60 70 80 วันแล้ว ช่วงลงกุ้ง โรคตัวแดงระบาดพอดี ก็เลยวัดดวงเผื่อจะผ่านไปได้ ก็ยังถือว่า ดวงแข็งพอควรครับ ที่กุ้งยังไม่ตาย
โตดีมั้ย ก็พอได้ครับ เพราะลงไม่บางเท่าไหร่ 60วันได้ 125ตัวต่อกิโล และคิดว่า น่าจะรอดผ่านพ้นจนถึงสี่ห้าหกเดือนได้ แบบว่า เลี้ยงทีไร ก็โดนไฟท์บังคับให้เลี้ยงยาว เพราะราคากุ้งไม่ค่อยดีนี่แหล่ะครับ
ตอนนี้สตูลก็ยังระบาดไปด้วยโรคตัวแดงครับ และยังมีกุ้งแปลกๆให้ดูอยู่เสมอๆ ไม่รู้เป็นไงสิ เฮ้อออ
_________________ ความเห็นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888
 
|
เกียรติศักดิ์
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 27/12/2006-19:24 GMT+7  
ยอดเยี่ยมเลี้ยงฝ่าพื้นที่สีแดงระบาด ได้เกิน2เดือน คิดว่าเปนเพราะโชคชะตาหรือการคุมอาหารไม่ให้น้ำเสียหรือระบบป้องกันพาหะจากภายนอก(รั้วกันนกปู กรองพาหะ) หรืออื่นๆ
มีกุ้งอาการแปลกๆให้ดู รู้สึกตื่นเต้นน่าค้นหาดี อิอิ
 
|
เว็บมาสเตอร์

โพสต์: 1269 | โพสต์เมื่อ: 21/01/2007-20:24 GMT+7  
เรื่องกุ้งตัวพิการนี้ ทำให้ราคาขายโดนตัดไปถึงห้าบาทต่อกก เป็นเรื่องที่แย่ในความรู้สึกจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อเจอในภาวะที่ ใช้ลูกกุ้ง a บังคับใช้อาหาร b แต่เวลาขายกุ้ง บริษัทหายจ้อย ไม่มาดูดำดูดีลูกค้าเลย
ข่าวมาว่า บริษัทใหญ่นี้ กำลังโล๊ะแม่กุ้งชุดเดิม และแจ้งเกษตรกรว่า มีการนำเข้าแม่พันธ์ชุดใหม่ทั้งหมด เพราะชุดเดมที่นำมาต่อยอดเอง มีปัญหาเลือดชิด ทำให้ลูกกุ้งเกิดเป็นกุ้งตัวพิการใน%ที่สูง ก็ขอให้เพื่อนๆติดตามต่อไปครับว่า ลูกกุ้งในปีนี้ จะมีตัวพิการมากหรือไม่
http://www.fisheries.go.th/shrimp/modules.php?name=News&file=article&sid=30
_________________ ความเห็นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888
 
|
เกียรติศักดิ์
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 21/01/2007-21:44 GMT+7  
จับอีกแล้วหรือคัรบ ยินดีด้วย อิอิ
มาถึงช่วงปลายหนาวแล้ว
 
|
เกียรติศักดิ์
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 21/01/2007-21:47 GMT+7  
แล้วไม่คัดแยกออกละครับ ตัวไหนตัวคดแยกออกมาเอาไปกินเอง อิอิ
 
|
โรจน์ ระโนด
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 22/01/2007-13:12 GMT+7  
ผมลงกุ้งไป 80 กว่าวันแล้วครับ ลูกกุ้งถังเหลืองนะครับ ผมพบว่ากุ้งในบ่อผิดปกติตั้งแต่ 60 วันกว่า ๆครับ ก็เอว-คด-ครับ และเซลล์หนีหน้าไปเลย อะ เกือบ 3 เดือนแล้ว กุ้งยังไม่หลุดร้อยเลย ที่นี่ ก็โดนกันไปหลายเจ้าเหมือนกัน....ลูกกุ้งแม่พันธ์ทำเองบ่อดินชุมพร อาจจะมีปัญหา....รุ่นที่แล้วได้กำไรไป 9 แสนกว่าบาท เลี้ยง 149 วันจับได้ 13.5 ตันซซ์ 47 ตัว / กก. กินอาหารไปหนัก 34 ตัน รุ่นนี้ น่าจะเจ๊ง 5 - 6 แสนบาท....รุ่นต่อไปอาจจลองแบบคุณหมอบ้างนะครับ เพราะเห็น อบต. ที่ ต. ระวะ เอากุ้งของบริษัท แถบสีฟ้ามาลง 8 แสนในบ่อ 6 ไร่ 19 วันโตใช้ได้ น่าจะราว ๆ 200 ตัว/กก. การปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์กุ้งให้ออกมาดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ อาจจะเป็นหนทางเดียวที่ ชาวนากุ้งจะต้องยึดมั่น อาจจะต้องช่วยกันบริจาคเงินเพื่อให้เป็นทุนในการวิจัยอย่างต่อเนื่อง...ผมก็จองลูกกุ้งกล่องสายสีฟ้านี้แล้วเช่นเดียวกัน....ก็ต้องลองดูครับ...ที่ระโนดนี้มีหลายคนเลี้ยงได้ไม่ดีแต่ก็มีหลายสิบคนที่ทำได้ดีเยี่ยม 5 รุ่นติดต่อกัน บางรุ่นทำ 102 วันได้ 42-43 ตัว / กก. [ มีบริษัทยักษ์ขายนอเพียสที่ภูเก็ตไปขอซื้อกุ้งเป็น 1,500 กิโล นัยว่าจะเลี้ยงไปเป็นแม่พันธุ์กุ้ง โดยไม่ลงทุนด้านการวิจัยอะไรเลยครับ เขาอาจจะไม่รู้ว่า นั่นจะทำให้ได้ลูกกุ้งเลือดชิด อนิจา ยักษ์ใหญ่...โรงเพาะกุ้งบ้านทั้งหลายนั่นแหละ คนที่ไปซื้อนอเพียสของเขามาทำลูกกุ้งขาย ] (กุ้งลง 3.5 แสนได้ 6.2 ตัน ทุน 4 แสนกว่าบาทขายได้ โลละ 190 บาท เมื่อ 28.4.06 เงินได้ 1.12 ล้าน ทุนไม่ถึง5 แสน)การ เลี้ยงกุ้งน่าพิศมัยมากครับแต่ คุณต้องเชื่อมั่นในการพัฒนาสายพันธุ์ ถ้าเรายังซื้อลูกกุ้งจากโรงเพาะที่ซื้อแต่นอเพียส เราก็ไม่ได้อะไรเลย เท่ากับเราไม่ได้ส่งเสริมให้ การวิจัยสายพันธุ์กุ้งขาวก้าวไปข้างหน้า ก็อย่างว่า นานาจิตตัง ใครๆ ก็อยากได้ของราคาถูก แต่พอกุ้งของตัวเองขายถูก ๆ ก็ บ่น ทำไมไม่ไปลดต้นทุน ด้วยลูกกุ้งที่โตเร็วกว่าเวลาจริง ที่กินอาหารน้อยกว่าอาหารจริง, ประหยัดเวลาไป 30% ประหยัดอาหาร 30% ผมจะลองเลี้ยงลูกกุ้งแบบที่ คุณหมอแนะนำครับ....เข็ดแล้ว...ชุมพร 
 
|
เกียรติศักดิ์
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 22/01/2007-21:09 GMT+7  
อ่านแล้วสับสนคุณโรจน์ ระโนด
คุณเป็นหน้าม้าหรือว่าโดนของแพงแล้วไม่โต แล้วไปแนะนำให้ซื้อกุ้งจากลูกกุ้งกล่องสายสีฟ้า เพราะจากการเห็นคนอื่นๆเลี้ยง โดนคุณยังไม่ทดลองเอง
ลูกกุ้งกล่องสายสีฟ้ามันของค่ายไหนหรือสงสัยจัง พอดีผมไม่เคยเฆ็นนะ เจอแต่ถังเหลืองๆ
 
|
เว็บมาสเตอร์

โพสต์: 1269 | โพสต์เมื่อ: 23/01/2007-18:58 GMT+7  
เซลล์ขายลูกกุ้งหนีหน้าอยู่แล้วครับ เพราะเค้าไม่ได้ผิด บริษัทต่างหากที่ผิด (แต่เซลล์เค้ารับ%ค่าคอมจากค่าอาหารไปเรียบร้อยแล้ว) แถมเวลาจับ บริษัทยังไม่ได้มารับผิดชอบรับซื้ออีกต่างหาก ลอยแพกันเห็นๆ ช่วงที่มีปัญหากุ้งตัวคดงอใหม่ๆ ก็มักจะพยายามกล่าวหาว่า เลี้ยงไม่ดีรึเปล่า (ลูกกุ้งดีเสมอ)
เรื่องแบบนี้ ผมคิดว่า เกษรตรกรจะตัดสินใจได้เองว่า ควรจะใช้ลูกกุ้งยี่ห้อใหน ถามไถ่เพื่อนฝูง หาข้อมูล อย่าปักใจกับยี่ห้อเดียว กล้าเปลี่ยนและลองของใหม่(หลังจากถามเพื่อนฝูงอย่างดีแล้ว)
ปัจจุบัน ไม่ได้มีดีอยู่ยี่ห้อเดียวเหมือนก่อนแล้ว เพียงแต่ความเชื่อเช่นนั้น ยังคงติดอยู่ในสมองของชาวกุ้งหลายๆคน จึงยังไม่กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเอง
ข่าวล่ามาว่า เดือนเมษานี้ จะมีลูกกุ้งของอีกค่ายหนึ่ง ซึ่งใหญ่พอสมควร ออกสู่ตลาดจากแฮทเชอรี่ของบริษัทเองโดยตรง ผมคิดว่าน่าสนใจที่จะลองเช่นกัน เพราะรายนี้เค้าก้ครบวงจร และจากการที่ครบวงจร คาดว่า อย่างน้อยที่สุด ก้จะมีความตั้งใจที่จะทำลูกกุ้งที่ดีออกมา ส่วนรายเดิมๆที่ครบวงจรแต่บางช่วงทำลูกกุ้งห่วยแตกออกมานั้น อาจจะเพราะยังคงกระหยิ่มยิ้มย่องว่า ข้าเก่งอยู่ผู้เดียวในปฐพีนี้
_________________ ความเห็นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888
 
|
เกียรติศักดิ์
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 28/01/2007-21:09 GMT+7  
เป็นไปได้มั้ยที่กุ้งขาวเป็นมะเร็ง ผมเคยพบก้อนเนื้อสีดำในกล้ามเนื้อของกุ้งขาวฝั่งอยู่ภายใน
แล้วอาการกุ้งปล้องไม้ไผ่อาจจะเกิดจากเซลที่ผิดปกติ(ลอกคราบบ่อยไป อิอิ) โดยสาเหตุที่กุ้งเป็นมะเร็งมาจากอาหารตั้งแต่แฮชเชอร์รี่
สิ่งที่ผมอยากรู้มากสุด แฮชเชอร์น่าจะรู้คำตอบดี ว่าลูกกุ้งที่ไม่มีผสมพันธ์จนเลือดชิดกันเกินไปยังมีอาการแปลกบ้างมั้ยเช่นตัวสีทอง ปล้องไม้ไผ่ กรีคด ไส้คด อื่นๆ ผมคิดว่าถ้าคำตอบที่ได้อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากเลือดชิด วงการวิทยาศาสตร์ไทยคงก้าวหน้าไปอีกขั้นแน่ๆ อิอิ
 
|
Thiradet@.com
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 11/02/2007-08:21 GMT+7  

 
|
มือใหม่
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 01/03/2007-23:51 GMT+7  
ทำไมเลี้ยงกุ้งได้อายุ 1 - 2 เดือนกุ้งตายคับ กินอาหารปกติ แต่อยู่ๆก็ตายเฉยเลย (ไม่แสดงอาการล่วงหน้า) เอาไปตรวจก็เจอแต่ตัวแดง ปูนก็ลงสม่ำเสมอ (อัลคาไลน์ 90 -120,Ca 280 - 400,Mg 1000 - 1500 ) คุณภาพน้ำด้านอื่นๆก็อยู่ในเกณฑ์ดี ลงจุลินทรีย์สม่ำเสมอ ช่วยตอบหน่อยคับ ขอบคุณคับ
 
|
มือใหม่
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 01/03/2007-23:52 GMT+7  
ทำไมเลี้ยงกุ้งได้อายุ 1 - 2 เดือนกุ้งตายคับ กินอาหารปกติ แต่อยู่ๆก็ตายเฉยเลย (ไม่แสดงอาการล่วงหน้า) เอาไปตรวจก็เจอแต่ตัวแดง ปูนก็ลงสม่ำเสมอ (อัลคาไลน์ 90 -120,Ca 280 - 400,Mg 1000 - 1500 ) คุณภาพน้ำด้านอื่นๆก็อยู่ในเกณฑ์ดี ลงจุลินทรีย์สม่ำเสมอ ช่วยตอบหน่อยคับ ขอบคุณคับ
 
|
เกียรติศักดิ์
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 03/03/2007-16:35 GMT+7  
ต้องทำใจครับ ในสภาวะอากาศเช่นนี้ ผมก็โดนมาเหมือนกัน ป่วยเป็นตัวแดงกะทันหัน ทั้งที่สภาวะน้ำทุกอย่างดีพร้อม แต่เหตุการณ์ที่ไม่สามารถรองรับได้ก็เกิด ตอนนี้ผมยังหาคำตอบให้กับตนเองยังไม่ได้ว่ากุ้งป่วยเป๋นตัวแดงได้อย่างไร
ฟาร์มผมมี7บ่อ ป่วยเปนโรค2 ทุกบ่อสูบน้ำเหมือนกันหมด แต่มีวันนึงแดดออกจัด อากาศร้อนมาก และแล้วก็เกิดฝนตกอย่างรุนแรงพร้อมแดดออกจัด(น้ำกักในโอ่งจนเกือบเต็ม) ไม่เกิน2วันกุ้งในระแวกแสดงอาการป่วยทันที พบกุ้งลอยเกยขอบบ่อตอนี้เช้า ลักษณะลำตัวสีออกส้ม พบตัวตายบ้าง นกบินเต็ม แดดออกจัดกุ้งลอยหายลงน้ำหมด
ซ้ำร้ายราคา ตอนนี้ไม่ดีเลย
ขอเป็นกำลังใจพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่มีกุ้งขณะนี้ สู้ต่อไป รวมทั้งผมด้วย กุ้งปีนี้เลี้ยงยาก โตช้า โรคจะรุนแรงมากน้อยเพียงใดยังไม่สู้กุ้งโตช้า
 
|
meowmeow@yahoo.com
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 31/08/2007-15:52 GMT+7  
นานไปนิด แต่มั่นใจว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ... โรคนี้เดิมสรุปกันไม่ได้ว่าเป็นอะไรกันแน่ แต่ไม่ใช่เพราะเลือดชิด ไม่ใช่เครียด ไม่อยากสันนิษฐานมั่ว อาจารย์ ทิม บอกว่าเป็นโรคที่มาจากไวรัส คือ เป็นไวรัสที่มีอยู่ทั่ว ๆ ไปในประเทศ เมื่อลูกกุ้งที่มาลง อาจเป็นลูกกุ้งของบริษัทใดก็ตามแต่ ที่ไม่คุ้ยเคยกับไวรัสชนิดนี้ มันก็จะเกิดอาการเป็นปล้องไม้ไผ่ดังกล่าว ปัจจุบัน อาจารย์ทิม ตั้งชื่อว่า ASDS มาจาก Abdominal Shrimp Deformity Syndrome (ชื่อเต็มไม่แน่ใจว่าจำสลับหรือเปล่า)
 
|
peter
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 31/08/2007-16:03 GMT+7  
อาจารย์ ทิม คือใคร รู้ได้ไงว่าเกิดจากโรคไวรัส
 
|
meini
โพสต์: 24 | โพสต์เมื่อ: 31/08/2007-17:29 GMT+7  
ขออนุญาตตอบคุณpeterค่ะว่า อาจารย์ทิมโมที วิลเลียม ฟลีเกล เป็นอาจารย์ที่ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล(แต่ไม่แน่ใจว่าอาจารย์ยังสอนอยู่ที่เดิมหรือเปล่าเพราะจบจากที่นี่มาหลายปีแล้ว) และมีทีมวิจัยอยู่ที่หน่วยวิจัยเพื่อความเป็นเลิศ เทคโนโลยีชีวภาพกุ้ง มหาวิทยาลัยมหิดล อาจารย์มีงานวิจัยเกี่ยวกับโรคไวรัสในกุ้งมากมายค่ะ
และขอเสริมคุณmeowmeow@yahoo.comค่ะ ASDS น่าจะมาจาก Abdominal Segment Deformity Syndrome ซึ่งมีการศึกษาและประชุมสัมมนาใน World aquaculture society จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเขาสันนิษฐานว่าอาการดังกล่าวน่าจะมีสาเหตุมาจากไวรัสตัวใหม่ แต่ไม่มีรายงานว่าส่งผลต่ออัตราการตายหรือผลในการยับยั้งการเจริญเติบโตในกุ้งขาวค่ะ อย่างไรก็ตามการศึกษาดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานซึ่งยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมค่ะ ดิฉันขออนุญาตคัดลอกบทคัดย่อมาให้อ่านกันดังต่อไปนี้ค่ะ
During 2004-2006, shrimp farmers in Thailand, Malaysia and Indonesia have observed abnormal body shape of the Pacific white shrimp (Penaeus vannamei) in growout ponds. The abdominal segments of the shrimp are deviated laterally and dorso-ventrally, and the muscle is wasting and is opaque in some shrimp. No significant mortality or retardation in growth rate has been reported. Twenty shrimp with this abdominal segment deformity syndrome (ASDS) were determined by polymerase chain reaction (PCR) methods for the presence of infectious hypodermal and haematopoietic necrosis virus (IHHNV), infectious myonecrosis virus (IMNV), Macrobrachium rosenbergii nodaviridiae (MrNV), Taura syndrome virus (TSV) Laem Singh virus (LSNV); most of them were negative for all the viruses. In situ hybridization specific for IHHNV, IMNV, MrNV, TSV and LSNV are also negative. Histology revealed abdominal muscle necrosis and degeneration, with haemocytic infiltration. Under transmission electron microscopy (TEM), 20-22 nm, non-enveloped viral particles were observed in cytoplasm of connective tissue and glial cells of neural tissues, muscles, tegumental gland and gills. The particles were widely spread in the neural tissues, including the optic lobe, brain, thoracic ganglia, abdominal ganglia and ventral nerve cord. The findings suggest that ASDS in (P. vannamei) may be an infection caused by a new virus, causing neuromuscular dysfunction of the shrimp.
อ้างอิงจาก https://www.was.org/Meetings/AbstractData.asp?AbstractId=14813
_________________
[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: meini เมื่อ 2007-08-31 21:50 GMT+7]
 
|
Peter
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 31/08/2007-19:54 GMT+7  
Twenty shrimp with this abdominal segment deformity syndrome (ASDS) were determined by polymerase chain reaction (PCR) methods for the presence of infectious hypodermal and haematopoietic necrosis virus (IHHNV), infectious myonecrosis virus (IMNV), Macrobrachium rosenbergii nodaviridiae (MrNV), Taura syndrome virus (TSV) Laem Singh virus (LSNV); most of them were negative for all the viruses. In situ hybridization specific for IHHNV, IMNV, MrNV, TSV and LSNV are also negative
กุ้งที่นำมาตรวจ 20 ตัว ผลการตรวจด้วย PCR ให้ผลเป็นลบ แล้วทำไมถึงสันนิษฐานว่าเป็นเชื้อไวรัสตัวใหม่ล่ะครับเพราะไม่มีผลต่ออัตราการตายหรือผลในการยับยั้งการเจริญเติบโตในกุ้งขาว น่าจะเกิดจากอย่างอื่นที่ไม่ใช่การติดเชื้อมากกว่า เช่น การผสมเลือดชิด
 
|
meini
โพสต์: 24 | โพสต์เมื่อ: 31/08/2007-21:49 GMT+7  
จากการสุ่มตัวอย่างกุ้ง 20 ตัว มาตรวจหาไวรัสข้างต้นด้วยวิธีPCRแล้ว ให้ผลลบทั้งหมดก็จริง แต่ในการศึกษาได้นำกุ้งที่มีปัญหาไปตรวจhistology(เกี่ยวกับการศึกษาเนื้อเยื่อ)แล้วพบว่าเกิด "abdominal muscle necrosis and degeneration" ซึ่งเท่าที่ทราบมา ขออธิบายดังนี้
necrosisคือ การตายของเซลล์ที่เกิดจากการติดเชื้อหรือโดนสารเคมีอย่างเฉียบพลันและรุนแรง การติดเชื้อทำให้เซลล์นั้นต้องพยายามกำจัดเชื้อโรค แต่สุดท้ายก็ทำให้กล้ามเนื้อนั้นเสื่อมสภาพหรือถูกทำลายและกล้ามเนื้อตายในที่สุด จะเห็นว่าเนื้อนั้นจะเสียและสีขุ่นค่ะ
ส่วนการที่กุ้งลำตัวคดงอนั้น จากการหดตัวของกล้ามเนื้อเข้าหากันน่าจะมีสาเหตุจากการมีปัญหาของเส้นประสาท ซึ่งจากการศึกษาโดยTEM แล้วพบว่า มีอนุภาคของ non-enveloped viral particleกระจายในcytoplasmของconnective tissue, เนื้อเยื่อระบบประสาท, กล้ามเนื้อ, เหงือก, optic lobe, สมอง, thoracic ganglia, abdominal ganglia และventral nerve cord
จากคำอธิบายเสริมนี้โดยการอ้างอิงตามบทคัดย่อข้างต้น น่าจะทำให้เกิดความเข้าใจได้ว่า ทำไมทีมนักวิจัยจึงได้สันนิษฐานเกี่ยวกับอาการดังกล่าวว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากไวรัสตัวใหม่ค่ะ
[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: meini เมื่อ 2007-08-31 22:10 GMT+7]
 
|
นายกุ้งจิ๊กโก๋
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 02/09/2007-11:43 GMT+7  
Peter--กุ้งที่นำมาตรวจ 20 ตัว ผลการตรวจด้วย PCR ให้ผลเป็นลบ แล้วทำไมถึงสันนิษฐานว่าเป็นเชื้อไวรัสตัวใหม่ล่ะครับ
*** การตรวจโดยวิธี PCR เป็นการตรวจหาเฉพาะเชื้อไวรัสที่เรารู้จักแล้วเท่านั้นครับ ที่บอกว่าว่าเฉพาะเชื้อไวรัสที่เรารู้จัก ก็เพราะว่า จะตรวจโดย PCR ได้นั้น จะต้องมีชิ้นส่วน DNA สั้นๆ ที่จะเข้าคู่กับสารพันธุกรรมของไวรัสชนิดนั้นๆ ชิ้นส่วน DNA ที่ว่านี่ เรียกว่า Primer หรือ DNA Probe ซึ่งนักวิจัยสร้างขึ้นมา จากการศึกษาลำดับเบส ของไวรัสชนิดนั้นๆ ....
สรุปก็คือ เมื่อเราเห็น(โดย TEM. จากเนื้อเยื่อของกุ้งตัวคด) ว่ามีวิริออน ของไวรัสอยู่ จึงนำเอา Primer ของไวรัสกุ้งเท่าที่เราเคยรู้จัก และสร้างไว้แล้ว ซึ่งได้แก่ IHHNV, IMNV, MrNV, TSV และ LSNV มาทดลองตรวจดู ปรากฏผลเป็นลบ (In situ hybridization ก็เป็นลบด้วย) ก็หมายความว่า ไวรัสที่เห็นจากเนื้อเยื่อตัวอย่าง ไม่ใช่ไวรัสเดิมๆ ที่เราเคยรู้จัก ซึ่งก็สรุปในเบื้องต้นว่า น่าจะเป็นไวรัสชนิดใหม่...ขอรับกระผม
การศึกษาในขั้นตอนต่อไปก็น่าจะเป็นการสกัด และทำ Purify ไวรัสตัวนี้ จากนั้น ก็สกัดสารพันธุกรรม เอามาหาลำดับเบสทั้งหมด เพื่อจะยืนยันว่าเป็นไวรัสในกลุ่มไหน หรือเป็นตัวใหม่ซิงๆ ที่เราเพิ่งเคยเจอหรือไม่....จากนั้นก็ถึงขั้นการสร้าง DNA Primer สำหรับตรวจไวรัสตัวนี้โดยวิธี PCR, การยืนยันว่าไวรัสดังกล่าวเป็นสาเหตุหลักของอาการตัวคด..... ฯลฯ.......(เฮ้อ!!! แล้วใครจะให้งบทำวิจัยล่ะเนี่ย..อิๆ)
 
|
satunss
โพสต์: 13 | โพสต์เมื่อ: 05/09/2007-12:41 GMT+7  
ขออภัยเพื่อนสมาชิก ที่ผมจำเป็นจะต้องล๊อคกระทู้นี้ชั่วคราว เพราะ มีผู้ปรารถนาไม่ดี ใช้โปรแกรมพวกสแปม มาโพสต์ในกระทู้นี้ และผมไม่มีเวลามาตามลบออก
 
|