โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ดข่าววงการกุ้ง www.SiamMarine.com Index : เข้าชมข่าวทั้งหมด (หรือRefresh หน้าจอ) คลิ๊กที่นี่ : ธุรกิจสัตว์น้ำ::ลดกำลังการผลิต อาหารแพง ราคากุ้งตก กลไกธรรมชาติหรือเกมบี้รายย่อย
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ ธุรกิจสัตว์น้ำ::ลดกำลังการผลิต อาหารแพง ราคากุ้งตก กลไกธรรมชาติหรือเกมบี้รายย่อย  
web
 

โพสต์: 418
โพสต์เมื่อ: 26/04/2008-14:12 GMT+7  

เอื้อเฟื้อบทความโดย นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ ฉบับเดือน เมษายน 2551
สนใจลงโฆษณา หรือประสงค์จะนำเสนอบทความ ติดต่อได้ที่
คุณทิพวรรณ์ ซื่อสัตย์กุล
โทร. 02-912-1592, 081-441-5710
ถอดรหัสธุรกิจสัตว์น้ำ โดย ... กระเบนธง
อาหารขึ้นราคา น้ำมันแพง ราคากุ้งเริ่มตกต่ำ นี่คือสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้และไม่มีสัญญาณบอกเหตุใดๆ เลยว่า ปัจจัยลบเหล่านี้จะสร่างซาไป และนี่คือปัจจัยลบที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเหล่าเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ณ เวลานี้ในหลายๆ พื้นที่กระบวนการหาทางออกจึงเริ่มปรากฏขึ้น อย่างล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา มีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง อ.ระโนด จ.สงขลา และ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ประมาณ 50 คน ได้ยื่นหนังสือผ่านทางจังหวัดเพื่อส่งต่อไปถึง นายกรัฐมนตรี บอกให้รับทราบว่า ณ บัดนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเดือดร้อนกันอย่างหนักขอให้รัฐบาลช่วยเข้ามาแก้วิกฤตปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน โดยข้อเรียกร้องนั้นมี 5 ประการด้วยกัน ได้แก่
1.จัดโครงการรับจำนำกุ้ง
2.ควบคุมคุณภาพและราคาอาหารกุ้ง
3.จัดโครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซลราคาถูก
4.ห้ามนำเข้ากุ้งเพื่อแปรรูปส่งออกในนามประเทศไทย
5.ให้ขยายระยะเวลาโครงการพักชำระหนี้เกษตรกร
เช่นเดียวกันกับเหล่าเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำ อ.ขลุง จ.จันทบุรี ก็ได้วิงวอนให้รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐเข้ามาดูแลปัญหาความเดือดร้อน ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็น ราคาอาหารเม็ดและราคาน้ำมันที่ขยับสูงขึ้น แต่สวนทางกับราคากุ้งที่ขยับต่ำลงมา
หรือก่อนหน้านี้เหล่าสมาคมต่างๆ ที่อยู่ในวงการกุ้งได้ไปยังกระทรวงพาณิชย์เพื่อยื่นหนังสือให้กับรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อน ซึ่งในวันนั้นผมมีโอกาสเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย ปรากฏว่าผู้ที่ออกมารับหนังสือกลายเป็นรองอธิบดีกรมการค้าภายใน และได้แจ้งกับเหล่าผู้เข้าไปยื่นหนังสือว่า จะรับเรื่องไปยื่นต่อกับรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบว่าจะทำการเรียกผู้ประกอบผลิตอาหารสัตว์มาประชุมและหาทางออกต่อไป
สำหรับในเรื่องของสถานการณ์อาหารเม็ดนั้นล่าสุด นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ได้ออกมาชี้แจ้งว่า วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์น้ำราคาขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น กากถั่วเหลือง แป้งสาลี ปลาป่น ฯลฯ โดยนับจากปี 2546 จนถึงปัจจุบัน ราคาวัตถุดิบได้มีการปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉลี่ยกว่า 60% มีรายละเอียดดังนี้
กากถั่วเหลืองจากราคา 11.07 บาท/กก.ขึ้นเป็น 17.17 บาท/กก.หรือปรับขึ้น 55%
มันเส้น 3.05 บาท/กก. เป็น 5.17 บาท/กก. หรือปรับเพิ่ม 87%
ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากราคา 4.94 บาท/กก. ปรับขึ้นเป็น 8.41 บาท/กก. หรือปรับขึ้นกว่า 70%
รำข้าว 4.86 บาท/กก. ขึ้นเป็น 9.03 บาท/กก. หรือปรับเพิ่ม 85%
ปลาป่น 20.05 บาท/กก. ขึ้นเป็น 26.57 บาท/กก. หรือปรับเพิ่ม 32%
แป้งข้าวสาลี 15.87 บาท ขึ้นเป็น 22.40 บาท หรือปรับเพิ่ม 102%
นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ของวัตถุดิบว่าอาหารสัตว์ว่า ตอนนี้น่าเป็นห่วง เพราะในภาพรวมนั้นทั้งตัววัตถุดิบและพื้นที่การเพาะปลูกได้ถูกช่วงชิงไปใช้ในการผลิตเอธานอล หรือทำพลังงานทดแทน นอกจากนี้ยังมีปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลให้การเพาะปลูกพืชมีจำนวนลดลง ดังนั้นหากภาครัฐไม่อนุมัติให้ขึ้นราคาอาหารสัตว์มีความเป็นไปได้สูงมากที่โรงงานอาหารสัตว์หลายรายต้องปิดกิจการและที่น่าแปลกใจ คือ ในการประชุม กลุ่มผู้ผลิตสินค้าในวันที่ 6 มีนาคม ก็ไม่มีหนังสือเชิญผู้ประกอบการกลุ่ม อาหารสัตว์เข้าร่วมประชุม
ในส่วนของสถานการณ์การตลาดล่าสุด มิสเตอร์กุ้งหรือนายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองอธิบดีกรมประมง กล่าวถึงแผนเพิ่มศักยภาพการตลาดกุ้งไทยว่า แผนงานหนึ่งที่กรมประมงกำลังเร่งทำอยู่ตอนนี้คือการเปิดตลาดใหม่ สำหรับการแสดงสินค้าในต่างประเทศ ที่กรมประมงวางแผนที่จะเดินทางไปในช่วงปีนี้ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และรัสเซีย ซึ่งล้วนเป็นตลาดส่งออกสินค้ากุ้งที่สำคัญของไทย และน่าจะเป็นตลาดแหล่งใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อกระจายการส่งออกกุ้งของไทยไปได้มากขึ้น ทดแทนในส่วนของตลาดสหรัฐฯ ที่กำลังประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้
สำหรับสถานการณ์การผลิตกุ้งของประเทศไทย ณ ตอนนี้ น่าสนใจทีเดียวครับเมื่อผลผลิตมวลรวมทั้งประเทศมีปริมาณลดลง (ดังตาราง) โดยการลดลงนั้นไม่แน่ใจว่าเป็นการพร้อมใจกันลดลงของผู้เลี้ยงกุ้งหรือเป็นไปตามสภาวการณ์ที่ผู้เลี้ยงกุ้งโดยส่วนใหญ่ (รายย่อย) สายป่านเริ่มหมด แบกรับกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว บางคนจึงต้องชะลอ แต่บางคนต้องล่าถอยจากอาชีพนี้ไป
อย่างไรก็ดีมีการตั้งข้อสังเกตจากผู้เลี้ยงกุ้งกลุ่มหนึ่งซึ่งได้ส่งจดหมายมายัง กองบรรณาธิการธุรกิจสัตว์น้ำมาและหมายเหตุมาว่าอยากให้นำเสนอลงในธุรกิจสัตว์น้ำ แต่ด้วยถ้อยคำที่ค่อนข้างรุนแรง ผมจึงไม่สามารถนำมาลงได้ อย่างไรก็ตามก็ขอนำประเด็นที่ เกษตรกรกลุ่มนี้เขียนถึงมาบอกเล่ากันฟังก็แล้วกัน เขาเขียนมาว่า กับสิ่งที่เกิดขึ้นในวงการกุ้งตอนนี้ คือเกมที่มีการวางแผนกันมาล่วงหน้า กับมุมมองที่ว่า การรณรงค์ให้มีการผลิตกุ้งลดลง จะทำให้ราคากุ้งขยับขึ้น ซึ่ง ณ วันนี้ปริมาณกุ้งก็ลดลงแล้วแต่ทำไมราคากุ้งก็ยังไม่ดีขึ้น แถมเมื่อดูตัวเลขของแต่ละจังหวัด น่าสนใจทีเดียวว่า จังหวัดยุทธศาสตร์ที่มีการผลิตกุ้งมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ และรวมไว้ซึ่งกลุ่มบุคคลระดับแกนนำในวงการกุ้งกลับมีเปอร์เซ็นต์การผลิตกุ้งลดลงเพียงนิดเดียว
ซึ่งความจริงจะเป็นอย่างไรนั้นต่างมองก็ต่างมุมกันไป แต่สิ่งที่น่าจะเป็นคำตอบได้ในเบื้องต้น คือ มาตรการการลดกำลังการผลิตกุ้งน่าจะไม่ใช้ทางออกที่จะส่งผลให้ราคากุ้งขยับราคาขึ้น และเมื่อดูจากราคากุ้งตอนนี้ ฟังข้อมูลจากห้องเย็น/ผู้ส่งออกบางราย ที่บอกว่า สถานการณ์การส่งออกช่วงไตรมาสแรกของปียังไม่มีออร์เดอร์เข้ามา ตลาดกุ้งน่าจะเริ่มเดินหลังมีนาคมไปแล้ว การที่กุ้งราคาตกจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะตลาดไม่ซื้อกุ้ง กุ้งเลยขายไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่น่าคิดว่า ทำไมห้องเย็น/ผู้ส่งออก ยังมีความพยายามออกข่าวให้สังคมรับทราบว่า ต้องมีการนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศเพราะปริมาณผลผลิตกุ้งในประเทศไม่เพียงพอต่อการส่งออก


ผมมีโอกาสคุยกับ นพ.ธีรพัฒน์ หงสกุล เวปมาสเตอร์ สยามมารีน.คอม ในประเด็นที่ว่า มองอย่างไรบ้างกับสถานการณ์กุ้งไทยในปี 51 ท่านให้มุมมองที่น่าฟังว่า หากจะเกิดวิกฤติในวงการกุ้งอีกครั้ง วิกฤติครั้งนี้จะหนักกว่าครั้งที่ผ่านมา ดังเหตุผลต่อไปนี้
1.ค่าเงินบาท หลังจากที่มีการยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% แล้ว ค่าเงินบาทมีการแข็งค่าอย่างรวดเร็ว ไม่กี่วันหลังจากยกเลิก ค่าเงินบาทได้แข็งค่าขึ้นมากกว่า5% นับเป็นอัตราที่สูงมาก และมีแนวโน้มจะแข็งค่าได้มากกว่านี้หากทางรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่สามารถรับมือการเก็งกำไรค่าเงินบาทได้ ซึ่งค่าเงินบาทที่แข็งค่ามีผลต่อการส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากค่าเงินบาทของไทย แข็งค่าขึ้นมากกว่าค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงด้วยกันจะทำให้ภาคการส่งออกสูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งการคิดตัวเลขที่แท้จริงในการสูญเสียนั้น ย่อมเป็นตัวเลขประมาณการที่ฝ่ายส่งออกกล่าวมาทั้งสิ้นในเรื่องนี้ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทยได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนแล้วว่า หากค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไป ทางผู้ส่งออกก็มีความจำเป็นที่จะต้องกดราคารับซื้อกุ้งจากเกษตรกร และนี่คือสัญญาณบ่งบอกให้เกษตรกรจับตาดูค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลต่อราคาขายกุ้งมากกว่าปริมาณผลผลิตดังจะเห็นได้จากปัจจุบัน ที่ยอดผลิตกุ้งไม่ได้มากขึ้น มิหนำซ้ำลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหลายสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ราคากุ้งก็มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน


2. ต้นทุนในการผลิตกุ้ง ที่เพิ่มขึ้นจากเดิม ในส่วนของค่าพลังงานโดยเฉพาะฟาร์มที่ใช้น้ำมันดีเซล ปัจจัยการผลิตอื่น เช่น ดีเกลือ ยิบซั่ม มีราคาสูงขึ้นและที่สำคัญคือ ราคาอาหารกุ้ง ที่มีแนวโน้มจะขึ้นราคามากกว่าปัจจุบันอีก ซึ่งประเด็นอาหารกุ้งนั้น ในขณะนี้ ได้รับความสนใจจากเกษตรกรในแง่ของคุณภาพของอาหาร ในเรื่องนี้ ทางสยามมารีนได้ติดต่อขอข้อมูลจากซัพพลายเออร์วัตถุดิบอาหารกุ้งได้รับคำยืนยันว่า คำสั่งซื้อวัตถุดิบคุณภาพสูง ไม่ได้ลดลงและมีแนวโน้มสูงขึ้นด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตามเกษตรกรควรที่จะเฝ้าระวังคุณภาพของอาหารกุ้งอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่คุณสมบัติภายนอก กลิ่น การละลายน้ำตลอดจนอัตราการโตของกุ้งที่ใช้อาหารนั้นๆ และสมควรที่จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลแก่กัน ในเรื่องคุณภาพของอาหาร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อวงการส่วนรวม เพราะการกล่าวโดยเหมารวมไปทั้งหมด จะไม่เป็นธรรมต่อผู้ผลิตที่ยังคงยึดมั่นในการผลิตอาหารที่มีคุณภาพ และเรื่องนี้ รัฐบาลสามารถเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือในการลดต้นทุนการผลิตได้ เช่น หากจะมีการลดภาษีนำเข้า ก็อาจจะพิจารณาลดภาษีในรายการที่จะไม่กระทบต่อผู้ผลิตวัตถุดิบภายในประเทศ
3.ภาษีเอดี ถึงแม้ไทยเราจะชนะคดีในส่วนของWTO ก็ตาม ทางสหรัฐสามารถยื่นอุธรณ์ได้อีก
กว่าที่จะมีข้อสรุปคงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน ซึ่งการชนะคดีดังกล่าวไม่อาจส่งผลดีให้แก่ระบบได้ในทันทีและยิ่งเมื่อเปรียบเทียบภาษีกับประเทศคู่แข่งของไทยแล้ว พบว่าไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่ง
ยิ่งทำให้ศักยภาพในการแข่งขันลดลงไปอีก
4).ราคาขายผลผลิต ในปี 51 นี้ แนวโน้มราคากุ้งของไทย มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจนจากค่าเงินบาท ดังที่ได้กล่าวไว้แล้ว และหากค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างมากราคากุ้งของไทย จะเข้าสู่ภาวะวิกฤติอีกครั้งหนึ่ง วิกฤติที่อาจจะเกิดขึ้นครั้งนี้ จะรุนแรงกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจุบัน เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นกว่าเดิมมาก และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นนี้ไม่อาจจะไปร้องเรียนเพื่อให้ผู้ซื้อ ปรับราคารับซื้อให้สูงขึ้นยกเว้นไว้แต่ว่า เกษตรกรจะสามารถ ไม่ขายกุ้งให้แก่ผู้ซื้อได้ และในความเป็นจริงแล้ว กุ้ง เป็นสินค้าที่ต้องขาย มีข้อยกเว้นจะไม่ขายก็คงต้องหาห้องเย็นเพื่อแช่แข็งไว้ก่อน และรอวันเวลาให้ราคากลับมาดีค่อยขายผลผลิต แต่วิธีเช่นนี้ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้จริงในภาพรวม เพราะคงไม่มีห้องเย็นใด ยินดีเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกรและห้องเย็นต้องซื้อผลผลิตนั้นในราคาที่สูงขึ้นเป็นแน่
มีสมาชิกท่านหนึ่งโทรถามผมว่า บทความชิ้นนี้ มีแต่ปัจจัยลบทั้งนั้น ในตอนนี้ไม่มีปัจจัยบวกบ้างเลยหรือ ผมตอบว่า ปัจจัยบวกนั้น มี แต่อาจจะไม่ส่งผลดีต่อราคากุ้งในเร็ววันนี้ เช่น ไทยเราชนะคดีในเวที WTO แต่จะส่งผลดี ต้องรอเวลาอีกหลายเดือน
ผลผลิตที่น้อยลง คือปัจจัยบวกต่อราคากุ้ง แต่ผมไม่มั่นใจในกลไกตลาด ที่พร่ำบอกว่าของน้อยราคาจะแพง เพราะนั่น เป็นการใช้ข้อมูลด้านเดียวของฝ่ายผลิต ยังไม่ได้ใช้ข้อมูลของฝ่ายบริโภคเลย กุ้งน้อย หากผู้บริโภคต้องการน้อยกว่าผลิต ราคาก็ตกได้ กุ้งมากมายแต่ผู้บริโภคต้องการซื้อมากกว่ากุ้งที่มี ราคาก็ขึ้นได้ ปัญหาคือ ห้องเย็นแย่งกันซื้อหรือไม่ต่างหาก ที่กล่าวมาเป็นกลไกปกติ แต่หากว่ากลไกบิดเบี้ยว การขึ้นลงของราคากุ้งจะซับซ้อนกว่านี้จนแกะรอยความเป็นไปได้ลำบากมากขึ้น ยุทธวิธีของฝ่ายห้องเย็นมีมากมาย โดยที่เกษตรกรแกะรอยไม่ออก บางครั้งรู้มา แต่กล่าวไม่ได้เพราะไม่มีใบเสร็จ ถ้าจะพูดได้ก็เช่น ยุทธวิธีตื้นๆ ตรงไปตรงมา กดราคารับซื้อกันซึ่งๆหน้า ในยามหน้าเทศกาล ไม่ว่าจะปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ เดือนสิบนครศรี เทศกาลรายาในพื้นที่จว.ที่มีมุสลิม ปีหนึ่งๆมีวันเทศกาลเช่นนี้เยอะมาก แต่ละครั้งที่มี ห้องเย็นจะประกาศหยุดงาน เพิ่มวันไปจากตลาดกลาง รวมวันหยุดแล้วบางครั้งหกเจ็ดวัน ช่วงก่อนเทศกาลคนจะเทขาย ราคาก็ตก ช่วงเทศกาลราคาตกแน่นอน ช่วงหลังเทศกาล ราคาก็ตกจากคนที่อั้นเอาไว้เทขายอีกระลอก รวมราคาตกในรอบเทศกาลนั้นๆ หลายวันมาก
คำถามมีว่า การหยุดงานมากจนเกินพอดีของห้องเย็น ถือเป็นการฉกฉวยประโยชน์แบบซึ่งๆหน้าหรือไม่ เพราะรู้ทั้งรู้ ไม่มีทางที่วันใด จะไม่มีเกษตรกรจับกุ้งขาย ดังนั้น ผู้จับกุ้งในวันนั้นก็ถือว่า ซวย และจริงๆ แล้วคำว่าซวย อาจจะไม่ถูกต้องนัก เพราะจะใช้คำว่าซวยได้ เหตุการณ์นั้นต้องเป็นไปตามหลักการของกฎความน่าจะเป็น แต่นี่ไม่ใช่ ผมหวังว่าห้องเย็นจะไม่โกรธเคืองที่ผมกล่าว เพราะที่พูดมาเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ จะว่าไป ห้องเย็นเดี๋ยวนี้ก็มีหลายก๊ก ถ้าห้องเย็นมาอ่านก็อย่าได้สงสัยว่าผมกล่าวถึงก๊กไหน เพราะจริงๆ ผมไม่ได้กล่าวถึงก๊กไหนทั้งสิ้น แต่เป็นกล่าวโดยภาพรวมทั้งกลุ่ม และผมเป็นฝ่ายที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่มีผลประโยชน์ทั้งในส่วนปัจจัยการผลิตหรือห้องเย็นทั้งสิ้น ที่เป็นอยู่ก็คือเกษตรกรแท้จริง มุมมองจึงมักออกมาปกป้องผลประโยชน์ของผู้เลี้ยง จะมองว่าไม่เป็นกลางก็ว่ากันไป เพราะผมก็ยังไม่เคยเห็นห้องเย็นออกมาปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรเช่นกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ หากเกิดวิกฤติขึ้นอีกครั้ง ย่อมจะคาดหมายได้ว่า ความเสียหายต่อเกษตรกรจะสูงมาก เนื่องจากมาร์จิ้นที่แคบลงกว่าเดิมจากการที่ต้นทุนสูงขึ้นนั่นคือ เมื่อขาดทุนก็จะขาดทุนมากกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ที่ไม่พร้อมที่จะขาดทุน หรือไม่พร้อมที่จะเสี่ยง สมควรที่จะต้องคิดอ่าน อย่างรอบคอบเป็นอย่างมาก หากคิดจะเลี้ยงกุ้งในภาวะที่เสี่ยงสูงเช่นนี้
4 เหตุผลสำคัญจากมุมมองของคุณหมอธีรพัฒน์ คือ ปัญปัจจัยลบที่เกิดขึ้นและมีโอกาสจะทวีความรุนแรงมากขึ้น และมันอยู่นอกเหนือศักยภาพที่ผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อยจะแก้ปัญหาได้
คำถาม คือ แล้วใครล่ะ ที่จะช่วยได้
หลายคนมองไปที่รัฐบาลซึ่งน่าจะเป็นคำตอบที่ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงที่สุด
ถามต่อว่า จะให้รัฐบาลช่วยอะไร
ที่ผ่านมานั้นความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมชัดเจนมากที่สุด คือ โครงการรับจำนำกุ้ง แต่ต้องรับความจริงว่าเป็นกระบวนการช่วยเหลือเฉพาะหน้า หรือแก้ปัญหาระยะสั้น ส่วนระยะยาว ซึ่งถ้าถามผม โดยส่วนตัวแล้วตอบไม่ได้ในรายละเอียดของการปฏิบัติ แต่ขอยกตัวอย่าง เวียดนาม ที่ ณ วันนี้ได้หายใจรดต้นคอไทยแล้วในอุตสาหกรรมกุ้ง ผมไม่รู้ว่าเวียดนามเขาทำอะไรบ้างแต่ข่าวที่ทราบล่าสุดคือ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและประมงของเวียดนาม คนปัจจุบัน เดิมทีคือ ผู้บริหารในสมาคมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกุ้ง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาและเป็นข่าวที่น่าสนใจล่าสุดคือ อเมริกามีการทบทวนภาษีเอดีรอบ 2 คาดว่าเวียดนามจะเหลือ 0% เข้าทำอย่างไรไม่ยากหากรัฐบาลไทยจะลองไปศึกษายุทธศาสตร์การบริหาร
หรืออย่างมาเลเซียแม้ว่าวันนี้จะยังเดินตามหลักไทยในอุตสาหกรรมกุ้งหรือการประมง แต่เชื่อว่าทุกคนทราบดีว่า ณ วันนี้มาเลเซียเริ่มขยับตัวขึ้นมาพอสมควร ผมมีโอกาสคุยกับนักธุรกิจที่เข้าไปทำธุรกิจในมาเลเซีย โดยโฟกัสการสนทนาไปที่กระบวนการให้การสนับสนุนจากภาครัฐว่าเป็นอย่างไรบ้าง เผื่อมีโอกาสจะได้นำข้อมูลเหล่านั้นมาเขียนลงหนังสือ หรือเสนอแนะผ่านหน่วยงานภาครัฐ เขาให้ข้อมูลผมมาพอสังเขปดังนี้
1. รัฐบาลสนับสนุนราคาน้ำมันราคาถูกแก่ผู้ทำอาชีพชาวประมง ซื้อน้ำมันราคา 1 ริงกิตต่อลิตร ในขณะราคาตลาด 1.58 ริงกิตต่อลิตร ในประเทศเราอาจปรับใช้เป็นราคาไฟฟ้า หรือ ราคาน้ำมันพิเศษ ที่มีการควบคุมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
2. รัฐบาลสนับสนุนเงินให้ผู้เกี่ยวข้องในทุกส่วนของอุตสาหกรรมประมง โดยให้ผู้สนใจเขียนโครงการขอกู้เงินระยะยาวดอกเบี้ยต่ำ
3. รัฐบาลสนับสนุนเงินแก่ธุรกิจแปรรูป และวิจัย 45 -50% ของมูลค่าทั้งหมด โดยบางธุรกิจรัฐบาลจะเข้าไปลงทุ่นร่วม
4. รัฐบาลมีหน่วยงานภายใต้กรมประมง โดยมุ่งทำการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยแยกการบริหารเป็นรูปแบบรัฐวิสาหกิจ ดำเนินธุรกิจค่อนข้างครบวงจร เช่น การผลิตและจำหน่ายอาหารกุ้ง
5. ฯลฯ
ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลไทยจริงจังและจริงใจกับอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือแม้แต่อุตสาหกรรมการเกษตรตัวอื่น ไม่ยากที่เราจะเป็นผู้นำในการส่งออกสินค้าเกษตรโลกเพราะเทียบกันตัวต่อตัวแล้ว เชื่อว่าเรื่องเกษตรกรรม คนไทยไม่แพ้ใครแน่นอน
ทั้งหมดที่ผมได้นำมาประมวลให้พวกเราในวงการกุ้งทราบ คือสถานการณ์ความเคลื่อนไหวล่าสุด (20 มีนาคม 2551) เพื่อตอบคำตอบเหล่าพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ที่ผมได้ลงไปพบเจอในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ที่ อ.ระโนด จ.สงขลา , อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช , จ.พัทลุง และอีกหลายจังหวัดด้วยกัน ที่ถามผมและทีมงานธุรกิจสัตว์น้ำว่าหลังจากนี้สถานการณ์กุ้งจะเป็นอย่างไรและพวกเรา (เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง) จะต้องทำอย่างไรต่อไป






  ชมข้อมูลของ web      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ สำหรับเจ้าของกระทู้และผู้ดูแลบอร์ด สามารถโพสต์
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss