โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ดข่าววงการกุ้ง www.SiamMarine.com Index : เข้าชมข่าวทั้งหมด (หรือRefresh หน้าจอ) คลิ๊กที่นี่ : นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ:: สถานการณ์วัตถุดิบ ปลาป่น/กากถั่วเหลือง อาการยังน่าห่วง
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ:: สถานการณ์วัตถุดิบ ปลาป่น/กากถั่วเหลือง อาการยังน่าห่วง  
web
 

โพสต์: 418
โพสต์เมื่อ: 22/05/2008-13:55 GMT+7  

เอื้อเฟื้อบทความโดย นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ ฉบับเดือน พฤษภาคม 2551
สนใจลงโฆษณา หรือประสงค์จะนำเสนอบทความ ติดต่อได้ที่
คุณทิพวรรณ์ ซื่อสัตย์กุล
โทร. 02-912-1592, 081-441-5710
NEW โดย ยอด...เมืองคอน
เมื่ออาชีพการเลี้ยงกุ้งได้ปรับระบบเข้าอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบ แน่นอนว่าปัจจัยประการหนึ่งที่มีผลต่อความสำเร็จหรือเป้าหมายที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งหวังไว้ คือผลกำไรนั้น คือ ต้นทุน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ต้นทุนหลักในการเลี้ยงกุ้งนั้น คือ อาหารเม็ดสำเร็จรูป
และจากสถานการณ์ปัจจุบันก็เป็นที่ทราบกันโดยทั่วกันว่า อาหารเม็ดสำเร็จรูปมีกาปรับราคาที่สูงขึ้น จนเป็นเหตุให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งหลายรายด้วยกันต้องหันมาปรับระบบแนวทางการเลี้ยงใหม่ โดยที่นิยมกัน คือ การปรับระบบหรือแนวทางการเลี้ยงแบบอิงธรรมชาติมากขึ้น หรือในบางรายรับกับต้นทุนที่สูงขึ้น และภาวะราคากุ้งตกต่ำไม่ไหว จึงมีความจำเป็นต้องชะลอหรือยุติการเลี้ยงกุ้ง
สำหรับอาหารเม็ดที่เหล่าบริษัทอาหารจำเป็นต้องมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นนั้น เหตุผลมาจากภาวะวัตถุดิบที่ถีบตัวสูงขึ้น โดยที่ผ่านมานั้นนิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำได้เกาะติดสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์มาอย่างต่อเนื่อง โดยในฉบับนี้เรามาตามต่อกันในตัวของ ปลาป่นและกากถั่วเหลืองว่า มีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง
เริ่มจากกากถั่วเหลือง เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ทางกรมการค้าภายในได้มีการเรียกประชุมแก้ปัญหากากถั่วเหลืองกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ซึ่งได้มีการยื่นเสนอขอปรับลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองจาก 4% เหลือ 0% โดยการประชุมครั้งนี้ได้ถูกยกเลิกอย่างกะทันกัน พร้อมกันนี้ทางกรมการค้ายังไม่ได้แจ้งต่อผู้เข้าร่วมประชุมว่า การประชุมจะมีขึ้นอีกเมื่อไหร่
ทีมงานนิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำได้สอบถามผู้ประกอบผลิตอาหารสัตว์ท่านหนึ่งถึงเหตุผลในการยกเลิกการประชุมครั้งนี้ ได้คำตอบว่ากลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์มีมติร่วมกันว่า จะไม่เข้าร่วมประชุมในการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาอาหารสัตว์ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคณะอนุกรรมการพิจารณาอาหารสัตว์ เพราะกรรมการส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้อาหารสัตว์ ขณะที่กรรมการตัวแทนจากผู้ผลิตอาหารสัตว์มีน้อยกว่า แม้ได้แสดงเหตุผลความจำเป็นในการต้องปรับขึ้นราคาอาหารสัตว์ แต่ก็ถูกคัดค้านการปรับขึ้นราคาอาหาร ทางกลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์จึงได้เสนอให้ตั้งกรรมการที่เป็นคนกลาง เช่น นักวิชาการ ผู้บริโภค ฯลฯ
ส่วนเหตุผลที่ภาครัฐยังไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอที่ผู้ผลิตอาหารสัตว์เสนอไป นั่นคือ การปรับลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือจากเดิม 4% ให้เหลือ 0% นั้น น่าจะมากเหตุผลของการสูญเสียรายได้จากภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองประมาณ 1,000 ล้านบาท/ปี
สำหรับคณะอนุกรรมชุดปัจจุบันประกอบไปด้วยกรมการค้าภายใน สำนักเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ สมาคมผู้นำเข้ากากถั่วเหลือง สมาคมผู้ผลิตปลาป่น สมาคมผู้เลี้ยงหมู สมาคมผู้เลี้ยงไก่ สมาคมผู้เลี้ยงกุ้ง และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (กลุ่มเกษตรแปรรูป)
ด้านนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ ให้สัมภาษณ์ว่า หากรัฐบาลยังไม่เห็นด้วยกับการลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง ภายในอีก 5-6 เดือน ก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตอาหารสัตว์รายย่อยต้องเลิกกิจการ และรายใหญ่ต้องประสบภาวะขาดทุน ซึ่งทั้งระบบจะมีผู้ผลิตประมาณ 1,000 ราย โดยขณะนี้ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ประสบปัญหาต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตเกือบทุกชนิดเฉลี่ยสูงขึ้น 40-70% และได้ขอปรับขึ้นราคาอีก 10% ก็ยังไม่ได้รับการพิจารณาจากกระทรวงพาณิชย์
มาต่อกันในส่วนของปลาป่นซึ่งถือเป็นวัตถุดิบหลักอีกตัวหนึ่งในการผลิตอาหารสัตว์ โดยในปี 51 คาดว่ามีความต้องการใช้ประมาณ 600,000 ตัน โดยนายสงวนศักดิ์ อัครวรินทร์ชัย นายกสมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ณ ตอนนี้ เหล่าผู้ประกอบการผลิตปลาป่นกำลังได้รับความเดิดร้อนอย่างหนัก เหตุเพราะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงาน
ส่วนการส่งออกปลาป่น ช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ มีการส่งออกไปได้เพียง 10,000 ตันเท่านั้น เหตุเพราะค่าเงินบาทแข็งทำให้เสียเปรียบผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่อย่างเปรู ซึ่งสามารถส่งออกได้ถูกกว่าไทย
อย่างไรก็ตามจากปัญหาดังกล่าวภาครัฐโดยกองสิทธิประโยชน์ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทยและสมาชิก ด้วยการอนุมัติวงเงินงบประมาณ 7.3 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาพัฒนาคุณภาพการผลิตปลาป่นหรือระบบประกันคุณภาพสินค้า (จีเอ็มพี) ให้แก่สมาชิก 40 โรงงาน เพื่อยกระดับสร้างมาตรฐานสินค้าการผลิตปลาป่นให้ถูกสุขลักษณะ ปลอดเชื้อราและจุลินทรีย์ และรองรับการเปิดเสรีทางการค้าในอนาคต ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้
ส่วนช่วงเวลาของการปิดอ่าวตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์-15 พฤษภาคม 2551 นายกสมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทยมองว่า ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด แม้ว่าปริมาณวัตถุดิบจะลดลง เหตุเพราะปริมาณความต้องการใช้จะลดลงตามไปด้วยเหตุเพราะปัญหาราคากุ้งที่ตกต่ำทำให้ผู้เลี้ยงกุ้งและปริมาณกุ้งที่ผลิตมีปริมาณลดลง
นายกสมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทยกล่าวทิ้งท้ายในส่วนของสถานการณ์ปลาป่นปี 51 โดยรวมว่า ในปีนี้ ราคาปลาป่นโดยเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 29.10 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนปริมาณการผลิตจะอยู่ประมาณ 520,000 - 550,000 ตัน









  ชมข้อมูลของ web      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ สำหรับเจ้าของกระทู้และผู้ดูแลบอร์ด สามารถโพสต์
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss