| ผู้ที่โพสต์ |
นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ:: เหรียญด้านลบ ของโครงการเชื่อมโยงผู้ส่งออกกับเกษตรกร |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 22/05/2008-14:00 GMT+7  
บทความพิเศษ โดย...นายกุลาดำ
หลังจากที่ได้พักชาร์ตแบตกันมาเต็ม เป็นยังไงกันบ้างครับพี่น้องผองเผื่อนทั้งหลาย แต่เท่าที่สังเกตดูคนที่ได้พักกันเต็มๆ คือ กลุ่มพนักงานบริษัท ส่วนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ยังคงเป็นช่วงเวลาปกติ อาจมีการสังสรรค์กันบ้างตามประเพณี โดยเฉพาะคนที่มีกุ้งอยู่ในบ่อ
สำหรับผมเองในช่วงเวลาวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา ถือโอกาสลงไปเยี่ยมเพื่อนฝูงทางภาคใต้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีอาชีพการเลี้ยงกุ้ง เลยได้ข้อมูลและความรู้มาพอสมควรเลยทีเดียว สำหรับสถานการณ์ล่าสุดเท่าที่ผมได้ไปพบไปเจอมานั้น ทุกอย่างยังเหมือนเดิม นั่นคือ รายย่อยหายไปเยอะมากและมีแนวโน้มว่าจะหายไปอีกจำนวนไม่น้อยทีเดียว อย่างในชุมพร ผมรู้สึกว่าหายไปพอสมควร ส่วนสุราษฎร์ธานี เท่าที่ประเมินด้วยสายตา รู้สึกว่าการลงกุ้งจะดีกว่าจังหวัดอื่นหน่อย เพราะยังมีการเลี้ยงกันอย่างคึกคัก จำนวนหรือปริมาณผมประเมินว่าน่าจะคงที่หรือหายไปก็ไม่น่าจะมากนัก แต่ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเพราะในพื้นที่สุราษฎร์ธานี จำนวนผู้เลี้ยงรายใหญ่ค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น รวมทั้งมีบริษัทอาหาร ซึ่งกลุ่มนี้ ต้นทุนการเลี้ยงจะถูกกว่ารายย่อย เหตุเพราะมีอำนาจต่อรอง ทั้งในการซื้ออาหาร ปัจจัยการผลิต และการขายกุ้ง ถ้ามีโอกาสผมจะนำแนวทางการเลี้ยง โดยเฉพาะต้นทุนการเลี้ยงและราคากุ้งที่ขายกันของรายใหญ่มานำเสนอ เพราะในเดือนมิถุนายน ผมจะเดินทางไปหาผู้เลี้ยงกุ้งรายใหญ่ท่านหนึ่งในสุราษฎร์ธานีเพื่อติดต่อขอซื้อกุ้งไปขายในญี่ปุ่น
มาเข้าเรื่องกันดีกว่ากับข้อมูลที่ผม ซึ่งขอใช้คำว่า การมองต่างมุมหรือเสนอแนวความคิด เกี่ยวกับโครงการเชื่อมโยงห้องเย็นหรือผู้ส่งออกกับผู้เลี้ยงกุ้ง และกล่าวได้ว่าข้อมูลฉบับนี้เป็นภาคที่ 2 ต่อจากฉบับที่แล้ว ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผมได้ไปรับทราบและสัมผัสมาจากช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา
โดยคำว่า โครงการเชื่อมโยงห้องเย็นหรือผู้ส่งออกกับผู้เลี้ยงกุ้ง ในมุมมองของผมนั้น มีความหมายหรือกรอบที่มากกว่าการคอนแทรคฟาร์มมิ่ง แต่หมายถึง กระบวนการ แนวทาง หรือกฎระเบียบต่างๆ ที่ทำให้ห้องเย็นและผู้เลี้ยงกุ้ง รู้จักซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี ซึ่ง ณ วันนี้มีคำถามว่า ห้องเย็นและผู้เลี้ยงกุ้ง รู้จักซึ่งกันและกันเป็นอย่างดีหรือไม่
ขอใช้คำว่า โดยมุมมองส่วนตัวอีกครั้ง ผมมองว่า โครงการเชื่อมโยงห้องเย็นหรือผู้ส่งออกกับผู้เลี้ยงกุ้ง ของอุตสาหกรรมกุ้งไทยวันนี้ล้มเหลว และซ้ำร้ายยังเป็นดาบ 2 คม ที่คอยกรีด บาด และทิ่มแทง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย
ทำไมถึงกล่าวเช่นนี้ เหตุเพราะว่า ณ วันนี้ เมื่อพูดถึงโครงสร้างของกระบวนการผลิตทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปริมาณลูกกุ้งที่ปล่อยลงบ่อ ระยะเวลาและปริมาณที่กุ้งจะออกจากบ่อ ต้นทุนการผลิต เชื่อว่าห้องเย็นโดยส่วนใหญ่ทราบ เพราะสิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งการวางแผนการทำตลาดที่สำคัญคือกระบวนการตั้งราคารับซื้อ
แต่ในมุมกลับกัน ต้นทุนการผลิตของห้องเย็นเป็นอย่างไร ออร์เดอร์กุ้งเข้ามาช่วงไหน แต่ละห้องเย็นได้ออร์เดอร์มาเท่าไหร่ คำตอบเหล่านี้ล่องลอยอยู่ในอากาศ จะมีก็เพียงแค่คำบอกเล่าจากเหล่าประชาสัมพันธ์ของห้องเย็นออกมาประกาศให้ทราบกันโดยทั่วกันว่า ณ บัดนี้ ห้องเย็นขาดทุนนะครับ เพราะเจอข้อกีดกันทางการค้า ต้นทุนทุกอย่างขึ้นราคา เจอคู่แข่งบี้ตลาด ฯลฯ
ผมกล่าวมาถึงตรงนี้ หลายคนโดยเฉพาะห้องเย็นหรือผู้ที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องมองว่าเป็นเรื่องตลก เพราะเรื่องเหล่านี้ใครจะนำมาเล่าสู่กันฟัง ผมก็เคยโดนบรรดาเพื่อนๆ ในวงการผู้ส่งออกต่อว่ามาเหมือนกัน แต่ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ตลกยิ่งกว่า กับระบบอุตสาหกรรมกุ้งไทย ณ วันนี้ ที่เหล่าผู้ที่ทำธุรกิจที่ผูกพันและเกี่ยวพันกับเกษตรกรผู้เลี้ยงซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของอุตสาหกรรม กลับรู้ความเคลื่อนไหวของเหล่าเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งแทบทุกฝีก้าว แต่กลับกัน เรื่องราวทางด้านการตลาดกลับไม่มีข้อมูลอัพเดทออกมาให้ทราบกันบ้าง จะรู้อีกทีก็เป็นบทสรุป ผมเคยสอบถามทีมงานธุรกิจสัตว์น้ำและนิตยสารอีกหลายฉบับที่เล่นข่าวในเรื่องนี้ ได้คำตอบกลับมาว่า ทุกครั้งที่ยื่นประเด็นขอสัมภาษณ์กับบรรดาห้องเย็นและผู้ส่งออก มักจะโดนปฏิเสธร้อยละ 99.99% ที่เหลือ 0.01% ให้เข้าพบ แต่ได้คำตอบแบบเลี้ยงบาลีมาอย่างต่อเนื่อง
ณ วันนี้เราต้องยอมรับความจริงว่า อุตสาหกรรมกุ้งไทยยังมีช่องว่างอีกเยอะ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งกับบรรดาผู้ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องและที่ชัดเจนที่สุดคือห้องเย็น ด้วยเหตุผลที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีที่แทบทุกพื้นที่เท่าที่ผมได้มีโอกาสเดินทางไปติดต่อขอซื้อกุ้ง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งโดยเฉพาะรายย่อย มักจะตั้งแง่ ตั้งข้อสงสัยกับห้องเย็นมาตลอดและผมก็เชื่อว่าบรรดาห้องเย็นโดยส่วนใหญ่ก็ทราบเป็นอย่างดี
ผมขอเสนอแนวคิดไปยังหน่วยงานราชการหรือภาครัฐที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ รวมทั้งองค์กรเอกชน เช่นสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ให้มีการอัพเดทข้อมูลและนำเสนอต่อสาธารชนคนเลี้ยงกุ้งออกมาอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับข้อมูลภาคการส่งออก ในส่วนที่พอจะนำเสนอได้ เช่น ปริมาณการส่งออกกุ้งแต่ละสัปดาห์ว่าห้องเย็นไหนส่งออกเท่าไหร่ โครงสร้างพื้นฐานของกระบวนการแปรรูปและผลิต คำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศว่าจะเข้ามาช่วงไหนบ้าง ฯลฯ
โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐนั้นอยากให้ทบทวนซึ่งกฎระเบียบต่างๆ ที่ออกมา ว่านอกจากประโยชน์ที่เกิดขึ้นแล้ว ผลลบที่จะกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเป็นอย่างไรบ้าง ก่อนที่ผู้เลี้ยงรายย่อยจะสูญพันธุ์ไปจากวงการด้วยเพราะปัจจัยประการหนึ่ง คือ กฎระเบียบที่สวยหรู แต่สุดท้ายแล้วมันดูไม่จืดเลย
 
|
|