| ผู้ที่โพสต์ |
นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ::รีวิวเอดีรอบใหม่ ไทยอาการหนัก อเมริกาปรับเพิ่มเป็น 6.09% |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 26/04/2008-14:20 GMT+7  
สอดแนมมาเล่า โดย...กระเบนธง
ห่างหายกันไป 2-3 ฉบับเป็นอย่างไรกันบ้างครับแฟนๆ ธุรกิจสัตว์น้ำ ฉบับนี้เรามาเจอกันในช่วงของเทศกาลปีใหม่แบบไทย เลยขอถือโอกาสกล่าวอวยพรให้ทุกท่านมีความสุข คิดอะไรให้สมหวังดังใจปรารถนานะครับ
ฉบับนี้ผมมีโอกาสไปสนทนากับกลุ่มผู้ส่งออกและแหล่งข่าวจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศในความคืบหน้าเกี่ยวกับการตัดสิน การเรียกเก็บเงินประกันภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดของสหรัฐอเมริกา ซึ่งประเทศไทยเราได้ยื่นฟ้องต่อ คณะกรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท องค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) จึงนำมารายงานให้ทราบผ่าน ค.สอดแนมมาเล่า นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ ฉบับนี้
โดย ณ ปัจจุบันนี้แม้ว่าการประกาศเขตการค้าเสรีขึ้นมาทำให้การค้าขายระหว่างประเทศค่อนข้างจะสะดวกกว่าที่ผ่านมาที่ยังไม่มีเขตการค้าเสรี โดยในส่วนของประเทศไทยเรานั้น ย้อนไปในช่วงเวลาที่มีการประกาศเขตการค้าเสรีนั้น ในภาคผู้ส่งออกมีการประเมินกันว่า จะส่งผลดีกับประเทศเรา ด้วยเพราะประเทศไทยมีอุตสาหกรรมหลักคือการเกษตร ซึ่งความได้เปรียบของสินค้าเกษตรนั้น คือสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการใช้ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์
อย่างไรก็ดีมีหลายประเทศด้วยกันที่มีสถานภาพเป็นผู้นำเข้าหรือต้องซื้อสินค้าจากประเทศอื่น ได้มีการประกาศมาตรการการนำเข้าสินค้าหรือเงื่อนไขการนำเข้าสินค้า ทำให้ประเทศไทยและอีกหลายประเทศด้วยกันนั้นต้องประสบปัญหาในการส่งออกสินค้า ส่วนเหตุผลหรือที่มาของการประกาศมาตรการการนำเข้าสินค้าของหลายๆ ประเทศนั้นก็เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ต้องการให้สินค้าโดนผูกขาดแค่ประเทศเดียว รวมไปถึงต้องการคุ้มครอง เกษตรกรของประเทศตนเองที่ผลิตสินค้าเหมือนกัน
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด มีข่าวที่ทำให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยอาการน่าเป็นห่วงเมื่อ กระทรวงหลังจากพาณิชย์ของสหรัฐฯ (DOC) ได้ทำการทบทวน (รีวิว) ภาษีเอดีไทยรอบที่สองเมื่อเดือนธันวาคม 2550 โดยให้บริษัทผู้ส่งออกรายใหญ่ของไทยไปสหรัฐฯ 4 อันดับแรกตอบคำถาม ประกอบด้วย กลุ่มรูบิคอน , บริษัทไทยยูเนี่ยนโฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท แพ็คฟู้ด จำกัด(มหาชน) และบริษัท ไทยเอกมัยห้องเย็น จำกัด ได้ประกาศอัตราใหม่แล้ว
ซึ่งเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯได้ประกาศผลการเรียกเก็บเอดีเบื้องต้นในกลุ่มผู้ส่งออกแต่ละรายที่เป็นตัวแทนในการตอบคำถามมีรายละเอียดดังนี้
กลุ่มรูบิคอน จากเดิมเสียภาษีเอดี 5.95% อัตราใหม่ปรับเป็น 5.24%
บริษัท ไทยยูเนี่ยนโฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) จากเดิมเสียภาษีเอดี 5.95% อัตราใหม่ปรับเป็น 15.3%
บริษัท แพ็คฟู้ด จำกัด(มหาชน) จากเดิมเสียภาษีเอดี 5.95% อัตราใหม่ปรับเป็น2.4%
บริษัท ไทยเอกมัยห้องเย็น จำกัด จากเดิมเสียภาษีเอดี 2% อัตราใหม่ปรับเป็น 3.02%
ส่วนในภาพรวมนั้นจากเดิมที่ไทยต้องเสียภาษีเอดีเฉลี่ยที่ 5.95% มีการปรับเพิ่มเป็น 6.09% ขณะที่คู่แข่งคือเอกวาดอร์ เวียดนาม อินเดีย และบราซิล เสียเฉลี่ยที่ 0, 0, 1 และ 60% ตามลำดับ
และแน่นอนว่าสิ่งที่จะตามมาหลังจากนี้หากไทยต้องเสียภาษีในอัตราใหม่จริงๆ คือ อุตสาหกรรมกุ้งไทยจะได้รับผลกระทบอย่างหนักเพราะ ความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นตลาดหมายเลขหนึ่งของไทยจะลด โดยสถานการณ์ล่าสุดการส่งออกกุ้งไปสหรัฐฯช่วงสองเดือนแรกของปีผมทราบข้อมูลจากภาคผู้ส่งออกมาว่ามีปริมาณลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 6%
แต่ในการประกาศอัตราภาษีเอดีล่าสุดนั้นเป็นแค่เพียงการประกาศในเบื้องต้น ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกายังเปิดโอกาสให้ทางฝั่งไทยได้มีโอกาสยื่นหนังสือชี้แจ้ง โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกาจะประกาศอัตราภาษีเอดีขั้นสุดท้ายประมาณกลางเดือนกันยายนปีนี้
ผมได้ลองสอบถามไปยังภาคผู้ส่งออกเกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษีเอดีของสหรัฐอเมริกากับประเทศคู่แข่งของไทยว่า ทำไมจึงต่ำกว่าไทย ได้คำตอบว่า
ในส่วนของเวียดนามนั้นทางผู้บริหารของสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งได้ก้าวขึ้นไปนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและประมง ซึ่งเมื่อคนที่มีความรู้ ความเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดีได้ขึ้นไปนั่งตำแหน่งที่มีอำนาจตัดสินใจการดำเนินอุตสาหกรรมในภาพรวมของประเทศได้ จึงได้ดำเนินนโยบายอย่างถูกทิศถูกทางในการช่วยเหลืออุตสาหกรรมกุ้ง โดยมาตรการที่ออกมานั้นคือการสั่งคุมราคากุ้ง
ส่วนบราซิลนั้นได้มีการกระตุ้นให้คนในประเทศหันมาบริโภคกุ้ง ส่งผลให้ยอดการกินกุ้งในประเทศเพิ่มจำนวนขึ้น และยอดการส่งออกลดลง ลักษณะของอุตสาหกรรมกุ้งบราซิลเริ่มคล้ายๆ กับจีน ด้านเอกวาดอร์ไม่มีอะไรซับซ้อน เหตุที่เหลือ 0% เพราะชนะคดีฟ้องสหรัฐฯต่อองค์การการค้าโลก(WTO)
ผมมีโอกาสสอบถามภาคผู้ส่งออกมาว่า ตอนนี้จับสัญญาณได้ไหมว่า ในอนาคตไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่นๆ ที่ไทยส่งกุ้งเข้าไปนั้น จะมีมาตรการอะไรตามมาอีกบ้าง ได้รับคำตอบมาว่า เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหรือภาวะโลกร้อนต้องตามมาอย่างแน่นอน แต่ในรายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นคงต้องรออีกสักระยะไม่แน่ว่าภายในปีนี้อาจจะเจอเลยก็ได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ผู้เลี้ยงกุ้งต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดนะครับเพราะอย่างที่พวกเราทราบกันดีว่าจะมีผลต่อการส่งออก โดยความคืบหน้าทั้งในส่วนของเรื่องเอดีและมาตรการใหม่ๆ จะเป็นอย่างไรผมจะนำมาเสนอในโอกาสต่อไปนะครับ
 
|
|