โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ดข่าววงการกุ้ง www.SiamMarine.com Index : เข้าชมข่าวทั้งหมด (หรือRefresh หน้าจอ) คลิ๊กที่นี่ : นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ:: แนวทางการเลี้ยงปลาดุกแบบพัฒนา
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ:: แนวทางการเลี้ยงปลาดุกแบบพัฒนา  
web
 

โพสต์: 418
โพสต์เมื่อ: 22/05/2008-14:02 GMT+7  

เอื้อเฟื้อบทความโดย นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ ฉบับเดือน พฤษภาคม 2551
สนใจลงโฆษณา หรือประสงค์จะนำเสนอบทความ ติดต่อได้ที่
คุณทิพวรรณ์ ซื่อสัตย์กุล
โทร. 02-912-1592, 081-441-5710
บทความพิเศษ โดย บรรยงค์ สิทธิพรมมา
เนื่องจากปลาดุกเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว และมีความทนทาน ตายยาก อีกทั้งยังมีความต้องการของผู้บริโภคทั่วทั้งประเทศ ดังนั้นจึงยังมีผู้เลี้ยงปลาชนิดนี้กันมาโดยตลอด พื้นที่เลี้ยงหลักๆคืออีสานและภาคใต้ ซึ่งเมื่อก่อนจะพบว่าเกษตรกรจะใช้อาหารสดในการเลี้ยง ซึ่งจะเป็นชนิดใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ว่าจะหาอะไรได้ ผู้ที่อยู่ใกล้โรงเลี้ยงไก่ก็สามารถซื้อไส้ไก่มาบดร่วมกับวัตถุดิบอื่นเช่นปลาป่น กากถั่วเหลือง กากมันสำปะหลัง กากมะพร้าว โยนลงบ่อเลี้ยงได้
ส่วนโซนภาคใต้ได้มีการปรับมาใช้กากปาล์มน้ำมันร่วม เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตโดยตรง ก็หาวัตถุดิบได้โดยง่าย แต่การเลี้ยงโดยส่วนใหญ่ในอดีตยังไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อการให้อาหารและการจัดการบ่อเลี้ยงมากนัก คือปล่อยเลี้ยงไปเรื่อยๆ รอจนกว่าจะจับ แต่ในปัจจุบัน มีผู้เลี้ยงหัวก้าวหน้าหลายรายที่ใส่ใจในการเลี้ยงมากขึ้น โดยได้นำรูปแบบการเลี้ยงแบบพัฒนาเข้ามาใช้ในการจัดการฟาร์ม ซึ่งจะพิจารณาตั้งแต่การเลือกสถานที่เลี้ยง การเตรียมบ่อ การจัดการน้ำ การเลือกลูกพันธุ์ อาหารและการให้อาหาร ดังนี้
การเลือกสถานที่เลี้ยง
1.ควรเลือกสถานที่เลี้ยงที่ไม่เป็นที่ลุ่มหรือที่ดอนมากจนเกินไป เพราะจะส่งผลต่อไปยังการจัดการน้ำ นั่นคือเพื่อให้สามารถระบายน้ำเข้าออกได้ดี
2.หากเป็นไปได้ สภาพดินควรเป็นดินเหนียว เพราะสามารถทำเป็นคันบ่อเก็บกักน้ำได้ดี ไม่พังง่าย
3.แหล่งน้ำที่จะนำมาใช้ภายในบ่อเลี้ยงต้องมีความสะอาด ปราศจากสารพิษของโลหะหนักหรือยาฆ่าแมลง หรือของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและชุมชน ทางป้องกันที่ดีที่สุดคือเลือกใช้น้ำจากพื้นที่ที่อยู่ไกลจากโรงงานอุตสาหกรรม
4.อยู่ในแหล่งคมนาคมสะดวก เพราะจะง่ายต่อการเข้าออกบ่อ โดยเฉพาะช่วงจับผลผลิตส่งตลาด ควรสร้างคันบ่อหรือทางสำหรับรถวิ่งเข้าออกได้สะดวก
การสร้างบ่อเลี้ยงปลา
ก่อนสร้างบ่อเลี้ยง ควรพิจารณาสภาพความพร้อมของผู้เลี้ยงว่าจะเลี้ยงบนพื้นที่เท่าไหร่ จะใช้อัตราการปล่อยเท่าไหร่ เมื่อทราบแล้วจึงขุดบ่อสี่เหลี่ยม ลึกประมาณแค่หน้าอก แล้วนำดินถมขึ้นทำเป็นคันบ่อ โดยให้ได้บ่อลึกท่วมพอดีหัว ส่วนความลาดเอียง หากเป็นดินเหนียวก็ให้ออกแบบให้มีความชันบ่อ 1:1 ถ้าเป็นดินเหนียวปนทราย ก็ให้ออกแบบให้บ่อมีความลาดชัน 1:1-1.5 ถ้าเป็นดินค่อนไปทางดินร่วนควรให้บ่อมีความชัน 1:1.5-2 หลังจากนั้นจะเป็นการจัดการเตรียมบ่อก่ปล่อยปลา โดยแยกออกเป็นบ่อเก่าและบ่อใหม่
บ่อใหม่
-หว่านปูนขาวให้กระจายทั่วถึงทั้งบ่อ เพื่อปรับสภาพดินในอัตรา 60-100 กิโลกรัม/ไร่
-หว่านปุ๋ยคอกอัตรา 200 กิโลกรัม/ไร่ โดยพยายามโรยให้ทั่วบ่อ ทั้งปูนขาวและปุ๋ยคอกจะเป็นตัวช่วยในการผสานอนุภาคของดิน
-เติมน้ำให้ได้ระดับ 40-50 เซนติเมตร ทิ้งไว้ 3- 5 วัน จนน้ำเริ่มเป็นสีเขียวระวังอย่าให้เกิดแมลงหรือศัตรูปลา
บ่อเก่า
หลังจากจับปลาจนหมดบ่อและจะเลี้ยงในครอปต่อไป จะมีการปฎิบัติดังนี้
-ทำความสะอาดบ่อโดยลอกเลนบริเวณพื้นก้นบ่อออกให้มากที่สุด เพื่อให้ได้รับออกซิเจนและแสงแดด เพราะจะเป็นตัวช่วยฆ่าเชื้อโรคบริเวณพื้นบ่อ
-โรยปูนขาวอัตรา 60-100 กิโลกรัม/ไร่ เพื่อปรับสภาพความเป็นกรดด่าง
-ตากบ่อให้แห้ง โดยทิ้งไว้ประมาณ 7-15 วัน
-นำปุ๋ยคอกใส่ถุงแขวนไว้ตามมุมบ่อประมาณ 60-100 กิโลกรัม/ไร่ เพื่อจะเป็นการเพิ่มอาหารธรรมชาติในบ่อต่อไป
-เติมน้ำเข้าบ่อให้ได้ระดับ 30-40 เซนติเมตร หลังจากนั้นประมาณ 3-5 วัน น้ำจะมีสีเขียว ซึ่งคุณภาพน้ำที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงปลาดุกต้องมีออกซิเจนมากกว่า 3 มิลลิกรัม/ลิตร และมีอุณหภูมิอยู่ในช่วง 25-32 องศาเซลเซียส ความเป็นกรดด่าง 6.5-9
การเตรียมลูกพันธุ์ปลา
1.แหล่งลูกพันธุ์หรือโรงเพาะฟัก จะต้องพิจารณาจาก
-ความน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ในเรื่องคุณภาพ
-มีการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่ดี ทั้งนี้เพื่อให้ได้พันธุ์ที่มีคุณภาพ
-มีความชำนาญในการขนส่งลูกพันธุ์ปลา
2.ลูกพันธุ์ปลาต้องปกติสมบูรณ์ ซึ่งจะพิจารณาจาก
-การว่ายน้ำต้องปราดเปรียว ไม่ว่ายควงสว่าน หรือลอยตัวตั้งฉากพื้นบ่อ
-ลำตัวสมบูรณ์ หนวด หาง ครีบ ไม่กร่อน ไม่มีบาดแผล ไม่มีจุดหรือปุยขาวเกาะ
-ขนาดลูกพันธุ์ปลาเท่ากัน
การปล่อยลูกพันธุ์ปลาลงบ่อเลี้ยง
เมื่อบ่อและลูกพันธุ์ปลามีความพร้อมแล้ว จะต้องปล่อยลูกพันธุ์ปลาลงไปในบ่อ ซึ่งเวลาปล่อยที่เหมาะสมควรเป็นเวลาเย็นหรือเช้า และก่อนปล่อยลูกพันธุ์ปลาควรตรวจวัดความเป็นกรด-ด่างของน้ำอีกครั้ง ถ้าไม่อยู่ระหว่าง 7.5-8.5 สามารถใช้ปูนขาวละลายน้ำสาดให้ทั่วบ่อเพื่อปรับความเป็นกรด – ด่างให้ได้ 7.5-8.5 ก่อนปล่อยควรแช่ถุงลูกพันธุ์ปลาทั้งถุงไว้ในบ่อประมาณ20 นาที เพื่อให้ลูกพันธุ์ปลาได้ปรับอุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างน้ำในถุงและน้ำในบ่อ จากนั้นเปิดปากถุงออกแล้วพับปากถุงลง ค่อยๆกวักน้ำเข้าในถุงอีกครั้ง แล้วจับก้นถุงด้านใดด้านหนึ่งแล้วลากถุงไปตามผิวน้ำเพื่อให้ลูกปลาไหลออกจากถุง และก่อนการปล่อย ควรมีการทำร่มเงาไว้ในบ่อเพื่อให้ลูกปลาได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ส่วนอัตราการปล่อย ควรพิจารณาจากขนาดลูกพันธุ์ปลา แต่ควรปล่อยลูกปลานิ้ว เพราะจะทำให้มีอัตราการรอดสูง โดยใช้อัตราปล่อย 80,000-100,000 ตัว/ไร่(50-60 ตัวต่อตารางเมตร) ก่อนปล่อยควรสุ่มนับจำนวนเพื่อตรวจสอบให้รู้จำนวนที่แท้จริง และหลังจากปล่อยลูกพันธุ์ปลา ทยอยเติมน้ำให้ได้ระดับสัปดาห์ละ 10 เซนติเมตร จนได้ระดับ 1 เมตรจึงหยุด
อาหารและการให้อาหาร
ถึงแม้ว่าการให้อาหารสดในการเลี้ยงปลาดุกจะมีต้นทุนต่ำกว่าอาหารเม็ดสำเร็จรูป ขณะที่เปอร์เซ็นต์โปรตีนก็ใกล้เคียงกัน(ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและส่วนผสม) แต่ก็มีปัญหาคือไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน ดังนั้นหลายๆฟาร์มจึงเน้นไปที่การเลือกใช้อาหารเม็ดสำเร็จรูป เพราะมีสารอาหารต่างๆที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตอยู่ครบถ้วน มีความสะดวกในการใช้งาน แต่จะมีการใช้อาหารสดบ้าง ซึ่งอัตราการให้อาหารจะพิจารณาจากน้ำหนักตัวปลา โดยในระยะแรกที่ลูกปลาอยู่ในวัยอ่อนจะให้อาหาร 15-20 % ของน้ำหนักตัว จากนั้นค่อยๆลดลงเมื่อปลามีขนาดโตขึ้นเป็น 5-10 % และ 3-5 % ของน้ำหนักตัวตามลำดับ ดังนั้นผู้เลี้ยงควรหมั่นตรวจสอบขนาดและน้ำหนักของปลาตลอดระยะเวลาในการเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ
ความถี่ในการให้นั้นจะพิจารณาโดยวันที่ 2 หลังการปล่อย ให้อาหารเม็ดเล็ก โดยการนวดนิ่มปั้นก้อนเสียบไม้วันละ 3 มื้อ วันที่ 15 หลังการปล่อยให้โดยการหว่านทั่วบ่อวันละ 2-3 มื้อ หลังจากวันที่ 30 ของการปล่อยไปจนถึงจับให้โดยการหว่านเป็นจุดวันละ 2 มื้อ ซึ่งลักษณะของอาหารเม็ดสำเร็จรูปที่ดีต้องพิจารณาจาก สีสันดี มีกลิ่นหอม ไม่เหม็นหืน ขนาดเม็ดสม่ำเสมอ และไม่เป็นฝุ่นผง ไม่เปียกชื้น ไม่จับตัวเป็นก้อน และไม่ขึ้นรา เม็ดอาหารลอยตัวบนผิวน้ำอยู่ได้นาน
โรคปลาดุก
หากพบปลาป่วยเช่นลอยหัวตั้ง ตัวเปื่อย ลำตัวมีขุยคล้ายปุยนุ่น กกหูมีสีดำ ขั้นแรกที่ผู้เลี้ยงต้องทำคือ จัดการคุณภาพน้ำโดยการฆ่าเชื้อในน้ำก่อนแล้วหยุดการให้อาหารสดและให้ใช้ยาปฏิชีวนะผสมอาหารเม็ดสำเร็จรูปให้ปลากินในอัตราส่วน 3-5 กรัมต่ออาหาร1 กิโลกรัม ติดต่อกันนาน 5-7 วัน
-ถ้าเกิดจากพยาธิภายนอกให้รักษาตามลักษณะของพยาธินั้น ๆ เช่นถ้าพบปลิงใส เห็บระฆังเกาะจำนวนมาก หรือเริ่มทยอยตายให้ใช้ฟอร์มาลินเข้มข้น 30-40 ซีซี/น้ำ 1,000 ลิตร ฉีดพ่นหรือสาดลงในบ่อ
-เมื่อปลามีแผล ให้ลดน้ำแล้วใช้เกลือเม็ดโรย หรือตัดต้นสาบเสือทิ้งหมักไว้ในบ่อก็ช่วยได้เช่นกัน
-เพื่อป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ควรถ่ายน้ำบ่อยๆ รักษาสภาพน้ำให้ดี และให้อาหารในปริมาณที่ปลากินหมดพอดี อย่าให้เหลือทิ้งมาก ซึ่งจะเป็นต้นเหตุทำให้น้ำเสีย
สำหรับเทคนิคเล็กๆน้อยๆในการจัดการด้านการเลี้ยงทั้งหมด แต่มีความสำคัญและจำเป็นต้องทำได้แก่
-ควรให้อาหารจุดเดิมเป็นประจำและเคาะหลักไม้ทุกครั้ง เพื่อเป็นการเรียกปลามาให้กินอาหาร
-หากปลาป่วยหรือกินอาหารลดลงให้ลดปริมาณอาหารลงครึ่งหนึ่ง
-เมื่อสภาพน้ำไม่ดี หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของอากาศ ให้ปรับสภาพน้ำโดยทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำ หรือใส่เกลือ หรือปูนขาว
-ควรทำการปรับปรุงคุณภาพน้ำบ้าง ได้แก่เปลี่ยนถ่ายน้ำ,ใช้เครื่องตีน้ำหรือเครื่องให้อากาศ, ใส่ปูนขาวลดกรด ลดความขุ่นอัตรา 50 กก. ต่อไร่,ใส่เกลือแกง 200 กิโลกรัมต่อไร่ทุก 2 สัปดาห์,เติมปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 200 กก.ต่อไร่ หรือปุ๋ยเคมีอัตรา 3-5 กก. ต่อไร่ เพื่อเพิ่มอาหารธรรมชาติ
แนวทางการเลี้ยงปลาดุกแบบพัฒนาที่กล่าวมานี้ เกษตรกรในแต่ละรายอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความถนัดและสภาพความพร้อมของแต่ละราย ซึ่งในฉบับต่อๆไปผู้เขียนจะนำข้อมูลหรือสถานการณ์ความเคลื่อนไหวมารายงานต่อไป ขอบคุณครับ








  ชมข้อมูลของ web      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ สำหรับเจ้าของกระทู้และผู้ดูแลบอร์ด สามารถโพสต์
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss