โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ดข่าววงการกุ้ง www.SiamMarine.com Index : เข้าชมข่าวทั้งหมด (หรือRefresh หน้าจอ) คลิ๊กที่นี่ : นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ::ระบบขนส่งและลอจิสติกส์ กุญแจสำคัญ ลดต้นทุน การผลิต
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ::ระบบขนส่งและลอจิสติกส์ กุญแจสำคัญ ลดต้นทุน การผลิต  
web
 

โพสต์: 418
โพสต์เมื่อ: 30/09/2008-15:03 GMT+7  

เอื้อเฟื้อบทความโดย นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ ฉบับเดือน กันยายน 2551
สนใจลงโฆษณา หรือประสงค์จะนำเสนอบทความ ติดต่อได้ที่
คุณทิพวรรณ์ ซื่อสัตย์กุล
โทร. 02-912-1592, 081-441-5710
ปัจจุบันการขนส่งมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการดำเนินธุรกิจเพราะพลังงานอย่างน้ำมันแพงขึ้นและแพงขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นต้นทุนหลักในการประกอบธุรกิจหลายแขนงไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจด้านสัตว์น้ำทั้งจับจากทะเลและการเพาะเลี้ยง ดังนั้นหากใครสามารถลดต้นทุนค่าขนส่งได้มากก็หมายถึงผลกำไรที่จะเพิ่มขึ้น ทางออกหนึ่งคือการจ้างบริษัทขนส่งหรือหมายรวมถึงระบบลอจิสติกส์ด้วยซึ่งบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านนี้โดยตรงย่อมมีวิธีการที่ดีในการขนส่งและลดต้นทุนให้กับผู้ผลิตสินค้าได้ ยิ่งในวงการสัตว์น้ำที่ไม่มีความแน่นอนด้านปริมาณ การลงทุนด้านการขนส่งเองอาจไม่คุ้มค่าฉบับนี้ทีมงานนิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำจึงนำข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทมานำเสนอเพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ซึ่งบริษัทขนส่งที่ว่าเป็นบริษัทขนส่งที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยโดยผู้ที่ให้ข้อมูลคือคุณปิยะนุช สัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการเขตกรุงเทพ
บริษัท นิ่มซี่เส็งขนส่ง 1988 จำกัด เปิดดำเนินการมาแล้วประมาณ 37 ปี แต่เดิมเป็นธุรกิจในครอบครัว ซึ่งช่วงแรกของการดำเนินงานบริหารแบบครอบครัว แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบการบริหารเป็นแบบสากลมีการดึงมืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในภาวะปัจจุบันซึ่งรายละเอียดการเติบโตของบริษัทมีดังนี้
พ.ศ. 2514 เริ่มดำเนินการธุรกิจขนส่งที่ตลาดวโรรสจังหวัดเชียงใหม่ ในรูปแบบของห้างหุ้นส่วน
พ.ศ. 2521 ขยายสาขาท่าลี่ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
พ.ศ. 2523 ขยายสาขาป่าซาง จังหวัดลำพูน
พ.ศ. 2524 ย้ายสำนักงานไปที่ สี่แยกป่าแพ่ง ตำบลช้างม่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
พ.ศ. 2526 ขยายสาขาฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และสาขากองลอย อำเภอฮอด เชียงใหม่
พ.ศ. 2529 ย้ายสำนักงานไปอยู่ที่ ตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
พ.ศ. 2530 ขยายสาขาลำปาง โดยสำนักงานตั้งอยู่ที่ ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
พ.ศ. 2531 เปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจจาก “ห้างหุ้นส่วนนิ่มซี่เส็งขนส่ง” มาเป็น “บริษัท นิ่มซี่เส็งขนส่ง
1988 จำกัด” และเปิดสาขาสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
พ.ศ. 2533 ย้ายที่ทำการสำนักงานใหญ่มายังสามแยกแม่โจ้ ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
ซึ่งมีพื้น ที่การให้บริการถึง 30 ไร่ (ภายหลังมีเนื้อที่ทั้งหมด 80 ไร่)
พ.ศ. 2534 ย้ายสำนักงานไปที่ 31 ถ.ไฮเวย์ลำปาง – งาว ตำบลชมพู อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
พ.ศ. 2537 เปิดทำการสาขาพุทธมณฑลสาย 2
พ.ศ. 2541 เปิดให้บริการด้านโลจิสติก กับบริษัทเนสเล่ โดยรับสินค้าประเภทอาหารเสริม เช่น ไมโล,
นมสด,และสินค้าจำพวก ไอศกรีม
พ.ศ. 2543 เปิดทำการสาขาพุทธมณฑลสาย 5
พ.ศ. 2544 เปิดบริการให้เช่าตู้คอนเทรนเนอร์ ห้องเย็น เป็นรายเดือน และรับฝากสินค้าห้องเย็นเป็นรายชิน้
พ.ศ. 2547 เปิดทำการสาขาตลาดไท เปิดทำการสาขาเชียงราย และกระจายสินค้า 4 จังหวัดภาคเหนือ
พ.ศ. 2548 เปิดทำการสาขาพะเยา เปิดทำการ NIM Expressเปิดทำการสาขาแม่สาย
พ.ศ. 2549 เปิดทำการ Nim Express สาขาบ้านถวาย
พ.ศ. 2550 เปิดทำการ Nim Express สาขาแม่จัน พะเยา,สาขาแพร่,สาขาเชียงแสน,สาขาเกาะสมุย,สาขา
อุดรธานี

การขนส่งต้องมีต้นทางและปลายทาง แต่ที่กรุงเทพฯซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งในช่วงแรกไม่มีสำนักงาน เพิ่งมาเปิดสำนักงานในปี 2519 (ไม่มีสำนักงาน) สินค้าที่รับส่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุปโภค-บริโภค และหลังจากนี้ทุก 2-4 เราจะเริ่มขยายสาขาให้มากขึ้นแต่ส่วนใหญ่จะเป็นจังหวัดในภาคเหนือเพราะเป็นฐานที่ดีของบริษัทมานาน สำหรับในกรุงเทพฯ เปิดสาขาที่สองในปี 2537 ที่ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ต่อด้วยในปี 2543 เปิดอีกสาขาที่ถนนพุทธมณฑลสาย 5 และเปิดอีกสาขาหนึ่งที่ตลาดไทในปี 2547 สรุปว่าในกรุงเทพมี 4 สาขา และในภาคเหนืออีก 17 สาขา ส่วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสองสาขาคือที่จังหวัดอุบลราชธานีกับนครราชสีมา ในภาคใต้มีสามจังหวัดคือสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และหาดใหญ่ เน้นจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางของแต่ละภูมิภาค การขนส่งใช้รถขนาดใหญ่จากกรุงเทพฯ ไปยังสาขาดังกล่าวก่อนจะกระจายสินค้าโดยรถขนาดเล็กไปยังลูกค้าตามปริมาณสินค้า
สำหรับวิสัยทัศย์ของบริษัทนั้นได้ตั้งไว้ว่า”เราจะเป็นผู้นำด้านการส่งออกสินค้าและลอจิสติกส์ภายในปี 2555 “ซึ่งในการจะก้าวไปสู่จุดหมายต่าง ๆ ต้องมีการเน้นบริการที่ตรงต่อความต้องการของลูกค้า ซึ่งในปัจจุบันเรามีธุรกิจ 6 สายงาน เช่น ขนส่งแบบธรรมดา ขนส่งแบบด่วนพิเศษ ระบบลอจิสติกส์ การขนส่งทางอากาศ และมีคลังสินค้า แต่การขนส่งทางอากาศเป็นลักษณะการประสานงานกับอีกบริษัทหนึ่งที่มีขีดความสามารถอยู่แล้วไม่ใช่ธุรกิจที่บริษัทเข้าไปลงทุนนอกจากนี้ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องอีกหลายอย่างเช่น ให้เช่าตู้ขนส่งสินค้า ธุรกิจโรงแรม ห้องเย็นเก็บสินค้า รถห้องเย็น เป็นต้น ส่วนสโลแกนของบริษัทซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดมั่นมาตลอดคือ”ฉับไว”ทันใจลูกค้า และนี่คือจุดแข็งที่ทำให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเนื่องจากในช่วงแรกมีแต่คำว่าขนส่งไม่มีคำว่าลอจิสติกส์ ดังนั้นความแตกต่างจึงอยู่ที่ความรวดเร็วเป็นหลักซึ่งเป็นสิ่งที่พนักงานของบริษัทยึดถือจนกลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้วว่าไม่มีการล่าช้า
มาถึงตรงนี้หลายท่านอาจจะยังสับสนระหว่างคำสองคำนั่นคือการขนส่งกับลอจิสติกส์ แตกต่างกันอย่างไร ในความหมายของการขนส่งคือการเคลื่อนย้ายสิ่งของจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งคือแค่ส่งสินค้าของลูกค้าให้ไปถึงมือผู้รับ แต่ ลอจิสติกส์ นอกจากการขนส่งสินค้าจากผู้ส่งไปยังผู้รับแล้วยังต้องดูแลในเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ดูแลตัวสินค้า ดูแลข้อมูลสินค้า ดูแลคลังสินค้า บริหารคลังสินค้า จนกระทั่งรวมถึงการเก็บเงินค่าสินค้าด้วยโดยที่ผู้ว่าจ้างไม่ต้องดำเนินการใด ๆ แค่ผลิตสินค้าออกมาที่เหลือบริษัทลอจิสติกส์จะดำเนินการให้ โดยผู้จ้างมีงบประมาณให้และถ้าสามารถทำได้ภายใต้งบประมาณดังกล่าวหากทำได้ก็ทำทั้งระบบ ในอดีตผู้ผลิตสินค้ามักจะทำเองและว่าจ้างเฉพาะการขนส่งและตั้งแผนกงานที่เรียกว่าลอจิสติกส์ขึ้นมาเองซึ่งบางครั้งไม่คุ้มโดยเฉพาะสินค้าที่ไม่มีความแน่นอนมีมากบ้างน้อยบ้างตามฤดูกาลเช่นสินค้าสัตว์น้ำในบางช่วงแผนกงานที่ตั้งขึ้นจึงมีงานน้อยหรือไม่มีงานเป็นการเพิ่มต้นทุน ต่างกับการจ้างให้บริษัทอื่นทำให้เพราะมีลูกค้าจากหลาย ๆ แห่งอยู่แล้วจึงมีการดำเดินงานต่อเนื่องและทำร่วมกับหลาย ๆ ที่จึงทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานต่ำ ส่งผลให้สามารถดำเนินงานภายใต้ต้นทุนที่ถูกกว่า การว่าจ้างบริษัทอื่นในการขนส่งและลอจิสติกส์จึงมีต้นทุนที่ถูกกว่าทำเองในระยะยาว แต่ที่ผ่านมาบางบริษัทคิดว่าตั้งแผนกขึ้นเองคุ้มกว่าเป็นเพราะการคิดต้นทุนที่ไม่ละเอียด โดยเฉพาะค่าเสียโอกาสด้านการลงทุนที่นำเงินมาลงทุนด้านนี้แทนที่จะนำไปลงทุนด้านอื่น ๆ ซึ่งให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่า ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่าง ๆ หากคิดดี ๆ เชื่อว่าบางแห่งตั้งขึ้นแล้วไม่คุ้มค่า
ในส่วนของสินค้าสัตว์น้ำทางบริษัทมีรถห้องเย็นที่มาตรฐานสามารถขนส่งได้ทั่วประเทศ ปัจจุบันที่ดำเนินการอยู่คือการขนส่งสินค้าในกลุ่มนี้จากมหาชัยไปยังภาคเหนือเพราะนอกจากรถห้องเย็นแล้วยังมีห้องเย็นเก็บสินค้าอีกด้วย ซึ่งปริมาณการขนส่งสินค้าในกลุ่มสัตว์น้ำยังน้อยมากหากเทียบกับสินค้าสำเร็จรูปคือประมาณ 5 % อย่างไรก็ตามอยากให้มีการหันมาใช้บริษัทขนส่งให้มากขึ้นเพราะการซื้อรถและขนส่งสินค้าเองนั้นไม่คุ้ม เพราะการออกรถหนึ่งคันมีต้นทุนมากมายหลัก ๆ คือค่าน้ำมัน ค่าคนขับ และค่าสึกหรอ ซึ่งหากเป็นรายย่อยแล้วมีน้อยรายที่จะรู้ใช้รถอย่างไรให้คุ้มค่าซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากบริษัทใหญ่จะรู้เรื่องเหล่านี้ดีแต่รายย่อยน้อยรายที่จะรู้ อีกอย่างหากขณะขนส่งเกิดปัญหาขึ้นกับสินค้าหากขนส่งเองก็ต้องรับผิดชอบเองแต่หากว่าจ้างบริษัทขนส่ง ปกติจะมีการรับประกันในส่วนนี้อยู่แล้วจึงสามารถช่วยลดความเสี่ยงด้านการขนส่งได้ด้วยในระดับหนึ่งส่วนจะรับผิดชอบอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับสินค้าและข้อตกลงซึ่งก่อนการว่าจ้างต้องมีการเซ็นสัญญากันก่อนโดยต้องมีเงื่อนไขต่าง ๆ ตามข้อตกลง
ด้านการขนส่งมีสองรูปแบบคือการส่งแบบธรรมดากับการส่งแบบด่วนพิเศษหรือ EMS แต่ความจริงแล้วทางบริษัทจะให้ถึงลูกค้าหรือปลายทางภายในเวลาไม่เกินสองวันแต่หากเป็นการส่งแบบด่วนจะต้องถึงภายในวันเดียวค่าส่งจึงต้องแพงกว่าแบบธรรมดา เพราะเงื่อนไขต่างกัน ส่วนการขนส่งสินค้าสดหรือสัตว์น้ำนั้นจะใช้รถห้องเย็นที่สามารถปรับอุณหภูมิได้คือตั้งแต่บวกไปจนถึงลบ 30 องศาฯ ตามความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้รถบรรทุกสินค้าทุกคันจะมีการติดตั้งสัญญาณดาวเทียมเพื่อให้รู้ตลอดเวลาว่าอยู่ตรงไหนและมีการเสียเวลาอย่างไรบ้างเพราะอย่างที่กล่าวมาแล้วว่าสินค้าต้องถึงผู้รับภายในเวลาที่กำหนดโดยเฉพาะสินค้าอย่างอาหารทะเลสดที่ต้องการความรวดเร็วอย่างมากระบบการขนส่งจึงต้องเน้นความรวดเร็วและมาตรฐาน
บริษัทแห่งนี้ดำเนินธุรกิจด้านการขนส่งโดยเฉพาะไม่มีการผลิตสินค้าเองดังนั้นในโลกแห่งการแข่งยุคปัจจุบันจึงมีการปรับตัวเนื่องจากมีคู่แข่งที่น่ากลัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มีกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากต่างชาติขยายธุรกิจลอจิสติกส์มายังประเทศไทยทำให้บริษัทไทยแท้ได้รับผลกระทบเพราะต่างชาติมีทุนที่มากกว่า และยังมีฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีคู่แข่งที่เป็นบริษัทของคนไทยแต่เป็นการพัฒนาจากผู้ผลิตสินค้าเป็นบริษัทที่ครบวงจรด้วยการตั้งบริษัทลูกขึ้นมาทำระบบลอจิสติกส์ให้กับบริษัทแม่เป็นหลัก นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญที่ต้องเผชิญคือราคาน้ำมันที่แพงขึ้นทำให้บริษัทขนส่งต้องปรับตัวคือการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ และการลดต้นทุนซึ่งฟังดูเหมือนแต่ซับซ้อนมาก หากใครไม่ปรับตัวคงอยู่ในธุรกิจนี้ได้ยาก
ฟังแล้วใครคิดจะตั้งบริษัทขนส่งให้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจก็ต้องหาข้อมูลให้มากก่อนการดำเนินงานส่วนผู้ผลิตที่ต้องการสอบถามเพิ่มเติมก็สอบถามได้ที่ คุณปิยะนุช 08-1432-7822






  ชมข้อมูลของ web      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ สำหรับเจ้าของกระทู้และผู้ดูแลบอร์ด สามารถโพสต์
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss