| ผู้ที่โพสต์ |
นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ::กุ้งนอก ในคราบกุ้งไทย |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 30/09/2008-15:07 GMT+7  
เรียบร้อยโรงเรียนจีนไปแล้วครับ สำหรับโอลิมปิคส์เกมส์ครั้งนี้ แม้ว่าขณะที่ผมกำลังนั่งปั่นต้นฉบับการแข่งขันจะยังไม่จบ แต่การโกยเหรียญนำโด่งพญาอินทรีย์(สหรัฐ) เชื่อว่าไล่ยังไงก็ไม่ทัน และในภาพรวมของการจัดของจีนครั้งนี้ทั้งในระบบของการแข่งขันซึ่งถือว่าสร้างความหนักใจให้กับเจ้าภาพ (สหราชอาณาจักร) ครั้งต่อไปต้องทำงานหนักทีเดียว เพราะมันกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ครั้งหน้าต้องดีกว่าครั้งที่ผ่านมา ส่วนในด้านกีฬานั้น นักกีฬาจีนทำได้ดีเอามากๆ ทีเดียว เพราะชัยชนะที่ได้มานั้น มาจากความสามารถมิใช่ใช้ความได้เปรียบจากการเป็นเจ้าภาพบีบให้กรรมการตัดสินเอนเอียง
เหตุที่ผมนำเรื่องราวการจัดกีฬาโอลิมปิกส์ของจีนมากล่าวถึงเพื่อเป็นการปูพื้นที่แสดงให้เห็นว่า ณ วันนี้จีนตื่นแล้วครับ มิใช้ยักษ์หลับอย่างที่ผ่านมา อะไรที่ชาติอื่นทำได้ จีนก็ทำได้ ผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ กีฬาประเภทที่จีนยังตามหลังชาวบ้านเขา เชื่อเถอะไม่นานเกินรอสถานภาพที่เป็นลูกไล่จะกลายเป็นผู้นำ อย่างวันนี้ในเรื่องของเศรษฐกิจ ถามว่า ณ วันนี้ในภาพแล้วจีนเป็นรองกี่ประเทศ ความเข้มแข็งและความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจ ณ วันนี้พี่เบิ้มอย่างสหรัฐยังต้องยอมซูฮก ผมได้รับการบอกเล่าจากเพื่อซึ่งทำงานหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจจากอเมริกา ว่า ณ วันนี้นักธุรกิจชื่อดังหลายคนด้วยกัน กำลังวางโครงการที่จะเข้ามาลงทุนในจีน
ในส่วนของไทยเอง ณ วันนี้ก็มีหลายบริษัทด้วยกันที่ได้เข้าไปจับจองโอกาส หรืออย่างในวงการกุ้งผมก็ทราบข่าวมาว่ามีหน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการพาเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเข้าไปดูงาน ตรงนี้ขอชื่นชมครับเพราะเป็นวิสัยทัศน์ที่แหลมคมมาก นำเรื่องจีนมาเล่าสู่กันฟังก็ไม่มีอะไรมากและไม่ใช้เนื้อหาที่จะเขียนถึง เพียงแต่อารมณ์ที่ชื่นชอบกีฬามันพาไปเลยเปิดประเด็นขึ้นมาเล่าสู่กันฟัง
สำหรับเรื่องราวที่ผมจะเขียนถึงจริงในฉบับนี้หลังจากที่ไปทัวร์ต่างประเทศมานาน คือ วิกฤติของเกษตรกรไทยครับ แต่จะเน้นเฉพาะวงการกุ้งดีกว่า เพราะวงการเกษตรตัวอื่นผมยังไม่มีความรู้อีกอย่างเดียวจะเปลืองเนื้อที่โดยใช่เหตุ
ประเด็นแรกเลยที่ขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ นั่นคือ ปัญหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งในหลายเล่มที่ผ่านมาผมเคยเขียนถึงไปบ้างแล้ว แต่ฉบับนี้ที่ต้องนำมาเขียนอีก เพราะอยากบอกให้รู้ว่ามันแรงเอามากๆ ทีเดียว ผมไม่มีตัวเลขแต่เท่าที่ได้ไปดูมากับตาตัวเอง พบว่า พื้นที่เพาะปลูกอาหารสัตว์หายไปเยอะมาก เพาะรัฐบาลในหลายประเทศส่งเสริมให้มีการปลูกพืชทดแทน ซึ่งจริงๆ แล้วรัฐบาลไม่ส่งเสริมเกษตรกรก็อยากจะปลูกกันอยู่แล้ว เพราะราคาดีกว่า และผมก็เชื่อว่าน่าจะเป็นเหตุผลตรงนี้ที่ทำให้มีการปรับราคาอาหารเม็ดขึ้นอีกรอบแล้ว
สำหรับครั้งนี้การปรับขึ้นค่อนข้างดูดีเพราะมีการประกาศอย่างเป็นทางการจาก คณะอนุกรรมการพิจารณาอาหารสัตว์ กระทรวงพาณิชย์ โดยมีการอนุมัติให้ผู้ประกอบการขึ้นราคาอาหารกุ้งตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2551 เป็นต้นไป อย่างไรก็ดีผมพอทราบมาว่า ราคาอาหารในหลายพื้นที่ได้มีการปรับราคาขึ้นมาก่อนหน้านี้หลายวันแล้ว เลยไม่แน่ใจว่า เมื่อกระทรวงพาณิชย์อนุมัติให้ปรับราคา จะมีบริษัทไหนจะฉวยโอกาสทำการปรับราคาขึ้นไปอีก ถ้าเป็นอย่างนี้ตายกันละครับพี่น้องผู้เลี้ยงกุ้ง
กับสภาพการณ์เช่นนี้ผมเข้าใจบริษัทครับ ในส่วนของภาครัฐเองเมื่อขยับนโยบายเห็นใจเหล่าบริษัท ท่านก็ต้องขยับนโยบายแก้ปัญหาความเดือดร้อนของผู้เลี้ยงกุ้งด้วย ทำอย่างไร มีโจทย์ให้แก้ 2 ข้อด้วยกัน คือ
1.ทำอย่างไรให้วัตถุดิบอาหารถูกลง ซึ่งมันจะนำมาสู่ราคาอาหารเม็ดที่ถูกลงเช่นกัน
2.ทำอย่างไรให้ราคากุ้งสมดุลกับต้นทุนการเลี้ยง เน้นว่าสมดุลนะครับ ไม่จำเป็นต้องให้กุ้งมีราคาสูงแต่ขอให้ผู้เลี้ยงกุ้งอยู่ได้
และเกี่ยวกับเรื่องของต้นทุนการผลิตกุ้งผมขอข้ามไปอีกประเด็นหนึ่งที่ตอนนี้มีการกล่าวถึงกันพอสมควรในการย้ายฐานการเลี้ยงกุ้งของกลุ่มนักธุรกิจที่มีศักยภาพไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเหตุผลนั้นผมได้รับทราบมาว่าเพราะต้นทุนการเลี้ยงของประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศถูกกว่าไทย เมื่อได้เป็นกุ้งเนื้อแล้วค่อยขนส่งกลับมาแปรรูปมาสวมเป็นกุ้งไทย จึงมีประเด็นที่ต่อเนื่องกันไปอย่างน่าสนใจว่า เมื่อต้นทุนหลักของการเลี้ยงกุ้ง คือ อาหารเม็ดสำเร็จรูป ซึ่งมีหลายคนบอกกับผมว่า ผู้เลี้ยงกุ้งชาวไทยซื้ออาหารกุ้งที่ถูกที่สุด นั่นแสดงว่าต้นทุนการเลี้ยงของเราน่าจะถูกกว่า แต่ในความเป็นจริงหลายประเทศด้วยกันที่เลี้ยงกุ้งมีต้นทุนที่ถูกกว่าไทย จากตรงนี้เมื่อมองไปที่ต้นทุนหลักตัวอื่น เช่น ค่าแรงงาน ค่าพลังงาน ค่าปัจจัยการผลิตต่างๆ แสดงว่า ประเทศเหล่านั้นถูกกว่าไทยมาก ทำให้ค่าเฉลี่ยของต้นทุนการเลี้ยงโดยรวมจึงถูกกว่า บทพิสูจน์ตรงนี้ชัดเจนครับเพราะหลายห้องเย็นด้วยกันมีการนำกุ้งเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านของเรามาทำการแปรรูปในประเทศไทย และที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือ ทำไมราคากุ้งในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศบ้านไกลเรียนเคียงกับไทย และโดยเฉพาะกุ้งไซส์ใหญ่ราคา ณ ตอนนี้ดีกว่าไทย ที่สำคัญ คือ ราคากุ้งค่อนข้างมีเสถียรภาพ
เขียนถึงตรงนี้ก็ไม่อยากจะมองในภาพลบแต่แนวโน้มโอกาสที่ประเทศไทยยังครองแชมป์ผู้ส่งออกกุ้งหมายเลขหนึ่งของโลกยังสดใสครับ แต่เงินตราที่เราดูดเข้าประเทศจากภาคการส่งออก ก็จะถูกดดูดออกจากภาคการผลิตจากกุ้งนอกที่เรานำเข้ามา นั่นจะมีผลต่อเนื่องไปสู่ความมั่งคั่งและมั่นคงของประเทศผู้ผลิต
จบครับเล่มนี้ เอาเป็นว่าผมใช้พื้นที่นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำมาบ่นให้พี่น้องผู้เลี้ยงกุ้งฟังละกัน
 
|
|