| ผู้ที่โพสต์ |
คนเลี้ยงกุ้งน้ำจืดอัพเกรด เป็น ส.เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 22/06/2007-20:07 GMT+7  
เอื้อเฟื้อบทความโดย นสพ.กุ้งไทย ฉบับที่80 สนใจสมัครสมาชิก นสพ.กุ้งไทย หรือติดต่อลงโฆษณา ได้ที่เบอร์ 02-422-6346 |
คนเลี้ยงกุ้งน้ำจืดอัพเกรด
เป็น ส.เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย
ได้ยินข่าวมานานว่า สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด จะเปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ทีมงานจึงติดตามเรื่องนี้มาอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งล่าสุดในงานประชุมประชุมสามัญประจำปีของสมาคมฯ เมื่อเร็วๆ นี้ จึงได้รู้ข่าวอย่างเป็นทางการ ว่าเขาเตรียมที่จะเปลี่ยนชื่อกันจริงๆ ซึ่งหากเปลี่ยนชื่อแล้ว แน่นอน...รูปแบบการทำงานก็จะต้องเปลี่ยนไป เพราะจะครอบคลุมหมด ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา เพราะฉะนั้น ภาระหน้าที่ของสมาคมฯ ต้องมีเพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การดำเนินงานในการเปลี่ยนชื่อและข้อบังคับใหม่ จากสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด เป็น สมาคมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย จะดำเนินการยื่นจดทะเบียนในวันที่ 2 พฤษภาคม และคาดว่าจะได้รับการอนุมัติในปลายเดือนเดียวกัน
สำหรับสาเหตุหลักในการเปลี่ยนชื่อรวมทั้งนโยบายและข้อบังคับในครั้งนี้นั้น สืบเนื่องมาจากแกนนำหลายท่านของสมาคมฯ อาทิ นายนิธิศ ภัทรกุลชัย เลขาธิการสมาคมฯ นายถิรวัฒน์ ลี้ภัยสมบูรณ์ อดีตนายกสมาคมฯ รวมถึงท่านอื่นๆ ต่างเห็นพ้องกันว่า ในพื้นที่ภาคกลาง สามารถผลิตผลิตภํณฑ์สัตว์น้ำได้เป็นจำนวนมาก ไม่เฉพาะแต่กุ้ง ซึ่งมีทั้งเพื่อการส่งออก และบริโภคในประเทศ เพราะฉะนั้นน่าจะมีการรวมกลุ่มกันขึ้นมาระหว่างผู้ผลิตในแต่ละประเภท เพื่อรวมองค์กรให้เข้มแข็ง ในการสร้างมาตรฐานให้กับสินค้าสัตว์น้ำนั้นๆ ให้เข้าระบบ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค โดยเฉพาะในเรื่องอาหารปลอดภัย
ส่วนขอบเขตในการปฏิบัติงานนั้น ก็จะตีกรอบไว้เฉพาะในส่วนของภาคกลางเท่านั้น โดยจะมีการนำคลัสเตอร์สัตว์น้ำ ชมรม หรือกลุ่มอื่นๆ มารวมกลุ่ม และดำเนินกิจกรรมร่วม โดยเน้นทางด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ ช่วยรณรงค์ในเรื่องการปลูกป่าชายเลน ฯลฯ ส่วนกิจกรรมหลักคือ การทำมาตรฐานฟาร์ม ให้ทุกฟาร์มของสมาชิกได้มาตรฐาน GAP ภายในปี 50 และทางนายกสมาคมฯ จะช่วยในการประสานงานในเรื่องต่างๆ เพื่อความสะดวกของเกษตรกร
ขณะเดียวกัน ก็จะมีการแบ่งงานคือ ชมรมหรือกลุ่มที่มีศักยภาพที่สามารถดูแลตนเองได้ ทางสมาคมฯ ก็จะขอให้ ชมรมเข้าร่วมกับทางจังหวัด 12 ท่าน แล้วมาสมัครเป็นสมาชิก จากนั้นจะแชร์กันท่านละ 10,000 บาท เพื่อบริจาคกับทางสมาคมฯ โดยเงินในส่วนนี้ จะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนต่างๆ ในสมาคมฯ ไม่ว่าจะเป็น การประชุม และการบริหารงานต่างๆ หรือค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ และจะมีการประชุมร่วมกันระหว่างเครือข่ายเดือนละ 1 ครั้ง
สำหรับการขยายผลในอนาคต ก็จะมีการวางแผนการปฏิบัติงานไว้ทั้งหมด โดยในเบื้องต้นจะมีการใช้พื้นที่ชายฝั่งภาคกลางแถบสมุทรสาคร และสมุทรสงคราม เพื่อเลี้ยงกุ้งกุลดำอินทรีย์ ตามแนวทางของคุณประยูร หงส์รัตน์ ที่ประสบความสำเร็จในการส่งออกกุ้งอินทรีย์รายแรกของไทยไปยังตลาดสหภาพยุโรป (เยอรมัน) เพื่อขยายตลาดกุ้งอินทรีย์ของไทยให้มากขึ้น
[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: web เมื่อ 2007-06-22 20:26 GMT+7]
 
|
|