| ผู้ที่โพสต์ |
ข้อมูลเสนอ กรมการค้าภายใน เสียงจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ในโอกาสราคารวิกฤติปี 50 |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 22/06/2007-20:10 GMT+7  
เอื้อเฟื้อบทความโดย นสพ.กุ้งไทย ฉบับที่80 สนใจสมัครสมาชิก นสพ.กุ้งไทย หรือติดต่อลงโฆษณา ได้ที่เบอร์ 02-422-6346 |
ข้อมูลเสนอ กรมการค้าภายใน
เสียงจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ในโอกาสราคารวิกฤติปี 50
น.สพ.สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ
ในฐานะแกนประสานเครือข่าย คนไทย-กุ้งไทย
ในวาระที่กรมการค้าภายในได้ฉลองครบรอบ 65 ปี เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในฐานะผู้ดำเนินกิจกรรมเชิงประสานภายใต้ชื่อ เครือข่าย คนไทย-กุ้งไทย ขออนุญาตแสดงความชื่นชมภารกิจของกรมการค้าภายในที่ก่อคุณประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณที่กรมการค้าภายในได้ช่วยแก้ไขได้ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยหลายครั้งหลายคราว ภายใต้เงื่อนไขที่บีบรัดและจำกัดในการดำเนินการ แต่ก็สามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้ทุกครั้ง
ดังนั้นในโอกาสนี้ จึงขอนำเสนอสถานการณ์กุ้งปัจจุบัน ซึ่งมีแนวโน้มว่า อาจจะถึงคราวที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยจะวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากกรมการค้าภายในอีกวาระหนึ่ง ตามหลักการเดิม คือ ขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้านราคาผลผลิต ซึ่งกรมการค้าภายใน ไม่มีโอกาสร่วมรับรู้หรือรู้เห็นใดๆ ก่อนการเกิดปัญหา แต่ต้องกลายเป็นองค์กรรับผิดชอบร่วมกันแก้ไขปัญหา เหมือนกับว่า เป็นภารกิจที่ต้องดำเนินการ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทุกครั้งที่วิ่งไปหา ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกชนิดสินค้าเกษตรที่ผลิตได้มากในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า จึงเป็นภารกิจที่น่าชื่นชมยิ่งด้วยความจริงใจ
และโดยเฉพาะในปี 2550 นี้ อาจจะต้องถือว่าเป็น ภารกิจที่ใหญ่และยากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลหลายประการ
1. การผลิตกุ้ง ในปี 2549 ไทยผลิตกุ้งได้มากเป็นประวัติการณ์ ถึง 5 แสนตัน และสามารถขายออกได้มากพอที่จะกระตุ้นให้เกิดการทุ่มตัวขยายการเลี้ยงกุ้งกันอย่างต่อเนื่อง จนผลผลิตกุ้งเข้าสู่ตลาดมากเป็นพิเศษ ในรอบต้นปี 2550 นี้
2. ด้านการตลาด จากต้นปี 2549 จนถึงปัจจุบัน ไทยขายกุ้งส่วนใหญ่เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ (60%) ที่ผลิตได้ จนอำนาจต่อรองของประเทศฝ่ายผู้ซื้อสูงมากกว่าช่วงใดๆ เมื่อผนวกกับภาระค่าใช้จ่าย (ต้นทุนการขาย) อันเนื่องจากมาตรการเอดี อีก 7 % เศษ ส่งผลให้ราคาผลผลิตลดต่ำลงตามลำดับ
ปัญหาราคากุ้ง มีเหตุมาจากเรื่องของ
1. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนตัวลง ควบคู่ค่าเงินบาทไทยที่แข็งตัวอย่างผิดปกติ จากต้นปี 2549 (38.00บาท) ถึงปัจจุบัน 34.90 บาท หรือประมาณ 9% ส่งผลให้ราคากุ้งหน้าฟาร์มลดลงตามอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 8-10 % ไปด้วย
2. ภาคการส่งออกไทย เริ่มมีภาระทางการเงินหนักขึ้น เพราะต้องวางเงินค้ำประกันภาษีสะสมมาเป็นปีที่ 3 รวมแล้วกว่า 6,000 ล้านบาท เมื่อผนวกกับภาระเครดิตจากลูกค้ารายใหญ่ ที่นานกว่าปกติ จะส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยทำการค้าอย่างระมัดระวังมากขึ้น
3. ฟาร์มเลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ ต่างลงกุ้งอย่างไม่ยั้ง และต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายปี 2549 จนถึงปัจจุบัน แม้จะมีช่วงผ่านภาวะสูญเสีย อย่างรุนแรง ก็ยังมีผลผลิตเข้าตลาดให้เกิดบรรยากาศกังวลว่า กุ้งมาก
4. อเมริกาได้โชคดีที่ผลิตกุ้งรอบต้นปี 2550 ค่อนข้างได้ผล จนสหรัฐฯรู้สึกเบาใจแต่ต่อรองทางการตลาดกุ้งไทยได้เต็มที่ หรือหากสรุปสั้นๆก็คือ ของมาก ต้องขาย แต่ฝ่ายผู้ซื้อค่อนข้างอิ่ม ย่อมมีผลกระทบต่อราคาระดับหนึ่งโดยปริยาย
แนวทางแก้ไข
ปีนี้ถือเป็นปีสำคัญของกุ้งไทย และเพื่อนบ้านโดยรอบ เพราะทุกประเทศตั้งเป้าขยายการผลิตกุ้งเพิ่มด้วยกุ้งขาว แวนนาไม ซึ่งคาดว่าจะผลิตเพิ่มได้ตามนโยบาย ในขณะที่เป็นปีแรกของอิทธิพลแอลนิโญ ซึ่งต่างก็คาดการณ์ไม่ได้ ดังนั้น แนวทางการแก้ไขวิกฤตราคากุ้งปีนี้จึงต้องคิดหนักกว่าครั้งก่อนๆ เพื่อให้ฐานตลาดคงอยู่ได้ โดยผู้ประกอบการไทยยังมั่นคงต่อเนื่อง จึงอาจต้องพิจารณาในหลายประเด็น เช่น
1. อาจถึงขั้นต้องกางราคาขาย เพิ่มประเมินโอกาส และกำหนดราคาวัตถุดิบกุ้งระยะยาว ในปี 2550
2. อาจต้องใส่เงินเข้าเสริมระบบธุรกิจ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการผลิตและตลาด
3. อาจต้องลดหรือชลอการผลิตตามส่วน เพื่อเพิ่มความสมดุล ทางการตลาด
4. อาจต้องตัดระบายกุ้งไซซ์เล็ก และทำกุ้งที่เหลือเป็นไซซ์กลาง-ใหญ่ เพื่อพยุงโอกาสด้านราคา และรักษาฐานตลาดกุ้งเล็ก
5. อาจต้องปรับแนวทางการผลิตกุ้งรอบปลายปี โดยผลิตเชิงมูลค่าและคุณค่า แทนปริมาณเพื่อความอยู่รอดของฐานการผลิตโดยรวม
6. อาจต้องถึงคราวที่กุ้งไทยต้องผนึกกำลังและลงทุนด้านการตลาดเชิงรุก เพื่อสร้างฐานการตลาดที่ได้เปรียบหรือนำคู่แข่งในอนาคตโดยเร่งด่วน
การนำเสนอข้อมูลโดยภาพรวมในที่นี้ ก็เพื่อโอกาสและการคงอยู่อย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมกุ้งไทย โดยภาพรวมในอนาคต โดยข้อสรุปจริงๆจะเกิดได้เมื่อมีการประชุมหารือ ณ กรมการค้าภายในภายใต้สถานการณ์วิกฤติราคา หากไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ย่อมถือว่าดี แต่หากมีเหตุการณ์นี้ด้วยความจำเป็น ก็ถือว่า จำเป็นต้องรวมพลังแก้ไขปัญหาอย่างมุ่งมั่นจึงจะได้ผลตามความมุ่งหวังโดยส่วนรวม
ในฐานะตัวแทนของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จึงขอขอบคุณกรมการค้าภายใน มา ณ ที่นี้ (อีกครั้ง)
ขอบคุณครับ
[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: web เมื่อ 2007-06-22 20:25 GMT+7]
 
|
|