โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ดข่าววงการกุ้ง www.SiamMarine.com Index : เข้าชมข่าวทั้งหมด (หรือRefresh หน้าจอ) คลิ๊กที่นี่ : อาหารมีชีวิตของแม่กุ้ง(เพรียงทราย) , วิธีการตรวจหาเชื้อดวงขาวในกุ้งที่ไม่ต้องง้อเครื่องพีซีอาร์
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ อาหารมีชีวิตของแม่กุ้ง(เพรียงทราย) , วิธีการตรวจหาเชื้อดวงขาวในกุ้งที่ไม่ต้องง้อเครื่องพีซีอาร์  
web
 

โพสต์: 418
โพสต์เมื่อ: 22/06/2007-20:12 GMT+7  


เอื้อเฟื้อบทความโดย นสพ.กุ้งไทย
ฉบับที่80
สนใจสมัครสมาชิก นสพ.กุ้งไทย หรือติดต่อลงโฆษณา ได้ที่เบอร์ 02-422-6346

อาหารมีชีวิตของแม่กุ้ง(เพรียงทราย) , วิธีการตรวจหาเชื้อดวงขาวในกุ้งที่ไม่ต้องง้อเครื่องพีซีอาร์
และ ปลามีวัคซีนจริงหรือ

เดือนพฤษภาคมหรือเดือนที่แล้วในวงการสัตว์น้ำไทยมีกิจกรรมดีๆหลายกิจกรรมซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อสังคมสัตว์น้ำไทยทั้งสิ้น ในส่วนงานด้านความรู้วิชาการและผมเองได้มีโอกาสเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบางกิจกรรมโดยจากข้อมูลที่ได้มา ผมมองว่ามันไม่น่าจะหยุดอยู่เพียงแค่คนที่เข้าร่วมกิจกรรมเท่านั้น
ข้อมูลดังกล่าวน่าจะนำมาส่งผ่านต่อไปให้เกษตรกรไทยและผู้ที่สนใจในเรื่องสัตว์น้ำได้รับทราบว่าใครได้ทำอะไรที่น่าสนใจที่ไหนอย่างไรด้วยเหตุนี้ผมจึงขอนำผู้อ่านทุกท่านก้าวไปในเนื้อหาที่น่่าสนใจและสำคัญกันเลยครับ
เริ่มต้นกันด้วยหนึ่งกุญแจที่จะช่วยไขความสำเร็จสำหรับการเลี้ยงกุ้งขาวปลอดเชื้อนั้นคือเรื่องของ การเลี้ยงแม่เพรียงปลอดเชื้อซึ่งขอบอกไว้เลยว่าถ้าแม่กุ้งขาวที่นำเข้าจากเมืองนอกปลอดเชื้อทุกตัวแต่มาตกม้าตายที่แม่กุ้งของเราต้องมากินแม่เพรียงที่ไม่ปลอดเชื้อเข้าไป เป็นอันจบกันไปเลยเรื่องลูกกุ้งปลอดเชื้อไม่ต้องพูดถึง ดังนั้นถ้าแม่กุ้งปลอดเชื้ออาหารแม่กุ้งซึ่งเป็นตัวที่จะกระตุ้นให้พ่อแม่กุ้งเกิิดความพร้อมที่จะผสมพันธุ์วางไข่คือแม่เพรียงแม่เพรียงที่นำมาเลี้ยงกุ้งก็ต้องปลอดเชื้อด้วยเช่นกัน
จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าแม่เพรียงปลอดเชื้อเป็นเสมือนกุญแจที่มีส่วนทำให้การเลี้ยงกุ้งประสบความสำเร็จอีกทั้งการเพาะเลี้ยงแม่เพรียงปลอดเชื้อยังสามารถเป็นอาชีพหลักของใครต่อใครได้อีกเนื่องจากตลาดมีความต้องการแม่เพรียงปลอดเชื้อในธุรกิจกุ้งจำนวนมากประมาณ80100ตันต่อปี แถมราคาแม่เพรียงก็ตกกิโลกรัมละ500700บาทและปัจจุบันนี้มีสูตรสำเร็จหลายแนวทางสำหรับการเลี้ยงแม่เพรียงเชื่อว่าไม่ยากอย่างที่คิดครับ ซึ่งงานที่กล่าวถึงงานแรกคือ
งานการอบรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่อง การทำฟาร์มเพาะเลี้ยงเพรียงทรายปลอดเชื้อเชิงพาณิชย์
ซึ่งจัดโดย สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ และได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
ทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นอีกทั้งได้ความรู้แบบเจาะลึกให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำไปปฏิบ้ติได้จริงการอบรมครั้งนี้ใช้เวลาสองวัน โดยจัดให้มีการอบรมสองรุ่นรุ่นแรกวันที่14-15พฤษภาคม และรุ่นที่สองวันที่21-22พฤษภาคมซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมมากมาย จบงานแล้วหากใครสนใจจริงๆสามารถคุยกันต่อกับ
ดร.พอจำ อรัณยกานนท์ หรือ อาจารย์สุรพล ชุณหบัณฑิตได้ตลอดชีวิตเอ้ย!ตลอดเวลาเลยล่ะ
ยินดีและเต็มใจ ว่าเข้าไปนั่น.

- ในกุ้งไทยเล่มนี้เอาฉบับย่อของการเพาะเลี้ยงเพรียงทราย
ซึ่งเป็นข้อมูลของทั้งสองกุนซือเพรียงทรายอย่างดร.พอจำและอาจารย์สุรพล แห่งสถาบันทรัพยากรทางน้ำ
จุฬาฯ
- เพรียงทราย เป็น เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชั้นโพลีคีต้า(ไส้เดือนทะเล)
มีลำตัวเป็นปล้องๆ แต่ละปล้องมีขาเดิน 1 คู่ ส่วนหัวมีนัยน์ตา 2 คู่มีหนวดรับกลิ่น 4 คู่ มีสมองสองข้าง มีเลือดสีแดง
อาศัยอยู่ในบริเวณหาดทรายเขตน้ำขึ้นน้ำลง อีกทั้งยังเป็นอาหารของสัตว์น้ำหลายชนิด
เช่น กุ้ง ปูและปลา
*การเลี้ยงเพรียงทรายมีหลายระบบ * โดยรูปแบบบ่อที่จะใช้เลี้ยงเพรียงทรายนั้นจะเป็นแบบกลม
และสี่เหลี่ยมก็ได้
- บ่ออาจทำด้วย คอนกรีต ผ้าใบ พลาสติก ไฟเบอร์ได้ทั้งนั้น
- ขนาดบ่อ ไม่จำกัดขอให้มีขนาดเท่าที่สามารถจัดการได้
- ระดับน้ำทะเลที่ใช้เลี้ยง ควรสูงกว่าระดับทราย 5 ซม
- การเลี้ยงเพรียงทรายนั้นไม่จำเป็นต้องทำน้ำขึ้น น้ำลง
- ที่น่าสนใจคือปัจจุบันการเลี้ยงเพรียงทรายจะใช้กระบะพลาสติิกกับทรายเทียม
* ถ้าบ่อใหญ่ หรือใช้กระบะใหญ่ * เลี้ยงเพรียงได้มากแต่การควบคุมจัดการยากกว่า สามารถใช้พื้นที่ทางราบ
- ส่วน * บ่อขนาดเล็กหรือใช้กระบะเล็ก * นั้นเลี้ยงได้น้อยแต่ควบคุมและจัดการง่าย และต้องใช้พื้นที่แนวดิ่ง
- ส่วนทรายที่ใช้เลี้ยงเพรียงปัจจุบันควรใช้ทรายเทียม แม้ว่าราคาแพงแต่ใช้ได้นาน ถ้าจัดการได้ถูกต้อง
น้ำหนักเบา ไม่มีคม นุ่ม อมน้ำ ให้ความชื้นดี
*ระบบการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์*
-ควบคุมแสง เพื่อควบคุมการขึ้นว่ายน้ำเพื่อผสมพันธุ์ของเพรียง(แปลกดีเพรียงผสมเสร็จแล้วก็ตายเลย)
-ควบคุมอาหาร คอยสังเกตุว่ากินอาหารน้อยลง หรือ หยุดกิน
-ถ้าเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ ในระบบใหญ่ จะเกิดปัญหาพ่อแม่พันธุ์พร้อมผสมพันธุ์
มากเกินความต้องการ
-อัตราส่วน พ่อพันธุ์ : แม่พันธุ์ คือ 1:4
-ความหนาแน่นในการเลี้ยง 100 ตัวต่อตรม.
*ระบบเลี้ยงเพรียงทรายวัยอ่อนอายุ3-30วัน*
- ความหนาแน่น 3,000 ตัวต่อตรม. หรือ สูงกว่า
- ควบคุมสิ่งแวดล้อม อุณหภูมิ ความเค็ม แสง
- เมื่อลูกเพรียงเริ่มลงพื้น จะถ่ายน้ำ แล้วเติมทรายให้สูง 5-10 ซม
- เริ่มให้อาหาร เมื่อลงพื้นแล้ว 15 วัน
- Microencapsulated diet ของกุ้งทะเล
- ให้อาหารวันละ 2 มื้อ ให้ไป 15 วัน
*ระบบเลี้ยงเพรียงทรายวัยรุ่น 30-60 วัน*
-เลี้ยงต่อเนื่องจากระยะวัยอ่อน เพิ่มความสูงทรายเป็น 15 ซม.

-เพิ่มอาหารในแต่ละมื้อ ให้อาหารวันละ 2-3 มื้อ

-เปลี่ยนอาหารเป็นอาหารกุ้งเบอร์ 1

-คาดหวังอัตรารอด 80 %

-ครบ 60 วัน ทำการ ร่อนแยกออกไปเลี้ยงต่อ หรือ ขาย

*ระบบการเลี้ยงเพรียงทราย โตเต็มวัย อายุ 60-120 วัน*

-ย้ายบ่อเลี้ยง ลดความหนาแน่น ถ้าต้องการให้โตเร็ว

-เพิ่มความสูงทรายได้อีก ขนาดของทรายเทียมใหญ่ขึ้น

-อาหารกุ้งเบอร์ 2 วันละ 2 มื้อ

-ได้รับแสงปกติ

-อายุครบ 120 วัน คัดแยก เพรียงทรายที่ได้ขนาดที่ตลาดต้องการ เพื่อขาย

*ระบบเลี้ยงเพรียงทราย วัยเจริญพันธุ์ 120-180 วัน*

-คัดแยก เลือกเอาเพรียงทรายที่มีความสมบูรณ์ไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์

-ให้อาหารเต็มที่ อาจเปลี่ยนเป็นอาหารที่ทำขึ้นพิเศษ

-ลดระยเวลาได้รับแสงลงเหลือวันละ 1 ชั่วโมง.

-ควบคุมอุณหภูมิ ความเค็ม ให้นิ่ง

-คอยสังเกตุเพรียงทรายที่พร้อมผสมพันธุ์ ขึ้นว่ายน้ำ

*ระบบเลี้ยงเพรียงทราย ระยะพร้อมผสมพันธุ์*

-การควบคุมแสงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด

-ถ้าผสมตามธรรมชาติได้จะดีมาก

-การผสมเทียม ก็ให้ผลน่าพอใจ

นอกจากการให้ข้อมูลทางวิชาการแล้วยังได้ให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ส
ัมผัสและได้ไปดูฟาร์มเลี้ยงเพรียงทรายจริงๆของบริษัทต้นอควอติก
จำกัดที่สมุทรสาคร ซึ่งเมื่อเราได้เห็นข้อมูลทั้งหมดแล้ว
ขอบอกเลยว่าการเพาะเพรียงทรายปลอดเชื้อขายเป็นอาชีพที่น่าสนมากกๆๆๆ
แต่อย่างที่กล่าวนะครับ ถ้าใครคิดจะเลี้ยงจริงต้องไปด
ูของจริงและเก็บข้อมูลให้ละเอียดมากกว่าที่ได้ย่อมาลงในหนังสือพิมพ์กุ้งไทย

ส่วนงานที่จะจ้อให้ฟังต่อไปคืองานที่พวกเราต้องล่องใต้ไปถึงอำเภอหาดใหญ่
จังหวัดสงขลา เพื่อเข้าฝึกอบรมวิชาการเรื่องFish and Shrimp Health Management
ณ.ศูนย์วิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ ภาควิชาวาริชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลาดนครินทร์
โดยงานนี้ผู้บรรยายคือ ดร.โตชิอากิ อิตามิ จากมหาวิทยาลัยมิยาซากิ
แต่งานนี้ถ้าใครจะหวังว่าฟรีเหมือนเพรียงทรายคงต้องบอกโนคร
ับเพราะค่าลงทะเบียนจัดลำดับคล้ายบัตรคอนเสิร์ต คือ 500บาท(นักศึกษา)
1,500บาท(ข้าราชการและคนของกรมประมง) และ3000 บาท(นักวิชาการจากบริษัทฯ)
ซึ่งการเข้าร่วมฝึกอบรมครั้งนี้มีดร.กิจการ ศุภมาตย์
เป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้เข้าร่วมทุกคนไม่เข้าใจอะไรถามได้แม
้ว่าใครไม่เก่งภาษาอังกฤษก็สามารถเข้าใจเนื้อหาได้ดีแน่นอน

สรุปข้อมูลโดยย่อจริงๆคือ การตรวจหาไวรัสตัวแดงดวงขาว
หากใครไม่ต้องใช้เครื่องพีซีอาร์หรือไม่อยากซื้อเครื่องพีซีอาร์ให้เปลืองเงิน
ก็สามารถประยุกต์หรือสามารถตรวจโรคไวรัสตัวแดงดวงขาวของกุ้งทะเลโดยใช้เทคนิค
LAMP(Loop mediated isothermal amplification ซึ่งเป็นเทคนิคในการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ
หรือ อาร์เอ็นเอ ในหลอดทดลอง โดยมีความไวและมีความจำเพาะเจาะจงต่อดีเอ็นเอเป้าหมายสูง
โดยสามารถทำการสังเคราะห์ดีเอ็นเอ จาก ดีเอ็นเอเป้าหมายที่มีก๊อปปี้ต่ำๆไปจนถึง10
9 ก๊อปปี้(หนึ่งพันล้านก๊อปปี้)ได้ ฟังแล้วน่าสนใช่ไหมครับ
ยังไงก็รายละเอียดมีอีกมากซึ่งใครสนใจเทคนิคดังกล่าวติดต่อทีมงาน ดร.กิจการ
ศุภมาตย์ขอข้อมูลและไปดูการงานการใช้จริงได้ที่ ศูนย์วิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ
ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มอ หาดใหญ่
คนที่นี้เขาเต็มใจต้อนรับแน่นอน

อีกเรื่องที่น่าสนใจจากการเข้าฝึกอบรมครั้งนี้คือ
เรื่องของการทำวัคซีนให้สัตว์น้ำ ซึ่งสิ่งที่เราทราบแน่นอนคือ*กุ้งไม่สามารถทำวัคซีนได้
แต่สำหรับปลาแล้วสามารถทำวัคซีนป้องกันโรคได้แน่นอน*
ดังตัวอย่างที่ไปฝึกคือการทำวัคซีนในปลานิล ซึ่งโรคที่เราทำวัคซีนป้องกันคือ
โรคสเตรปโตคอกคัส(Streptococcus sp.) เช่นกันครับทำได้จริงใช้ได้จริง
เพราะการจะทำวัคซีนอะไรนั้นมีจุดหลักอยู่ที่ ต้องมีขั้นตอนการแยกเชื้อแบคทีเรียและเตรียมเชื้อบริสุทธิ์
จากนั้นต้องทดสอบก่อนว่าเชื้อนั้นคือเชื้อที่ก่อโรคจริงหรือไม่โดยมีการทดสอบการก่อโรคด้วยวิธี
Koch’s postulate จากนั้นก็จะถึงขั้นตอนการเตรียมวัคซีนจากเชื้อตัวนั้น
และสุดท้ายต้องมีการทดสอบความปลอดเชื้อก่อนถึงจะยอมรับว่าเป็นวัคซีนที่เหมาะสม
อีกครั้งที่ต้องการชี้แจงว่าถ้าสนใจก็ติดต่อขอรับข้อมูลและดูของจริงได้ที่
ศูนย์วิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ เหมือนเดิม รับรองว่าไปที่นั่นแล้วจะติดใจ
เพราะทีมงานรุ่นนี้มีแต่เสียงหัวเราะสนุกสนานทั้งวันครับ

อย่าลืมนะครับ สนใจ เรื่องการเลี้ยงเพรียงทรายเป็นอาชีพ
รีบกริ๊งกร๊างไปที่ อาจารย์สุรพล ชุณหบัณฑิต สถาบันทรัพยากรทางน้ำ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (โทร 02-2188039)

ส่วนเรื่องการตรวจโรคไวรัสในกุ้ง และการรู้จักทำวัคซีนปลาด้วยตัวเอง
ติดต่อไปที่ ศูนย์วิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (โทร 074-286220) “แขบฮี๊ด”แปลว่ารีบเลย ครับ

เอกอนันต์
ยุวเบญจพล

ฝ่ายวิชาการ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด


[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: web เมื่อ 2007-06-22 20:24 GMT+7]






  ชมข้อมูลของ web      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ สำหรับเจ้าของกระทู้และผู้ดูแลบอร์ด สามารถโพสต์
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss