| ผู้ที่โพสต์ |
ACC รุกคืบเตรียมมัดมือชกไทยใช้เทสซิบิลิตี้นอก |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 22/06/2007-20:15 GMT+7  
เอื้อเฟื้อบทความโดย นสพ.กุ้งไทย ฉบับที่81 สนใจสมัครสมาชิก นสพ.กุ้งไทย หรือติดต่อลงโฆษณา ได้ที่เบอร์ 02-422-6346 |
ACC รุกคืบเตรียมมัดมือชกไทยใช้เทสซิบิลิตี้นอก
มีการเปิดเผยจากแหล่งข่าวในสหรัฐฯ ว่า หลังจากคณะกรรมการจาก ACC (Aquaculture Certification Council, Inc.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานของภาคเอกชนในสหรัฐฯ มีการกำหนดให้ผู้ส่งออกต้องปฏิบัติตาม มาตรฐาน หลักปฏิบัติในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นเลิศ หรือ BAP (Best Aquaculture Practice) โดยเริ่มมีผลบังคับใช้กับโรงงานแปรรูป/ห้องเย็นที่ส่งสินค้ากุ้งให้กับผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2549 และมีผลบังคับใช้กับฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้ง/โรงเพาะฟัก/โรงเพาะอนุบาลกุ้ง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ขณะนี้ทราบว่า ACC มีการตกลงกับบริษัทเทสรีจิสเตอร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานในการออกมาตรฐานเทสซิบิลิตี้ ให้นำมาตรฐานดังกล่าวมาบังคับใช้กับกุ้งไทยที่จะส่งเข้าห้างสรรพสินค้า Wal mart และ Daren Restaurant ซึ่งเป็นผู้ซื้อสินค้ากุ้งรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ทำให้เรื่องนี้เป็นที่หนักใจของหน่วยงานต่างๆ เป็นอย่างมาก แม้ว่าเราจะมีระบบเทสซิบิลิตี้ของกรมประมงแล้วก็ตาม แต่หากจะส่งเข้าตลาดดังกล่าวแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยหากระบบข้างต้นมีการบังคับใช้ ก็จะเป็นหน้าที่ของภาครัฐ ที่จะต้องออกมาเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในประเด็นการลดค่าใช้จ่ายของภาคเอกชนในการทำ ACC หรือเจรจาขอเพิ่มราคากุ้งที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ
เอกชนไทยจำใจรับ ACC
นางอำไพ หาญไกรวิไล เลขาธิการสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ในฐานะประธานกลุ่มความร่วมมือกุ้งไทยครบวงจร (อีสคอร์ต) กล่าวในการประชุมกลุ่มอีสคอร์ตเมื่อเร็วๆ นี้ว่า แม้ว่า ACC (Aquaculture Certification Council, Inc.) หรือหน่วยงานรับรองมาตรฐานของภาคเอกชนในสหรัฐฯ จะบังคับใช้มาตรฐาน หลักปฏิบัติในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นเลิศ หรือ BAP (Best Aquaculture Practice) กับโรงงานแปรรูป/ห้องเย็นที่ส่งสินค้ากุ้งให้กับผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2549 และมีผลบังคับใช้กับฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้ง/โรงเพาะฟัก/โรงเพาะอนุบาลกุ้ง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันยังไม่มีภาคส่วนใดในอุตสาหกรรมกุ้งไทยปฏิบัติอย่างจริงจัง ทำให้ ACC เริ่มมีการเคลื่อนไหว โดยส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาในไทย เพื่อหวังให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมกุ้งไทยเข้าสู่กระบวนการ ACC ให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบขณะนี้อิมพอร์ทเตอร์เริ่มอิงกับ ACC มากขึ้น ทำให้ตนในฐานะประธานกรรมการบริหาร.......อาจจำเป็นต้องเข้าร่วมกับACC ด้วย เพราะตลาดหลักเราก็ยังคงเป็นตลาดสหรัฐฯ ซึ่งหากเขาต้องการให้เราเข้ามาตรฐาน เราก็คงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่เราก็ยังสามารถต่อรองได้โดยใช้กลไกภาครัฐ อาจเป็นการลดค่าธรรมเนียมแรกเข้า การลดค่าตรวจ หรืออื่นๆ
แนะ ACC ถึงทางตัน
ไทยสบโอกาสชิงรุก
ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวในการประชุมสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืดว่า ขณะนี้ ACC ได้เดินทางเข้ามาตรวจมาตรฐานของฟาร์มในประเทศไทยแล้ว แต่ยังมีข้อบกพร่องบางประการ จึงยังไม่ผ่านมาตรฐาน ทำให้ขณะนี้ไทยจึงยังไม่มีฟาร์มใดที่ผ่านมาตรฐานดังกล่าวเลยแม้สักราย ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ตนมองว่าหากฟาร์มไหนของไทยมีความพร้อม และต้องขายส่งกุ้งไปขายยังตลาดสหรัฐฯ ก็จะต้องเข้า ACC แต่มีข้อแม้ว่า หากผ่านการตรวจรับรองจากหน่วยงานข้างต้นแล้ว ต้องมีห้องเย็นที่ผ่านการรับรองของ ACC รองรับ และมีการทำสัญญาซื้อขายระหว่างกัน เพราะขั้นตอนการเข้า ACC ต้องมีค่าใช้จ่าย
นอกจากนั้น ตนยังมองว่า น่าจะเป็นโอกาสที่ดีของอุตสาหกรรมกุ้งไทยในการเจรจาต่อรองกับ ACC ในขณะนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา ACC ไม่ได้รับความร่วมมือจากประเทศผู้ผลิตกุ้งมากนัก ทำให้เป็นไปได้ว่า ACC เอง น่าจะถูกกดดันมาจากวอลมาร์ทอีกต่อหนึ่ง ซึ่งการต่อรองดังกล่าว อาจเปลี่ยนการรับรองจากฟาร์มเดี่ยวไปเป็นกลุ่ม หรือให้ห้องเย็นที่ผ่าน ACC ช่วยออกค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง หรืออาจเจรจาลดค่าใช้จ่ายก็ได้
[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: web เมื่อ 2007-06-22 20:22 GMT+7]
 
|
|