โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ดข่าววงการกุ้ง www.SiamMarine.com Index : เข้าชมข่าวทั้งหมด (หรือRefresh หน้าจอ) คลิ๊กที่นี่ : นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ :: บทความพิเศษ โดยบรรยงค์ สิทธิพรมมาวิกฤตหรือโอกาสของปลาน้ำจืด
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ :: บทความพิเศษ โดยบรรยงค์ สิทธิพรมมาวิกฤตหรือโอกาสของปลาน้ำจืด  
web
 

โพสต์: 418
โพสต์เมื่อ: 22/11/2007-11:05 GMT+7  

เอื้อเฟื้อบทความโดย นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ ฉบับเดือน พฤศจิกายน 2550
สนใจลงโฆษณา หรือประสงค์จะนำเสนอบทความ ติดต่อได้ที่
คุณทิพวรรณ์ ซื่อสัตย์กุล
โทร. 02-587-4855, 081-441-5710
ตลอดปี 2550 นี้ นับจากมกราคมมาจนถึงเดือนตุลาคมมีเหตุการณ์ของปลาน้ำจืดที่น่าสนใจหลายประการ เริ่มจากไตรมาสแรกเจอภาวะน้ำแล้ง อากาศร้อน ปลาตาย ราคาปลาตกต่ำ ไตรมาสที่สอง ราคาปลากระเตื้องขึ้นมาบ้างแต่มาแย่สุดสุดคือเดือนสิงหาคมต่อเนื่องกันยายน ราคาปลานิลดิ่งลง เนื่องจากการเลี้ยงมีมากจากตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ในหลายๆพื้นที่ จึงมีปลาออกมาพร้อมกันแข่งกันเข้าตลาดสดในราคา 35บาท/ก.ก. ส่วนปลาดุกนั้นราคาดี เนื่องจากการลงปลาดุกน้อยลงและเห็นปลาตัวใหม่เริ่มเข้ามาทำตลาดเช่นปลาหมอไทยและปลาเนื้อขาวก็เริ่มมีให้เห็นประปราย กลางเดือนตุลาคมปลานิลเริ่มขาดตลาด เริ่มมีปลาตัวเล็กออกตลาดมากขึ้น แต่ราคาปลากระชังยังไม่ขยับอยู่ที่40บาท/ก.ก. แต่รถจับปลาเริ่มวิ่งหาปลากันมากขึ้นเนื่องจากปัจจัยหลักๆ 4 ประการคือ
หนึ่ง ปลาโตที่จะออกตลาดเริ่มขาดตลาดช่วงพฤศจิกายน เพราะสองเดือนที่ผ่านมานำปลาเล็กออกตลาดทำให้ปลาขาดช่วง โตไม่ทัน
สอง ลูกปลาช่วงเดือนสิงหาคมมีมาก จึงเทขายตลาดล่างในราคาต่ำอีกทั้งช่วงกันยายนปลาไม่มีไข่ลูกปลาไม่พอต่อความต้องการทำให้ปลาลงกระชังมีน้อยโตไม่ทัน
สาม ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา คนเดินตลาดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ปลาเนื้อขายได้น้อย การลงปลาจึงชะลอลงหรือลงก็ไม่เต็ม
สี่ การย้ายฐานการผลิตของกระชัง ที่เห็นได้ชัดคือกระชังที่แม่น้ำพองบริเวณบ้านห้วยเสือเต้น เหลือกระชังเปล่ามากขึ้น คนที่ยังเลี้ยงก็ย้ายกระชังหนีแหล่งน้ำที่แย่ เพื่อหาแหล่งน้ำดี แต่จำนวนกระชังและปริมาณปลาลดลง
ด้วยสาเหตุเหล่านี้ล้วนแต่โน้มนำให้ปลาช่วงพฤศจิกายนนี้ขาดตลาดในไซส์ที่ต้องการและจะต่อเนื่องไปจนถึงปีใหม่ และอาจเลยไปถึงไตรมาสที่หนึ่งปีหน้า เนื่องจากตุลาคมอากาศหนาวเริ่มมาเยือนอีสานแล้วครับ การลงปลาช่วงหนาวทุกคนก็รู้ว่าเป็นอย่างไร
นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีของวงการปลากระชัง แต่ยังคงไม่มีสิ่งใดที่ควบคุมได้ด้วยภาวะโลกที่เปลี่ยนไป การแข่งขันมีมากขึ้น การแก่งแย่งของมหาอำนาจมากขึ้น น้ำมันขึ้นราคา วัตถุดิบอาหารสัตว์ทุกตัวขึ้นราคา ส่งผลให้มีการปรับราคาอาหารปลาอีกครั้งในวันที่ 21 ตุลาคม 2550 อย่างน้อย 3-4 % หรือ 15-20 บาท/ถุง ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มขึ้นแน่นอนอย่างน้อย 1-2 บาท/ก.ก. หลายท่านอาจมองว่าน้อย แต่ควรพิจารณาให้ดีครับ ใน 1 กระชังให้ผลผลิต 1,300-1,500 ก.ก. นั่นคือเพิ่มต้นทุนไปอีก 1,300-1,500 บาท/กระชัง เกษตรกรหนึ่งรายมี 10ก ระชัง ต้นทุนเพิ่มเป็นหมื่นบาท แต่ราคาปลาคงที่ ไม่มีใครกล้าขยับราคาปลา เนื่องจากหากขยับ พ่อค้าปลารายอื่นเสียบทันที เพราะฉะนั้นจึงยังไม่ขยับราคา
ผู้เขียนได้สัมผัสกับผู้เลี้ยงปลารายหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น จำนวนกระชังที่มีคือ 10 กระชังมีปลาออกตลาดช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจำนวน 4,000 ก.ก. เกษตรกรรายนี้เล่าให้ฟังว่า ปลาที่เลี้ยงตัวโต อยากจับ แต่คนจับให้รอ เนื่องจากมีคิวคนอื่นรออยู่ เกษตรกรรายนี้จึงติดต่อไปทางคนจับรายอื่นที่อยู่ไม่ไกลจากแหล่งเลี้ยงมากนัก พ่อค้าที่มาจับบอกให้ราคา40 บาท/ก.ก. ไม่หักน้ำ ขึ้นปลาวันละ 1,000 ก.ก. เกษตรกรรายนี้ดีใจที่ได้จับปลาเร็วขึ้นและจับปริมาณมาก แถมยังไม่หักน้ำ อะไรจะดีขนาดนี้ แต่พอจับปลาไปหนึ่งอาทิตย์ ยังไม่โอนเงินค่าปลามาให้เลย สองอาทิตย์ผ่านไปก็ยังไม่มี ปัจจุบันผ่านไปหลายเดือนไม่สามารถติดต่อพ่อค้ารายนั้นได้เลย แจ้งความไว้ก็ไม่คืบหน้า เกษตรกรรายนี้คงสูญเงินแสนอย่างน่าเสียดาย และพอราคาอาหารปลาขยับขึ้นอีกกำลังใจที่ถดถอยลงยิ่งหนักเข้าไปอีก ครั้นจะเลิกเลี้ยงปลาก็ไม่มีอาชีพอื่นมารองรับจะทำอย่างไรดี
หลายๆบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ประกาศปรับราคาอาหาร 3-4 % ช่วงปลายเดือนตุลาคมปีนี้ ทำให้ราคาขายปลีกอาหารปลาขยับขึ้นอีกประมาณ 15-20 บาทแต่ราคาปลายังนิ่ง กลุ่มผู้ค้าส่งปลาสดมีการนัดหมายเพื่อขอปรับราคาขายส่งปลาขึ้นอีก 3-5 บาท/ก.ก. เพื่อความสมดุลของราคา หากเป็นไปตามกลไกทางการตลาดคงทำได้ง่าย แต่นี่เป็นสิ่งที่ควบคุมยากด้วยเหตุผลข้างต้นแต่เราก็จะรอดูครับว่าราคาค้าส่งปลาจะขยับได้หรือไม่
ตามมุมมองของผู้เขียน ผู้เลี้ยงอิสระที่ขายปลาเองคงลำบาก ราคาอาหารขยับไปที่ 450 ราคาส่งปลาอยู่ที่ 40-42 บาท หากขยับราคาขึ้นไปที่ 43-45 บาทก็คงโดนตัวแทนรายใหญ่ที่สามารถเล่นราคาได้เสียบเอาง่ายๆ หากแต่ถ้าปล่อยให้ขยับพร้อมกันทุกรายก็ถือว่าดี
อีกรายคือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกในเขตขอนแก่นเล่าว่า ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้สั่งจองลูกปลาดุกเพื่อลงเลี้ยง หวังให้ออกตลาดช่วงหลังปีใหม่ แต่ก็ได้ขอยกเลิกการลงลูกปลาไปแล้ว เพราะคำนวณต้นทุนแล้วทำต่อไปคงลำบาก แต่ถ้าราคาปากบ่อขยับตามไปด้วยก็คงจะเลี้ยงต่อไป เพราะนี่คืออาชีพ แม้ไม่มีความมั่นคง แต่ก็เป็นอาชีพที่ลงทุนมาก วัสดุ อุปกรณ์ลงไปมากแล้ว ผืนแผ่นดินถูกขุดลึกลงเป็นบ่อเก็บน้ำเรียบร้อย พวกเขาล้วนอยากต่อยอดในสิ่งที่ได้เริ่มต้นไปแล้วเพื่อหาเลี้ยงชีพ
พ่อค้าปลาสดรายหนึ่งในชัยภูมิเล่าว่า หากปรับราคาขายส่งปลาช่วงนี้ก็สามารถทำได้ ด้วยเหตุผลคือ ปริมาณปลาที่มีในท้องตลาดมีน้อย ไซส์ที่ต้องการคือตัวละกิโลแต่ทุกวันที่ออกตลาดคือปลา5-6 ขีด หากปรับราคาขึ้นก็ไม่น่าเกลียดเพราะปรับขึ้นช่วงปลาขาดหรือมีน้อยนั่นเอง พ่อค้าปลาที่เลี้ยงเองส่งเองซื้ออาหารปลาจากโรงงานเองกล่าวว่า กำลังเช็คปริมาณปลาทั้งหมดของกลุ่มและจะขอขยับราคาแต่คงให้แม่ค้าตลาดสดรับปลาราคาเก่าไปสักระยะเพื่อตอบแทนที่แม่ค้าไม่หนีไปซื้อปลาราคา 35 บาทในช่วงที่มีการแข่งขันเรื่องราคาหนักๆ แต่คงเป็นต้นเดือนธันวาคมที่จะปรับราคาขายส่งปลาได้ส่วนราคาที่จะปรับคาดว่าน่าจะอยู่ที่ 45 บาท/ก.ก. และจะปรับราคาหน้ากระชังขึ้นเป็น 41-42 บาท/ก.ก. และสำหรับคนเลี้ยงแล้วก็ควรจับกลุ่มกันให้แน่นมากขึ้น อย่าอิจฉากันว่ามีอาหารมาขายได้กำไร แต่ความจริงแล้วนั้นมันคือการลดต้นทุนการเลี้ยงเพราะหากคนเลี้ยงไปซื้ออาหารจากร้านค้า แน่นอนว่าราคาสูง แต่หากกลุ่มรวมกันซื้อก็ได้ราคาโรงงาน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและสามารถสู้ราคาปลาในยามราคาต่ำๆได้ ซึ่งโรงงานอาหารสัตว์เกิดใหม่มีหลายโรงที่มีนโยบายขายให้กลุ่มผู้เลี้ยงโดยตรง เพราะฉะนั้นควรศึกษาเองก็จะรู้ว่าโรงไหน
ทางด้านโรงเพาะฟักเองก็มีปัญหา เพราะแม่ปลาก็ต้องกินอาหาร ลูกปลารุ่นที่ลงกระชังก็ต้องกินอาหาร แม้ทางฟาร์มจะผลิตอาหารเองก็ต้องซื้อวัตถุดิบในราคาที่สูงขึ้นเนื่องจากการปรับราคาครั้งนี้ไม่เฉพาะอาหารสัตว์น้ำแต่รวมไปถึงอาหารสัตว์บกและวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทางฟาร์มเคยซื้อกากถั่ว 840บาท/ถุง จนขยับขึ้นเป็น1,200 บาท ส่งผลให้การผลิตอาหารใช้เองมีต้นทุนเพิ่มขึ้นแน่นอน ครั้นทางฟาร์มจะขอปรับราคาปลาขึ้นอีกผู้เลี้ยงก็ต้องโดนอีก เรื่องราคาต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแต่หากการปรับราคาครั้งนี้สามารถปรับปลายทางได้ด้วยก็จะทำให้ทุกอย่างราบรื่นทุกคนในระบบการผลิตปลาจะมีกำไร แม้จะลดลงบ้างแต่ก็พอทนอยู่กันได้
โรงเพาะฟักอีกแห่งหนึ่งที่ผลิตลูกปลาหมันได้ปริมาณมากกล่าวว่า ตลาดลูกปลาเองก็กำลังมีปัญหาเรื่องคำสั่งซื้อเนื่องจากปัญหาเรื่องน้ำน้อยที่ผ่านมา ปัญหาการตายของปลาและเรื่องเศรษฐกิจที่ระดับรากหญ้ามีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบน้อยลง คนซื้อปลากินไม่ลดลง แต่ความถี่ของการซื้อลดลง ก็ส่งผลให้ระบบการขายปลาช้าลง พันกันไปทั้งระบบ หากถามว่าการปรับราคาอาหารสัตว์ครั้งนี้ส่งผลต่อฟาร์มหรือไม่ คำตอบคือแน่นอนมีผลทุกๆระดับของกระบวนการ แต่ครั้งนี้น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่วงการอาจจะได้เห็น การรวมกลุ่มกันแน่นหนาขึ้น การปรองดรองของผู้เกี่ยวข้องในระบบเลี้ยงปลา หรืออาจจะเห็นการปรับราคาปลาปลายทางอีกครั้ง คนอยากเลี้ยงปลามากขึ้นการซื้อลูกปลามากขึ้นฟาร์มเพาะลูกปลาขายได้มากขึ้น คนขายอาหารขายได้มากขึ้นแต่ไม่แน่ใจว่าคนซื้อปลากินจะบ่นว่าราคาแพงหรือไม่
ก่อนอื่นเรากลับไปมองอดีตว่าทำไมปลาได้รับความนิยมกินกันมากขึ้น ทุกท่านจำไข้หวัดนกได้หรือไม่ครั้งนั้นคนไม่กล้ากินไก่เลยหันมากินปลาและหมูแทน ซึ่งราคาใกล้เคียงกัน คนเลยกินปลามากขึ้น หมูเองก็ขายดีคนลงหมูเพิ่มขึ้น ก็เลยส่งผลต่อราคาหมูช่วงที่ผลผลิตออกมาพร้อมๆกันราคาหมูถูกลง คนกินหมูมากขึ้นราคาปลาก็ร่วงคนเริ่มหันมากินปลามากขึ้น นั่นย่อมสะท้อนให้เห็นว่าคนเรายังต้องการของถูกครับ ในขณะเดียวกันก็ยังห่วงสุขภาพของตัวเองแต่การขยับราคาปลาเนื้อครั้งนี้ผู้บริโภคสามารถรับได้มากน้อยเพียงใดนั้นคงตอบลำบาก ต้องรอดูครับ
นี่เป็นเพียงความคิดของผู้เขียนที่สะท้อนให้เห็นความเปลี่ยงแปลงของตลาดในครั้งนี้ ซึ่งอาจมีทั้งผลดีและผลเสียตามมา แต่จะให้ได้ดีทั้งหมดก็คงทำได้ยากแต่หวังไว้ว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ไว้พบกันฉบับหน้าครับ






  ชมข้อมูลของ web      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ สำหรับเจ้าของกระทู้และผู้ดูแลบอร์ด สามารถโพสต์
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss