| ผู้ที่โพสต์ |
นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ :: วอนองค์กรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คลอดนโยบายแก้และป้องกันที่แก่น |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 22/11/2007-11:07 GMT+7  
ค.ปลายพู่กัน โดย จักรพงศ์ บัวทอง
ในช่วงปลายปี เท่าที่ผมทราบหลายๆ องค์กรที่อยู่ในวงการกุ้ง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและเอกชนต่างกำลังเร่งทำการสรุปข้อมูลในภาพรวมของการทำงานในรอบปีที่ผ่านมาและวางนโยบายของการทำงานในปีต่อไป โดยการสรุปการทำงานและวางนโยบายการทำงานในปีต่อไประหว่างองค์กรกุ้งในภาครัฐและเอกชน มีทั้งที่เหมือนกันและต่างกัน กล่าวคือ
ที่ต่างกัน คือ ภาครัฐจะไม่เน้นผลกำไร ส่วนภาคเอกชนจะเน้นไปที่ผลกำไร
ที่เหมือนกัน คือ เกษตรกร หรือ เหล่าผู้ร่วม เกี่ยวข้อง และประสานในธุรกิจ ต้องมีกำไร เพราะถ้าขาดทุนแสดงว่า นโยบายขององค์กรกุ้งทั้งภาครัฐและเอกชนล้มเหลว ซึ่งถ้าผลการประเมินออกมาเป็นเช่นนี้ก็ต้องเร่งหาสาเหตุว่าเพราะอะไร แล้วกำหนดนโยบายการดำเนินงานในปีหน้าออกมา
แต่ในคำว่าล้มเหลว ถือว่าไม่ใช่ความผิด โดยหากมองจากปัจจัยแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปีนี้แล้ว เป็นเรื่องที่ยากมากในการแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องของวิกฤตราคา แต่ก็เชื่อว่าบทเรียนที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องยากในการระดมสมอง เพื่อนำมาซึ่งเกราะป้องกันในปีหน้า
เหตุที่ผมกล่าวถึงเรื่องของนโยบาย ที่องค์กรในวงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งภาครัฐและเอกชนจะวางแผนดำเนินการในปี 51 หรือ ปีหน้า เพราะทราบล่าสุดมีข้อมูลว่า ต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ในปีหน้าจะขยับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ราคาวัตถุดิบในการผลิตอาหารเม็ด และ ต้นทุนด้านพลังงาน ซึ่งส่วนทางกับราคาสัตว์น้ำในปีหน้าที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะขยับตัวสูงขึ้น ซึ่งเมื่อกล่าวถึงเรื่องของต้นทุน นี่คือแก่นของปัญหาอย่างแท้จริงสำหรับเกษตรกร และเป็นโจทย์สำคัญสำหรับองค์กรที่เกี่ยวข้อง
ในปีนี้แม้ไม่มีหลักฐานในทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนในคำบอกเล่าที่ผมได้รับฟังจากเกษตรกร สันนิษฐานว่า ช่วงปลายปีการที่กุ้งเลี้ยงแล้วไม่โต หรือโตช้า อาจจะมีสาเหตุมาจากการที่บางบริษัทลดคุณภาพอาหารลง เพราะไม่สามารถขึ้นราคาอาหารได้ แถมยังต้องลดราคาอีก 10-20 บาท ซึ่งถ้าเป็นตามข้อสันนิษฐาน การลดราคาอาหารก็ไม่มีประโยชน์ แถมเป็นการฆ่าเกษตรกรทางอ้อมด้วย
หรือแม้แต่การส่งเสริมให้หันไปเลี้ยงสัตว์น้ำตัวอื่นทดแทน ผมก็มองว่าไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องเสียทีเดียว เมื่อแก่นของปัญหา คือ ต้นทุนการเลี้ยงและเงินทุนในการเลี้ยง
อย่างกระแสกุ้งกุลาดำ เมื่องมองลึกในรายละเอียด กุ้งขาวราคาตก แล้วกุ้งดำราคาจะสูงหรือ ยิ่งแห่มาหากุ้งดำกันหมด สิ่งที่จะเกิดตามมาก็คงไม่ต่างจากสถานการณ์ในตอนนี้
ทั้งหมดที่กล่าวมา จึงอยากวิงวอนบรรดาองค์กรที่เกี่ยวของทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรัฐและเอกชน ซึ่งเชื่อว่ากำลังเร่งคลอดนโยบายการทำงานในปี หน้า โปรดมองที่แก่นของปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับเกษตรกร พี่น้องร่วมวงการของท่าน อย่าลืมว่า ถ้าพวกเขาอยู่ไม่ได้ ธุรกิจของท่านก็มีแต่ทรงกับทรุดเช่นกัน
 
|
|