| ผู้ที่โพสต์ |
นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ :: แพ เชิงตะกอน ผีถึงหลุมอย่างไรก็ต้องเผา |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 12/12/2007-12:47 GMT+7  
สอดแนมมาเล่า โดย...กระเบนธง
วันอาทิตย์ว่างป่าว เดี๋ยวจะพาไปเที่ยวเชิงตะกอน
มีอะไรน่าดู แล้วใครเป็นอะไรอีกละ
มาเถอะเชื่อว่าเอ็งต้องอยากดูแน่นอน
ตกลง แล้วเขาเผากันกี่โมงละ
เอางี้ เดี๋ยวจะเข้าไปรับเอ็งที่อพาร์ทเม้นละกัน
เป็นคำสนทนาระหว่างผมกับเพื่อน ซึ่งทุกครั้งที่เขามีข้อมูลดีๆ ที่เกี่ยวข้องกับวงการสัตว์น้ำจะโทรมาหาผมโดยตลอด โดยงานประจำที่เขาทำอยู่ คือ เลี้ยงปลาอยู่ที่ จ.สุพรรณบุรี แต่การที่เขาโทรมาหาผมครั้งนี้ (ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา) ถ้าดูจากบทสนทนาเบื้องต้น เชื่อว่าทุกคนก็ต้องคิดเหมือนผม คือเขาจะโทรมาชวนผมไปงานศพ หรือไม่ก็มีการสร้างเชิงตะกอนที่ใช้เผาศพแบบพิสดารอะไรทำนองนี้
เมื่อถึงวันนัด เพื่อนผมมารับที่อพาร์ทเม้นตอนเย็น โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ จ.สุพรรณบุรี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ไปถึงและพบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากลุ่มหนึ่งมีจำนวนประมาณ 10 คน พร้อมกับมีพนักงานขายอาหารของบริษัทหนึ่ง ซึ่งผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามเพราะกลัวจะโดนข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งเป็นคดีที่กำลังฮิตกันในตอนนี้ หรือแทบทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ตอนนั้นผมคิดอยู่ใจว่า สงสัยเพื่อนผมคงพามาทำธุระอะไรสักอย่างกับผู้เลี้ยงปลากลุ่มนี้ หรือไม่ก็คงนัดกับกลุ่มผู้เลี้ยงปลากลุ่มนี้ไปงานศพด้วยกัน โดยเพื่อนผมพาผมไปแนะนำทำความรู้จักกับกลุ่มผู้เลี้ยงปลา โดยบอกว่าผมเป็นเพื่อนจากกรุงเทพมาเที่ยวที่สุพรรณ
เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ หลังจากที่ผมได้ฟังการสนทนากันระหว่างกลุ่มผู้เลี้ยงปลากับพนักงานขายบริษัทอาหาร ซึ่งมีบางช่วงเวลาที่ได้ต่อโทรศัพท์กับใครสักคนหนึ่ง ในเรื่องของราคาปลา ผมจึงคาดเดาว่า คงจะเป็นคนรับซื้อปลาหรือแพปลา อะไรทำนองนี้แน่นอน เพราะในเนื้อหาที่มีการพูดคุยกัน ระหว่างผู้เลี้ยงปลากับพนักงานบริษัทอาหาร จับใจความได้ว่า พนักงานบริษัทอาหารท่านนี้กำลังติดต่อขายปลาให้กับเกษตรกร โดยหลังที่จับใจความในการสนทนาได้ ผมแอบชื่นชมพนักงานบริษัทอาหารท่านนี้เป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับข้อสรุปในการเจรจาราคาปลากันสรุปได้ว่า ราคาปลานิลที่จะนำไปขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 บาท และผมก็ยังได้ทราบอีกว่ามีการนำตัวอย่างปลาที่จะขายไปให้กับแพ ซึ่งอยู่ที่ตลาดค้าปลาแห่งหนึ่ง (ตรงนี้ขอไม่เอ่ยชื่ออีกเช่นกัน บอกได้แค่ว่า อยู่ใน จ. ปทุมธานี) ที่พนักงานบริษัทอาหารท่านนั้นโทรไปหาแล้ว
เสร็จจากการเจรจาขายปลาและล่ำลาผู้เลี้ยงปลากลุ่มนี้ เพื่อนผมก็ชวนขึ้นรถ บอกว่าไปหาอะไรกินกันดีกว่า ตอนนั้นเวลาประมาณ 5 โมงเย็น ผมเลยถามกลับไปว่า อ้าวแล้วจะไปดูเชิงตะกอนกันตอนไหน เขาตอบกลับมาว่า พรุ่งนี้เราคงต้องตื่นกันตั้งแต่ตี 2 นะ เพราะต้องไปถึงประมาณ เกือบตี 4 ไม่ต้องถามอะไรมาก เดี๋ยวพรุ่งนี้จะได้เห็นของดี แต่ตอนนี้ไปหาอะไรกินกันก่อน
หลังจากกินข้าวเย็นเรียบร้อย ซึ่งเป็นการกินข้าวเย็นที่ใช้เวลานานพอสมควร ประมาณ 5 ชั่วโมง เพื่อนผมก็พาผมไปผักผ่อนที่บ้าน ซึ่งผมรีบทำธุระส่วนอย่างรวดเร็วเพื่อรีบเข้านอน
รุ่งเช้าผมและเพื่อนมาเจอกันที่เดิม โดยตอนที่เราไปถึงผู้เลี้ยงปลากลุ่มนี้ได้จัดการขึ้นปลากันเรียบร้อยแล้ว โดยมีรถขนปลาอยู่ทั้งหมด 5 คัน พอผมกับเพื่อนไปถึงเราก็เดินทางกันทันที ตอนที่นั่งอยู่ในรถพวกผมบอกว่า ตอนนี้เราจะไปเชิงตะกอนกันแล้ว มันยิ่งทำให้ผมงงไปกันใหญ่ แต่มาถึงตรงนี้แล้วพอจะเดาอะไรบางอย่างออกบ้างแล้ว โดยคำว่าเชิงตะกอนในความหมายของเพื่อนผมคงไม่ใช้สถานที่ที่ใช้เผาศพอย่างแน่นอน
ขบวนรถขนปลาไปถึงสถานที่แห่งหนึ่ง (ตลาดปลาใน จ.ปทุมธานี) ซึ่งผมได้พบเจอกับกลุ่มแพและผู้ที่เอาปลาไปขายซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเป็นผู้เลี้ยงปลาตัวจริงเสียงจริงทั้งหมดหรือไม่ โดยในกลุ่มของเราเมื่อไปถึงก็มีพนักงานบริษัทอาหารที่เจอกันเมื่อวานมาพาไปหาแพ ขณะที่เดินไปหาแพ เพื่อผมกระซิบบอกกับผมว่า มึงกำลังจะเจอกับเชิงตะกอนแล้ว
เมื่อผู้เลี้ยงปลากับแพเจอกัน และมีการคุยกันทำให้ผมถึงบางอ้อทันที (บทสนทนาที่จะเสนอต่อไปมีความรุนแรงพอสมควร ซึ่งไม่เหมาะที่จะนำมาเสนอได้ทั้งหมด จึงขอดัดแปลงตามความเหมาะสม
แพ : ผมดูปลาพวกคุณแล้วนะ คงให้ราคา ที่ตกลงกันไม่ได้หรอก เต็มที่ได้แค่ 27 บาท
แกนนำผู้เลี้ยงปลา : อ้าวแล้วทำไมบอกว่า 30 บาทละ เราก็ส่งตัวอย่างมาให้ดูแล้วนะ แถมปลาที่ตกไซส์เราก็ไม่เอามาเลย ขายทิ้งไปหมดแล้ว
แพ : ปลาเข้าตลาดเยอะราคามันเลยตก คุณจะไม่ขายก็ได้นะ เอากลับไปดิ
แกนนำผู้เลี้ยงปลา : จะเอากลับไปเราก็แย่สิ ต้นทุนการขนส่ง การจับปลา เท่าไหร่เข้าไปแล้ว ใครจะรับผิดชอบให้เราละ แล้วจะเอาไปขายใครละ
พนักงานบริษัทอาหาร : ขายเขาไปเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้ว คราวหน้าค่อยว่ากัน
แกนนำผู้เลี้ยงปลา : คุณจะพูดอย่างนี้ได้ไง คุณเป็นคนมาเจรจา และก่อนลงปลาคุณก็บอกว่าถ้าใช้อาหารของบริษัทคุณ คุณจะจัดการเรื่องตลาดให้ ค่าอาหารเราก็จ่ายเงินสด การเลี้ยงก็ทำตามทุกอย่าง คุณก็ต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้สิ
พนักงานบริษัทอาหาร : แล้วจะให้ผมทำอย่างไรละ เมื่อแพเขาบอกว่า ได้แค่ 27 บาท ราคานี้มันเป็นราคาตลาดแล้ว ไม่เชื่อก็ไปถามแพอื่นดูสิ
แพ : ตกลงว่าจะขายไหม ถ้าๆ ไม่ขายผมจะได้ไปดูปลารายอื่น
แกนนำผู้เลี้ยงปลา : พวกเราขอไปถามแพอื่นก่อนได้ป่าว
แพ : ตามสบายแต่ไม่แน่นะว่า ถ้าเอามาขายผมแล้วราคาจะเท่าเดิมป่าว เพราะปลามันเข้าตลาดเยอะมา ถ้าผมได้ของเต็มแล้ว ผมคงไม่รับซื้อแล้วละ
กลุ่มผู้เลี้ยงปลาทั้งหมดหันหน้าปรึกษากัน ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดพอสมควร บ้างกันแอบซุบซิบกันด่าว่าแพ รวมทั้งพนักงานบริษัทอาหาร ส่วนแพกับหนักงานบริษัทอาหาร เดินกันไปคุยในระยะที่ห่างออกไป
เวลาผ่านไปสักแป๊บ กลุ่มผู้เลี้ยงปลาตกลงกันว่าจะขายปลาให้กับแพรายนี้ โดยแกนนำกลุ่มได้เดินไปบอกว่า ตกลงจะขายตามราคา 27 บาท กระบวนการขายปลาจึงเกิดขึ้น ซึ่งใช้เวลาไม่นาน เมื่อรับเงินเสร็จ กลุ่มผู้เลี้ยงปลาท่านนี้ก็เดินทางกลับ เพื่อนผมบอกว่าเอ็งจะกลับเลยหรือจะตามไปดูควันหลงต่ออีกหน่อย ผมตอบทันทีเลยว่า ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็ดูให้มันจบเลย เพราะเชื่อว่า (เมื่อผีมาถึงตะกอนแล้วต้องโดนเผา) น่าจะมีอะไรดีแน่นอน เพื่อนผมจึงขับรถกลับไปพร้อมกับกลุ่มผู้เลี้ยงปลา โดยกลับไปถึงสุพรรณเกือบ 8 โมงเช้า
เมื่อลงจากรถกลุ่มผู้เลี้ยงปลามารวมตัวกันเพื่อแบ่งเงินตามสัดส่วนปลาของคนที่ขายไป ผู้เลี้ยงปลาท่านหนึ่ง ตะหวาดออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ยว่า ถ้าไอ้บริษัทพนักงานอาหารคนนั้นมากูจะยิ่งมันทิ้งเสียเลย ส่วนมือจับถุงอาหารที่เหลือเหวี่ยงทิ้งลงแม่น้ำ เมื่อมีคนที่ไหนนำร่อง คนที่ 2 3 4 ...จึงได้เปิดเวทีอภิปรายตามมาติดๆ
บอกแล้วว่าอย่าไปเชื่อใจมัน โดนหลอกอย่างนี้ตั้งหลายครั้งแล้ว
รู้นี้ขายแม่ค้าแถวนี้ดีกว่า โลหนึ่งเขาให้ตั้ง 28 บาท ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไม่ต้องค่าใช้จ่ายขนไปให้มัน
เชื่อว่าไอ้พนักงงานบริษัทอาหารมันรู้กับแพแล้วหล่ะ อย่าให้เจอหน้านะ ...
ปล่อยมันไปเถอะ ถึงอย่างไรเราก็ยังพอเหลืออยู่บ้างครอปหน้าค่อยว่ากันอีกที วันนี้แยกย้ายกันแค่นี้ก่อน เหนื่อยกันพอสมควรแล้ว แกนนำกลุ่มสรุป
ในระหว่างที่เพื่อนผมมาส่งผมกลับกรุงเทพ มันเล่าให้ผมฟังว่า กลุ่มผู้เลี้ยงปลากลุ่มนี้ซึ่งทำการเลี้ยงปลานิลทั้งในกระชังและในบ่อดิน เคยเจอปัญหาอย่างนี้มาหลายรอบแล้ว ตัวมันก็เคยเจอเพราะเป็นสมาชิกในกลุ่มนี้เช่นกัน ที่น่าเจ็บใจคือการโดนหลอกจากบริษัทอาหารหลายๆ รายด้วยกัน ว่าจะดูแลด้านตลาดให้แต่พอถึงเวลาก็มีปัญหามาโดยตลอด เช่น เมื่อนำไปขายก็โดนกดราคาทั้งๆ ที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว บางรายเก็บเงินค่าอาหารไปแล้วก็หายไปเลย บางรายนำปลาไปขายหายทั้งคนทั้งปลา ไปตามหาตัวที่บริษัทก็ลาออกไปแล้ว
ในการขายปลาครั้งนี้ เพื่อนผมมันนึกสังหรณ์ใจว่าจะมีปัญหาอีกครั้ง เลยให้ผมไปร่วมสังเกตการณ์ด้วยพร้อมทั้งสะท้อนผ่านสื่อเผื่อบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องจะเห็นความสำคัญในการเข้ามาแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบริษัทอาหาร บรรดาเจ้าของตลาดปลาทั้งหลาย หรืออย่างน้อยให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กลุ่มผู้เลี้ยงปลาท่านอื่นในการเฝ้าระวังปัญหาเช่นนี้ ซึ่งผมเองก็ได้ทำตามเจตนารมณ์แล้ว แต่ที่ทำไม่ใช่ว่าเพราะเห็นแก่เพื่อน แต่สิ่งที่ได้พบได้เจอมามันคือข้อคิดที่ดี เพราะแม้ผู้เลี้ยงปลาจะเลี้ยงปลาได้เก่งอย่างไร แต่ถ้ามาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ทุกอย่างก็จบ
และนี่กระมัง คือที่มาของคำกล่าวที่มีการคุยกันในวงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ว่า ผีถึงหลุมอย่างไรก็ต้องเผา
 
|
|