| ผู้ที่โพสต์ |
นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ :: นักวิจัยฟันธง DHA กรดไขมันจำเป็น ลดการแตกไซส์ |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 12/12/2007-12:49 GMT+7  
ถอดรหัสธุรกิจสัตว์น้ำ โดย...ยอด เมืองคอน
ใครก็ทราบดีว่าอาหารมีความสำคัญต่อการเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นอย่างมากโยเฉพาะอาหารของกุ้งเนื้อสัตว์เศรษฐกิจหลักของไทยที่ทั้งคุณภาพและราคามีอิทธิพลต่อผู้เลี้ยงอย่างมากแต่นี่คือวงจรที่อยู่กลางน้ำซึ่งก่อนจะมาถึงวงจรนี้ต้องเริ่มจากต้นน้ำนั่นคือโรงเพาะฟักซึ่งมีหน้าที่ในการผลิตลูกกุ้งคุณภาพซึ่งที่ผ่านมาอาหารที่ใช้ในการเลี้ยงพ่อ-แม่พันธุ์และลูกกุ้งเป็นอาหารสดและอาหารสำเร็จรูปที่มีราคาแพงปริมาณและคุณภาพไม่แน่นอนซึ่งสิ่งเหล่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้เลี้ยงกุ้งเนื้ออาจจะทำให้กุ้งอ่อนแอหรือแตกไซส์เมื่อลงบ่อดินแต่จากนี้ไปได้มีนักวิจัยไทยเห็นความสำคัญจึงได้ศึกษาลึกถึงสาเหตุของปัญหาดังกล่าวและพบว่าอาหารที่ใช้ในการเลี้ยงพ่อ-แม่พันธุ์ขาดกรดไขมันที่จำเป็นต่างกับกุ้งในธรรมชาติที่จะได้รับอย่างเพียงพอซึ่งข้อมูลต่อไปนี้น่าจะมีความสำคัญต่อวงการสัตว์น้ำรวมถึงในคนด้วย
ผู้วิจัยงานชิ้นนี้คือ ดร.วิเชียร ยงมานิตชัย ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้ให้ข้อมูลกับทีมงานนิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำว่า
อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งตั้งแต่ภาคการเพาะเลี้ยงจนถึงภาคการแปรรูปมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการส่งออกกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมายเช่น การผลิตอาหารกุ้ง อุตสาหกรรมห้องเย็น โรงเพาะฝัก ยาและเวชภัณฑ์ โรงงานแปรรูป และโรงงานผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการเลี้ยงกุ้งอีกทั้งระบบการเลี้ยงและความรู้ของเกษตรกรได้พัฒนาไปมากจนอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกแต่กลับเจอสองปัญหาใหญ่ถ่วงดึงภาคการผลิตไม่ให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างสะดวกนั่นคือปัญหาโรคระบาดและการขาดแคลนพ่อ-แม่พันธุ์ที่มีคุณภาพ
ปัจจุบันแม้มีแนวโน้มว่าการใช้พ่อ-แม่พันธุ์จากธรรมชาติจะลดลงเปลี่ยนไปเป็นการใช้พ่อ-แม่พันธุ์ที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงแต่ส่วนใหญ่โรงเพาะฝักก็ยังต้องอาศัยพ่อ-แม่พันธุ์ที่จับจากธรรมชาติในการผลิตลูกกุ้งเนื่องจากให้ลูกกุ้งที่มีปริมาณมากกว่าและมีคุณภาพ ถึงแม้จะมีนักวิจัยของกรมประมงสามารถพัฒนาพ่อ-แม่พันธุ์กุ้งได้แต่ก็ยังไม่ดีเท่าที่ได้จากธรรมชาติ ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพของอาหารที่ใช้ในการเลี้ยงยังไม่ครบสมบูรณ์เหมือนกับกุ้งที่อยู่ในธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารอาหารในกลุ่มของกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูงประกอบด้วย arachidonic acid (ARA) , eicosapentaenoic acid (EPA) และ docosahexaenoic acid (DHA) ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อแม่กุ้งในการสร้างไข่และฟักลูกกุ้งที่มีคุณภาพ เนื่องจากพบว่ามีการสะสมของกรดไขมันเหล่านี้ในปริมาณสูงบริเวณรังไข่ของแม่กุ้งที่จับได้จากธรรมชาติ รวมทั้งพบปริมาณมากเช่นกันในอาหารแม่กุ้งธรรมชาติเช่น เพรียง และหอยแมลงภู่ทั้งยังพบว่ากรดไขมันเหล่านี้เป็นสารตั้งต้นของสารประกอบคล้ายฮอร์โมน prostaglandins ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างไข่แดง และการสืบพันธุ์
แต่อาหารสำเร็จรูปสำหรับแม่กุ้งส่วนใหญ่จะขาด ARA และมีปริมาณของ EPA และ DHA ในปริมาณที่น้อยมาก อาหารที่ดีควรมีสัดส่วนของกรดไขมัน โอเมกา-3:โอเมกา-6 ประมาณ 3:1 ในการที่จะสนับสนุนระบบสืบพันธุ์ที่เหมาะสมของกุ้ง การให้อาหารที่มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูงแก่พ่อ-แม่กุ้ง 2-3 สัปดาห์ ก่อนการผสมพันธุ์จะทำให้แม่กุ้งสร้างไข่ได้จำนวนมากขึ้น ไข่มีปริมาณกรดเหล่านี้สูง มีอัตราการฟักสูง (จากการทดลองใช้เพิ่มขึ้นจากกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ประมาณ 30 % ) และให้ลูกกุ้งที่แข็งแรงมีอัตราการเจริญสูง
ในระยะ 2-3 ปี ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการวิจัยและศึกษาอย่างต่อเนื่องถึงความสำคัญของกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูงต่อโภชนาการของสัตว์โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์น้ำเค็มพบว่า PUFAs เป็นส่วนประที่จำเป็นและสำคัญต่อเยื่อเซลล์สัตว์ และระบบส่งสัญญาณของเซลล์ภาวการณ์ขาด PUFAs ในสัตว์น้ำวัยอ่อนทั้งปลาและกุ้งจะมีผลทำให้อัตราการเจริญลดลง อัตราการรอดต่ำ และสัตว์น้ำอ่อนแอต่อโรค
การวิจัยทางด้านอาหารและโภชนาการจะเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของการเพาะเลี้ยงและการคัดเลือกของพ่อ-แม่พันธุ์กุ้ง เนื่องจากความต้องการอาหารที่มีความแตกต่างและค่อนข้างจำเพาะเมื่อเทียบกับกุ้งวัยอื่น
ปัจจุบันอาหารที่ใช้เลี้ยงพ่อ-แม่พันธุ์กุ้งมักเป็นอาหารสดเช่นปลาหมึกและเพรียงที่มีความไม่แน่นอนทั้งด้านของปริมาณและคุณภาพ เมื่อกุ้งเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์จะใช้อาหารที่สะสมที่ hepatopancreas ไปใช้ในการสร้างไข่และสเปอร์ม ปริมาณอาหารที่สะสมอยู่นี้จะลดลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับความต้องการสารอาหารเพื่อการพัฒนาไข่ ทำให้อาหารจากภายนอกจะยิ่งมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น
การผลิตลูกกุ้งที่มีคุณภาพมีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้ง โรงเพาะฟักเป็นแหล่งผลิตลูกกุ้งข้อมูลในปี 2002 ประมาณการว่าทั่วโลกมีโรงเพาะฟักอยู่ 11,000 แห่ง สามารถผลิตลูกกุ้งได้ประมาณ 220,000 ล้านตัว การผลิตลูกกุ้งที่มีคุณภาพมีปัจจัยหลายประการซึ่งนอกเหนือจากพันธุกรรมและอื่น ๆ แล้ว อาหารลูกกุ้งก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งและจากการสำรวจในต่างประเทศพบว่าโรงเพาะฟักทั่วโลกต้องการให้มีการวิจัยทางด้านอาหารและโภชนาการของลูกกุ้งเป็นอันดับแรก
ในภาคการเพาะเลี้ยงกุ้งของไทยในปัจจุบันมีสองปัญหาใหญ่ที่กวนใจเกษตรกรคือการระบาดของเชื้อไวรัสและการแตกไซส์ของกุ้งในบ่อเลี้ยง ซึ่งปัญหาแรกงานวิจัยส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปในแนวทางการรักษา และป้องกันไม่ให้ลูกกุ้งติดเชื้อไวรัสตั้งแต่เริ่มต้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุที่ถูกควรใช้แนวทางป้องกันโดยการเพิ่มภูมิต้านทานให้กับลูกกุ้ง ซึ่งกรดไขมันในกลุ่มโอเมกา-3 ก็มีคุณสมบัติในการเพิ่มภูมิต้านทานให้กับลูกกุ้งได้เช่นเดียวกัน โดยกรดไขมันโอเมกา-3โดยเฉพาะอย่างยิ่ง EPA และ DHA เป็นสารตั้งต้นของการสังเคราะห์สารคล้ายฮอร์โมนที่ชื่อว่า prostaglandins และ leucotriens ที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อโรคบางชนิด นอกจากนี้ DHA ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่ยอมรับกันว่ามีความสำคัญต่อพัฒนาการของสัตว์วัยอ่อนแม้กระทั่งในคน (ปัจจุบันอเมริกากำหนดให้ DHA เป็นกรดไขมันที่ต้องผสมในนมผงเลี้ยงทารก) จึงเป็นไปได้ว่า DHA อาจจะช่วยลดปัญหาประการที่สอง (กุ้งแตกไซส์) ด้วยเพราะในระบบการผลิตลูกกุ้งปัจจุบันใช้สาหร่าย Chaetocerros sp. ในการเพาะเลี้ยงระยะเริ่มแรกซึ่งสาหร่ายดังกล่าวมีความสำคัญในแง่ของเป็นแหล่งกรดไขมันโอเมกา-3 แต่ในสาหร่าย Chaetocerros sp. มีเฉพาะ EPA เท่านั้น การเพิ่ม DHA ให้กับลูกกุ้งจึงน่าจะทำให้ลูกกุ้งมีพัฒนาการอย่างสมบูรณ์ในระยะแรกและสามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติเมื่อนำไปเลี้ยงในบ่อดิน
DHA เป็นหนึ่งในกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายพันธะ กลุ่มในโอเมกา-3 เป็นกรดไขมันชนิดจำเป็นเนื่องจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่สามารถสังเคราะห์ได้เองจึงต้องได้รับจากการบริโภคอาหารที่มี DHA ซึ่งมีความสำคัญในการช่วยป้องกันและรักษาโรคบางชนิด โดยเฉพาะบทบาทที่สำคัญต่อพัฒนาการและการทำงานของสมองทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงทารกแรกเกิด การทำงานของเรติน่า เนื้อเยื่อในระบบสืบพันธุ์ ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังพบว่ามีความสำคัญต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยมีผลในการป้องกันและรักษาอาการความดันโลหิตสูง อันเนื่องมาจากหลอดเลือดหัวใจตีบ การเกิดลิ่มเลือดที่ทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบตัน ลิ้นหัวใจอักเสบ ภาวะผนังเส้นเลือดแดงหนาและมีความยืดหยุ่นน้อย การเกิดมะเร็งและภาวะซึมเศร้า รวมทั้งส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
แหล่งที่มาของ DHA ไม่มีรายงานว่าพืชชั้นสูงสามารถสังเคราะห์ได้ส่วนในสัตว์ทั่วไปสามารถสังเคราะห์ได้เพียงเล็กน้อยไม่พอกับความต้องการจึงต้องได้รับจากภายนอกด้วยการกินอาหารที่มี DHA สูงเช่น ปลาทะเล หรืออาหารเสริม เช่นน้ำมันตับปลาหรือน้ำมันปลาแต่อันที่จริงแล้ว DHA ในปลาได้มาจากการสะสมผ่านห่วงโซ่อาหารด้วยการกินแพลงก์ตอนขนาดเล็กในทะเลเช่นสาหร่ายต่าง ๆ ซึ่งเป็นแหล่งสังเคราะห์ต้นกำเนิดของ DHA
การผลิตเชิงการค้าในปัจจุบันจะมาจากน้ำมันปลาทะเลโดยเฉพาะปลาในเขตหนาวจะมีมากกว่าเขตอื่น แต่ปัญหาของการผลิตเกิดขึ้นเนื่องจากปริมาณของ DHA ในน้ำมันปลามีอยู่จำกัด (ประมาณ 7-14 %) ทำให้ในการผลิตต้องใช้ปลาจำนวนมาก รวมทั้งมีเรื่องของฤดูกาล ลักษณะของภูมิอากาศและภูมิประเทศที่จับปลา รวมทั้งพันธุ์ปลาก็มีผลต่อองค์ประกอบและปริมาณของกรดไขมัน อีกทั้งปัจจุบันมีมลภาวะเป็นพิษเกิดขึ้นในทะเลบ่อยครั้งเช่นการปนเปื้อนโดยสารฆ่าแมลงและโลหะหนัก จึงส่งผลกระทบต่อทั้งคุณภาพและปริมาณของกรดไขมันที่ได้ รวมไปถึงปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างขั้นตอนการสกัดและการทำให้บริสุทธิ์ ซึ่งต้องมีการกำจัดโคเลสเตอรอลและสิ่งเจือปนที่เป็นพิษ ปัญหาด้านกลิ่นคาวของปลา รสชาติและความคงตัว ทำให้กระบวนการผลิต DHA คุณภาพสูงจากน้ำมันปลาทะเลมีค่าใช้จ่ายสูง การผลิตในระดับอุตสาหกรรมทำได้ยาก
จุลินทรีย์จึงเป็นแหล่งทางเลือกที่สำคัญสำหรับการผลิต DHA คุณภาพสูงในปัจจุบันเนื่องจากจุลินทรีย์สามารถเจริญได้รวดเร็วในอาหารที่ไม่ซับซ้อน ใช้วัตถุดิบได้หลากหลายและราคาถูก การคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมจากธรรมชาติสามารถทำได้ง่ายเนื่องจากมีความหลากหลายสูง การปรับปรุงสายพันธุ์ก็สามารถทำได้ง่าย โดยอาจใช้วิธีเปลี่ยนแปลงระบบเอนไซม์หรือวิถีในการสังเคราะห์ อีกทั้งกรดไขมันจากจุลินทรีย์สามารถทำให้บริสุทธิ์ได้ง่ายกว่าจากแหล่งอื่นซึ่งสามารถจะนำมาทดแทนการผลิตทางเกษตรกรรมหรือการผลิตจากน้ำมันสัตว์ได้
กลุ่มสาหร่ายเซลล์เดียว (จุลินทรีย์) มีศักยภาพสูงในการใช้เป็นแหล่ง DHA กรดไขมันเป็นจุลินทรีย์ที่พบทั่วไปในแหล่งน้ำเค็มโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณป่าชายเลน มีรายงานถึงสาหร่ายชนิดนี้ในหลายประเทศ เช่น อเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง อินเดีย และประเทศไทย ซึ่งจากการเก็บตัวอย่างสายพันธุ์เพื่อทำการศึกษาทำให้พบสานพันธุ์ที่มีคุณภาพสูงมากที่จังหวัดภูเก็ตและนำมาวิจัยจนขยายพันธุ์และผลิตเชิงการค้าได้โดยมีบริษัทเอกชนนำไปต่อยอดและทดลองใช้แล้วและได้ผลดีมากจึงน่าจะเป็นข่าวดีในรอบหลายปีสำหรับโรงเพาะฟักและในอนาคตจะขยายการใช้เข้าไปในปลากะพง รวมถึงปลาน้ำจืดเช่นปลาดุกและปลาชนิดอื่น ๆ ที่ไม่มี DHA ให้มีขึ้นมาจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคและวงการสัตว์น้ำของไทย
 
|
|