| ผู้ที่โพสต์ |
เงินบาทแข็งสุดในรอบ 6 ปี คาดแตะถึง 36 บาท ส่งผลส่งออกสินค้าเกษตรไทย ไตรมาสสุดท้าย |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 23/11/2006-19:29 GMT+7  
เอื้อเฟื้อบทความโดย นสพ.กุ้งไทย ฉบับที่73 สนใจสมัครสมาชิก นสพ.กุ้งไทย หรือติดต่อลงโฆษณา ได้ที่เบอร์ 02-422-6346 |
ข่าวเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง ในช่วงปลายเดือนตุลาคมคงหนีไม่พ้นเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นแตะ 37.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี เนื่องจากมีเงินไหลเข้าในตลาดหุ้นไทย และเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น ๆ เตือนระวังผลกระทบการส่งออกไตรมาส 3-4 โดยเฉพาะในหมู่สินค้าเกษตร
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้บริหารธุรกิจตลาดทุน สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเป็นผลจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น ซึ่งเงินบาทที่แข็งค่าเป็นการปรับตัวตามค่าเงินสกุลอื่นในเอเชีย เช่น เงินดอลลาร์สิงคโปร์ เงินหยวนของจีน เป็นต้นทำให้ผู้ส่งออกของไทยขายเงินดอลลาร์สหรัฐออกมาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสิ้นปีเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้น หากส่งผลต่อการเกษตรของไทยก็จะทำให้กระทบต่อการส่งออกในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ส่งผลให้เงินบาทอาจอ่อนค่าลงไปแตะที่ 38.00 บาทได้ แต่หากปัญหาดังกล่าวไม่มีผลกระทบ เงินบาทก็ยังมีแนวโน้มจะแข็งค่าขึ้นได้โดยอาจไปแต่ที่ 36.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ด้านนักค้าเงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 37.10-37.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นการปรับตัวแข็งค่าสุดในรอบ 6 ปี เนื่องจากมีเงินทุนไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยและเงินลงทุน โดย เงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค
 
|
|