| ผู้ที่โพสต์ |
CH ใช้เทคนิค 3 ต. ไม่ตัดตา ต้านโรค และโตเร็ว |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 23/11/2006-19:36 GMT+7  
เอื้อเฟื้อบทความโดย นสพ.กุ้งไทย ฉบับที่73 สนใจสมัครสมาชิก นสพ.กุ้งไทย หรือติดต่อลงโฆษณา ได้ที่เบอร์ 02-422-6346 |
มาแรงที่สุดในฝั่งอันดามัน CH แฮชเชอรี่ ที่ถือได้ว่าเป็นน้องใหม่มาแรงในขณะนี้ก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็กุมหัวใจคนเลี้ยงกุ้งเอาไว้ด้วยหลักที่ว่า สินค้าคุณภาพเยี่ยม บริการเป็นยอด
คุณวิเชษฐ์ มั่งเจริญ หรือที่ทีมงาน นสพ.กุ้งไทย เรียกกันว่า พี่เชน เจ้าของ CH แฮชเชอรี่ เผยเคล็ดลับในการผลิตลูกกุ้งคุณภาพส่งถึงมือเกษตรกรว่า เราพิถีพิถันในการเลือกพ่อแม่พันธุ์คุณภาพ ซึ่งเป็นพ่อแม่พันธุ์จาก บริษัทไฮเฮ้ว ที่พัฒนาแม่พันธุ์รุ่น Gx TVR ที่ เป็นการพัฒนาสายพันธุ์ล่าสุดที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ทั้งโตเร็วและต้านเชื้อ ประกอบกับเทคนิคการจัดการพ่อแม่พันธุ์ของคุณวิเชษฐ์เองที่ใช้วิธีการไม่ตัดตาแม่กุ้ง เพื่อให้ไข่ที่ได้สมบูรณ์ที่สุด ส่งผลต่อกุ้งพีที่ออกมา แข็งแรง และโตไว
โดยปกติ ในวงการจะต้องตัดตามแม่พันธุ์ข้างหนึ่งเพื่อกระตุ้นการวางไข่ แต่เนื่องจาก ผมไม่ได้ขายนอเพลียส จึงไม่จำเป็นต้องเร่งการออกไข่ แต่จะใช้วิธีการขุนพ่อแม่พันธุ์แทน เพื่อให้พ่อแม่พันธุ์มีความสมบูรณ์พร้อมด้วยตัวเอง โดยการให้อาหารเต็มที่ ขุนอาหารเพิ่มขึ้นถึง 30 %
คุณวิเชษฐ์ บอกว่า การเพิ่มความสมบูรณ์ของพ่อแม่พันธุ์ด้วยวิธีการขุนอาหารเต็มที่นั้น ทำให้แม่พันธุ์ใช้เวลาฟอร์มไข่นานกว่าเดิมถึงเท่าตัว คือประมาณ 10-12 วัน (ส่วนแม่พันธุ์ที่ตัดตาใช้เวลา 7 วัน) แต่ถ้าไม่ขุนอาหารรอเป็นเดือนก็ไม่ฟอร์มไข่ แม้จะฟอร์มไข่ช้า และเพิ่มต้นทุนค่าอาหาร แต่ถือว่าคุ้มค่า เพราะเราได้นอเพลียสที่ดีที่สุด และได้นอเพลียสมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า ส่วนกุ้งพีเราจะให้อาหารที่มีโปรตีนสูงตลอดระยะการเลี้ยงเราหวังผลกุ้งพีและกุ้งเนื้อ ที่สำคัญเราไม่ได้ทำนอเพลียสขายจึงไม่ต้องเร่งการเร่งเวลาวางไข่ด้วยการตัดตาแม่พันธุ์ ปล่อยให้เขาเป็นแบบธรรมชาติดีที่สุด เพราะเราหวังผลให้ได้ลูกค้าได้กุ้งที่ดีที่สุด คือทั้งโตเร็ว แข็งแรงและต้านโรค
คุณวิเชษฐ์ เล่าให้ฟังว่า พ่อแม่พันธุ์ของที่ CH แฮชเชอรี่ มีสุขภาพดี สามารถใช้งานได้นาน เพราะสมบูรณ์ หนวด ขาอยู่ครบ แต่ถ้าไปตัดตา หลังแตกหมด เหมือนกุ้งบาดเจ็บ อายุการใช้งานก็สั่นลง ใช้ไม่กี่เดือนก็โทรมหมด นอเพลียสที่ได้ก็ไม่แข็งแรงเพราะแม่บาดเจ็บจะไปเอาความสมบูรณ์ให้ลูกได้ที่ไหน
และจากผลการใช้เทคนิคดังกล่าวพบว่า ใน 2 รอบการเลี้ยงที่ผ่านมา พบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ คือลูกกุ้งแข็งแรงและทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ ปล่อยลูกกุ้งไม่เกิน 1.5 แสนตัวต่อไร่ จะเลี้ยงได้หน้า 4 ตลอด
นอกจากนี้ในการดูแลทั้งพ่อแม่พันธุ์และกุ้งพี ที่ CH แฮชเชอรี่ จะทรีทน้ำที่นำมาใช้ในฟาร์มทั้ง 100 % คือใช้ทั้งระบบ และจะเขี่ยเชื้อในน้ำที่ทรีททุกครั้ง ถ้าพบยังมีเชื้อปะปนก็จะทิ้งน้ำเลย แล้วจะเตรียมน้ำใหม่ เพราะยึดหลักที่ว่า พ่อแม่พันธุ์ปลอดเชื้ออยู่แล้ว ดังนั้น จะทำอย่างไรที่จะไม่เติมเชื้อเข้าไปในระหว่างการเลี้ยง จึงต้องมาพิถีพิถันทุกขั้นตอนการผลิตเลยทีเดียว
แม้ว่าจะมีออร์เดอร์สั่งจองลูกกุ้งเข้ามามาก แต่คุณวิเชษฐ์บอกว่า ขอให้ลูกค้าสั่งจองล่วงหน้าครับ เพราะทาง CH จะไม่ได้ผลิตลูกกุ้งไว้รอขาย แต่เราผลิตตามสั่ง และแม้ว่าจะมีออร์เดอร์มากแต่ผมก็ไม่คิดที่จะขยายฟาร์ม(ปัจจุบันมี 7 ฟาร์ม) เพราะผมดูแลเองทุกขั้นตอน ถ้าขยายฟาร์มการดูแลจะไม่ทั่วถึงได้ เราไม่เร่งผลิตครับ ผมต้องรอให้มั่นใจว่า ลูกกุ้งที่ออกจากฟาร์มเมื่อถึงมือบ่อดินแล้ว ต้องดีจริงๆ ก็เหมือนกับผลไม้นั้นแหล่ะ ถ้าเราไปเร่งมันรสชาติออกมาก็ไม่อร่อย แต่ถ้าเราไม่เร่ง มั่นรดน้ำพรวนดินดูแลให้สมบูรณ์ รสชาติผลไม้ก็หวานอร่อยครับ
ค่ะ ใครสนใจอยากสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณวิเชษฐ์โทร.08-9474-3401 หรือสามารถแวะเวียนไปได้ ฟาร์มตั้งอยู่ จ.ภูเก็ต บริเวณ ห้าแยกฉลอง (5 ฟาร์ม)ติดร้านอาหารกันเอง และที่หาดราไวย์ (2 ฟาร์ม ) ค่ะ
 
|
|