โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ดข่าววงการกุ้ง www.SiamMarine.com Index : เข้าชมข่าวทั้งหมด (หรือRefresh หน้าจอ) คลิ๊กที่นี่ : ย่องไปดูการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ที่มาเลเซีย
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ ย่องไปดูการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ที่มาเลเซีย  
web
 

โพสต์: 418
โพสต์เมื่อ: 23/11/2006-19:37 GMT+7  


เอื้อเฟื้อบทความโดย นสพ.กุ้งไทย
ฉบับที่73
สนใจสมัครสมาชิก นสพ.กุ้งไทย หรือติดต่อลงโฆษณา ได้ที่เบอร์ 02-422-6346

เอกอนันต์ ยุวเบญจพล (ฝ่ายวิชาการ บ ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด)

เมื่ออ่านหัวข้อแล้ว
หลายคนได้ยินมาและสงสัยว่า เอ๊ะ เกษตรกรมาเลเซียเขาเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมกันมากไม่ใช่หรือ คำตอบคือถูกต้องครับ คนมาเลเซียเขาเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมเหมือนบ้านเราเช่นกัน แต่ที่ผมนำเสนอเรื่องนี้เพราะเราก็อยากรู้เหมือนกันว่า เกษตรกรที่เขาเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้และเลี้ยงเป็นแบบธุรกิจใหญ่เลยนั้น เขาทำได้ อย่างไร เมื่อมีโอกาสเหมาะทางฝ่ายต่างประเทศเขาชวนไปเยี่ยมลูกค้าที่มาเลเซียเราเลยไม่ปฏิเสธที่จะไปร่วมเดินทางด้วยในครั้งนี้ (ใครจะปล่อยโอกาสไปได้ล่ะเพราะลูกค้ารายนี้เลี้ยงกุ้งกุลาดำล้วนๆ)
พอไปถึงฟาร์มแห่งนี้ตกใจมากเพราะเป็นฟาร์มที่มีเนื้อที่ใหญ่มากๆประมาณ 12,500 ไร่ มีบ่อขนาดประมาณ 4-6ไร่ ร่วม 460 บ่อ
เขาตั้งใจเลี้ยงกุ้งกุลาดำอย่างเดียวเลย ไม่มีการนำกุ้งขาวมาเลี้ยง ผมหยั่งเชิงเขาว่าไม่สนใจเลี้ยงกุ้งขาวหรือ เขาตอบทันทีว่าตอนนี้ยังเพราะถ้าเขาเลี้ยงกุ้งกุลาดำไม่ได้เขาถึงจะตัดสินใจเลี้ยงกุ้งขาว เนื่องจากถ้าเขาเปลี่ยนไปเลี้ยงกุ้งขาวตอนนี้ แล้วผ่านไประยะหนึ่งกุ้งขาวมีปัญหาเลี้ยงไม่ได้ผล เขาไม่รู้จะเดินต่อได้อย่างไร เขายังยินดีกับการเลี้ยงกุ้งกุลาดำของเขาในปัจจุบัน ดังนั้นวันนี้ยังไม่มีกุ้งขาวอยู่ในใจเขาแน่นอน ฟังเขาตอบแบบนี้แล้วรู้สึกปวดลึกๆเพราะเมืองไทยเราคนเลี้ยงกุ้งกุลาดำมีน้อยเต็มที
อ้อ ลืมบอกไปว่าที่ฟาร์มแห่งนี้เขาเป็นบ่อเลี้ยงกุ้งที่ปูพีอีทุกบ่อ (ครั้งแรกของผมด้วยที่เห็นฟาร์มปูพีอีทุกบ่อแล้วเลี้ยงกุ้งกุลาดำหมด เพราะส่วนมากจะเจอแต่ปูพีอีเพื่อเลี้ยงกุ้งขาวกัน)
หากประเมินการเลี้ยงกุ้งกุลาดำของฟาร์มแห่งนี้ เราพบว่าเขาทำครบวงจรครับ คือ มีฟาร์มเพาะลูกกุ้งกุลาดำ มีบ่อเลี้ยง มีห้องเย็นแปรรูปกุ้งสำหรับขายเลย
การเลี้ยงกุ้งที่ฟาร์มแห่งนี้ จะปล่อยกุ้งพี 16 ในอัตราความหนาแน่น 30 ตัวต่อตารางเมตร โดยอาศัยการปล่อยกุ้งแบบปล่อยถังนั่นคือนำลูกกุ้งมาปล่อยในถังที่มีน้ำและให้อากาศเต็มที่ เมื่อกุ้งปรับตัวได้ ก็จะปล่อยลงบ่อ ซึ่งลูกกุ้งที่จะนำมาปล่อยต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานคือมีความยาวไม่น้อยกว่า 12 มิลลิเมตร ผ่านการทดสอบความเครียด อัตรากล้ามเนื้อกับลำไส้ เกิน 4:1 ไม่มีเชื้อไวรัสดวงขาว
คุณภาพน้ำตลอดการเลี้ยงจะให้มีค่าดังนี้ ออกซิเจนไม่ต่ำกว่า 3พีพีเอ็ม , พีเอช 7.6-8.8 , ความเค็ม 10-35 พีพีที , ค่าอัลคาไลน์ 120-180 พีพีเอ็ม , แอมโมเนีย น้อยกว่า 0.1 พีพีเอ็ม และ แก๊สไข่เน่าหรือ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ น้อยกว่า 0.1พีพีเอ็ม
น้ำในบ่อช่วงการเตรียมบ่อจะผ่านการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนเหลว
ที่ฟาร์มแห่งนี้จะมีการกำหนดให้เลี้ยงกุ้งเพียง 110-115 วันเท่านั้น ซึ่งไม่ว่าจะได้ไซส์อะไรก็จะทำการจับขาย เพราะในหนึ่งปีต้องเลี้ยงกุ้งให้ได้สามรอบต่อบ่อ โดยพบว่าไซส์ที่ได้จะอยู่ขนาด 20-22 กรัมต่อตัวหรือ 45-50 ตัวต่อกิโลกรัม

กิจกรรมที่ทำระหว่างการเลี้ยง ก็ไม่แตกต่างจากไทย คือ สุ่มวัดขนาดกุ้งทุกสัปดาห์ มีการตรวจเช็คค่าคุณภาพน้ำทุกวัน
เป้าหมายของขนาดกุ้งที่โตระหว่างเลี้ยงคือ
อายุ (วัน) ขนาดกุ้ง(กรัม)
30 1.8
40 2.9
50 4.5
60 6.3
70 8.5
80 11
90 14
100 17.2
110 20.8
120 24.7
กุ้งที่จับก็จะต้องไม่มีกุ้งเปลือกนิ่ม และไม่มีกลิ่น
เวลาจับกุ้งจะใช้วิธีเปิดประตูน้ำออก และ ใช้อวนไฟฟ้าจับ(คล้ายกับไทยในอดีต) จากนั้นก็จะมีรถแม็กโครมายกกุ้งไปใส่รถขนกุ้งที่มีน้ำแข็งพร้อม เมื่อได้กุ้งแล้ว รถขนกุ้งก็จะวิ่งไปยังส่วนของห้องเย็น ซึ่งจะดำเนินการผลิตกุ้งต่อไป
หากมองว่าทำไมเขาถึงเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้ คงเป็นเพราะเขามีระบบการจัดการที่ดี มีการแยกส่วนของบ่อกุ้งกับ ที่อยู่อาศัยของพนักงาน น้ำในช่วงเตรียมบ่อผ่านการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนเหลว ลูกกุ้งผลิตเอง จึงไม่เสี่ยงในด้านคุณภาพและโรค(ข้อนี้เหมือนกับคุณประยูร ที่เพาะลูกกุ้งใช้เอง) ระหว่างการเลี้ยงจะแยกคนดูแลบ่อต่อบ่อ ไม่สัมพันธ์กัน(เป็นการป้องกันโรคได้อีกทาง) มีเครื่องให้อากาศพร้อม เป็นระบบใช้ไฟฟ้า และ มีเครืองสำรองไฟใช้ยามมีปัญหา อีกทั้งทางฟาร์มเตรียมบ่อได้เร็ว(บ่อปูพีอีเมื่อจับกุ้งเสร็จ ก็ฉีดเลนทำความสะอาดพื้นได้เลย ตากบ่อนิดหน่อย เตรียมน้ำใหม่ปล่อยกุ้งได้อีกแล้วไม่เกินหนึ่งสัปดาห์หลังจับกุ้งเสร็จ)
นอกเหนือจากการเลี้ยงกุ้งที่ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ทางฟาร์มแห่งนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่อพนักงานเช่น มีเครื่องเอทีเอ็ม มีบ้านพักให้ มีสนามกีฬาให้เล่นยามพักผ่อน (แบบนี้น่ามีในไทยบ้างน่ะครับ)
ทั้งนี้และทั้งนั้น ผมมองว่าเขาคิดเลี้ยงกุ้งกุลาดำเพราะเขาคิดจบครบทั้งระบบ อีกทั้งอะไรที่ทำได้เขาจะทำให้ดีที่สุด นี่อาจเป็นสิ่งสำคัญหรือกุญแจที่ทำให้ฟาร์มแห่งนี้ยังยืนหยัดเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้ดีไม่เป็นรองใคร นั่นเอง







  ชมข้อมูลของ web      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ สำหรับเจ้าของกระทู้และผู้ดูแลบอร์ด สามารถโพสต์
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss