โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ดข่าววงการกุ้ง www.SiamMarine.com Index : เข้าชมข่าวทั้งหมด (หรือRefresh หน้าจอ) คลิ๊กที่นี่ : บทสรุปส่งท้าย ปี 49 กุ้งไทยยังมีอนาคตหรือไม่?
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ บทสรุปส่งท้าย ปี 49 กุ้งไทยยังมีอนาคตหรือไม่?  
web
 

โพสต์: 418
โพสต์เมื่อ: 14/12/2006-14:53 GMT+7  


เอื้อเฟื้อบทความโดย นสพ.กุ้งไทย
ฉบับที่73
สนใจสมัครสมาชิก นสพ.กุ้งไทย หรือติดต่อลงโฆษณา ได้ที่เบอร์ 02-422-6346


ใกล้สิ้นปี 49 แล้ว เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว มีหลายเรื่องราวที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกุ้งของไทย ตั้งแต่ "ผู้ผลิต" ที่บางรายได้รับความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่ รวมทั้งผลจากอากาศที่แปรปรวน ฝนตกบ่อยๆ ก็เป็นสาเหตุทำให้กุ้งเกิดโรคได้ง่าย แต่ในช่วงครึ่งปีหลังกำลังการผลิตกุ้งของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งสวนทางกับปริมาณการผลิตในตลาดโลกที่ลดลง อาจมาจากสาเหตุที่ประเทศคู่แข่งที่สำคัญของไทย เช่น จีน เวียดนาม และอินเดีย ต่างก็ประสบปัญหาโรคระบาดและสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยอย่างต่อเนื่อง สำหรับทางด้าน "ผู้ส่งออก" ก็กำลังประสบปัญหาอย่างหนักทีเดียว เพราะต้องเจอกับภาวะเงินบาทแข็งค่าจนถึงจุดอันตราย ซึ่งหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มาถึงผู้ผลิตก็เป็นได้
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้เลี้ยง ผู้ส่งออก ภาครัฐ และภาคเอกชนของไทยเอง ต่างก็ร่วมมือร่วมใจกันพยายามแก้ไขปัญหา อย่างน้อยก็เพื่อประคับประคองให้กุ้งไทยอยู่รอดต่อไปได้ เราลองมาดูความคิดเห็นของผู้นำแต่ละสมาคมกันบ้างว่า จะวิเคราะห์สถานการณ์ในปีนี้และปีหน้าว่าอย่างไร รวมทั้งมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกุ้งไทยอย่างไรกันบ้าง

สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย
ทพ.สุรพล ประเทืองธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย กล่าวว่า ปริมาณผลผลิตกุ้งของไทยในปีนี้อาจมีผลผลิตประมาณ 4.5-5 แสนตัน (รวมกุ้งที่จำหน่ายภายในประเทศ) เนื่องจากเกษตรกรหันมาผลิตกุ้งขาวกันมากขึ้น เพราะผลผลิตที่ได้จากกุ้งขาวค่อนข้างดี และการคาดคะเนผลผลิตมีความชัดเจนกว่ากุ้งชนิดอื่นๆ ส่วนราคาในปีนี้ไม่ต่างจากปีที่แล้วมากนัก
สำหรับผลผลิตในปี 50 ประมาณการณ์ว่าน่าจะดีกว่าปี 49 ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นอย่างน้อยประมาณ 10-15% ด้วยเหตุผลที่คนเลี้ยงมากขึ้น ผลผลิตมากขึ้น แต่ในเรื่องราคาคาดว่าอาจจะลดลงมากว่าปกติเล็กน้อย เพราะผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น ไซซ์ 100 ตัว/ก.ก. ราคาจะอยู่ที่ 80-100 บาท และคงไม่ถูกลงไปกว่านี้ แต่ถ้าเป็นไซซ์ใหญ่อาจจะถูกลงกว่าราคาในปัจจุบัน
"ผมมองว่าไม่ว่ายังไงการเลี้ยงกุ้งก็ยังมีอนาคต เพราะทั่วโลกก็ยังมีความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี เหตุผลเพราะว่าคนชั้นกลางทั่วโลกมีเพิ่มมากขึ้น เช่น จีน อินเดีย เกาหลี เป็นต้น ประการที่สองอาหารทะเลก็ยังเป็นอาหารที่คนนิยม เพราะดีต่อสุขภาพ ประการที่สามสัตว์น้ำที่จับจากทะเลมีขีดจำกัด และประการที่สี่ ราคาน้ำมันที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนสินค้าที่จับจากทะเลสูงขึ้น ซึ่งทำให้โอกาสที่สินค้าทะเลจากการเพาะเลี้ยงมีโอกาสมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้หากเปรียบเทียบระหว่างกุ้งกับปลา กุ้งก็ยังได้เปรียบในเรื่องของความสวยงาม ชิ้นพอดีคำ รสชาติดี เนื้อไม่ยุ่ย สีสันสวยงามเมื่อมาประกอบอาหารและไม่มีก้างอีกด้วย"
นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เกษตรกรทุกคนต้องรู้ธุรกิจของตัวเองว่าไปได้หรือไม่ได้ ต้องรู้สภาพในฟาร์ม รู้เป้าหมายการผลิต และรู้ต้นทุนการผลิตว่าคุ้มหรือไม่ ขณะเดียวกันต้องเพิ่มคุณภาพผลผลิตเพราะประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่เลี้ยงกุ้ง ฉะนั้นจึงต้องสร้างศักยภาพให้เหนือกว่าคู่แข่ง มีการเร่งพัฒนาในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขอนามัยฟาร์ม ความสะอาด ความสวยงาม ที่สำคัญความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety) โดยเฉพาะสารตกค้าง ห้ามเด็ดขาด ถ้าส่งกุ้งเหล่านี้ไปจะเสียหายกันทั้งประเทศซึ่งนับว่าเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว

สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งตะวันออกไทย
น.สพ.ยุทธนา สิงหพันธ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งตะวันออกไทย กล่าวว่า ผลผลิตโดยรวมของภาคตะวันออกทั้ง 6 จังหวัด คือ ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี ระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน 49 มีผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่าเดิมพอสมควรประมาณกว่า 111,000 ตัน โดยเฉพาะจังหวัดตราดมีผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่าเดิมในระดับเกือบ 30,000 ตัน ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นมาจากเกษตรกรมีการขยายบ่อเลี้ยง มีการปล่อยกุ้งถี่ขึ้น และรอบของการจับอยู่ที่ประมาณ 3 เดือน 25 วัน-4 เดือน แม้ว่าจะประสบกับปัญหาภาวะน้ำท่วมในช่วงเดือนตุลาคม-กันยายน ทำให้การเลี้ยงได้รับความเสียหายพอสมควร แต่อากาศโดยรวมของภาคตะวันออกก็อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถเลี้ยงกุ้งได้
นอกจากนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้นน่าจะมาจากเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงสายพันธุ์กุ้งขาวแวนนาไมกันมากขึ้นถึงประมาณ 95% ทำให้ผลผลิตต่อไร่มีปริมาณสูงหากเทียบกับปี 47-48 ตลอดจนเกษตรกรมีความรู้ความสามารถในการผลิตกุ้งขาวมากขึ้นด้วย
ส่วนราคาในช่วงไตรมาสที่สามของปี 49 นับว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เกษตรกรมีความพึงพอใจในระดับหนึ่ง ยกตัวอย่างกุ้งขาวไซซ์ 50 ตัว/กก. ราคาอยู่ที่ 145-150 บาท เกษตรกรก็ยังพอมีกำไรอยู่บ้าง แต่ปัจจัยลบที่ทำให้เกษตรกรมีข้อจำกัดในการแข่งขันคือ เกษตรกรรายย่อยส่วนใหญ่ใช้น้ำมันดีเซลในเครื่องตีน้ำในบ่อกุ้ง แต่เมื่อช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาราคาน้ำมันสูงขึ้นมากทำให้ต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นพอสมควร
นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งตะวันออกไทย คาดการณ์ผลผลิตกุ้งโดยรวมของภาคตะวันออกในปี 50 ว่า ผลผลิตอาจอยู่ที่ประมาณ 110,000 ตัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20% เหตุผลอาจมาจากสัดส่วนการเลี้ยงกุ้งขาวเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีก แต่เสถียรภาพด้านราคาก็ยังเป็นแรงจูงใจใหเกษตรกรจะเพิ่มผลผลิตหรือไม่ ส่วนเรื่องของราคากุ้งคงไม่แตกต่างจากปีนี้มากนัก
"ผมในฐานะนายกสมาคมฯ อยากฝากถึงเกษตรกรผู้ผลิตว่า ในระบบการผลิตเรื่องสุขอนามัยเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก เกษตรกรควรมีการปรับปรุงโครงสร้างการผลิต เพื่อยกระดับฟาร์มให้มีมาตรฐาน ถูกสุขลักษณะ ควรมีการปรับปรุงฟาร์มให้สะอาด แบ่งสัดส่วนห้องสุขาและสัตว์เลี้ยงออกจากฟาร์ม มีระบบการจัดเก็บขยะที่ดี รวมทั้งการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมแม่น้ำลำคลอง นอกจากนี้เกษตรกรอย่าโลภมาก ปล่อยกุ้งแน่นจนเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้เลี้ยงยากแล้ว น้ำที่มาจากการเลี้ยงกุ้งแบบหนาแน่นเมื่อปล่อยลงสู่แม่น้ำจะมีสารอินทรีย์ปนเปื้อนอยู่มาก ทำให้แม่น้ำเสื่อมโทรมเร็ว สกปรก ไม่สามารถเลี้ยงกุ้งได้ ทำให้การเลี้ยงกุ้งไม่ยั่งยืน"

สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด
นายถิรวัฒน์ ลี้ภัยสมบูรณ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด กล่าวว่า ผลผลิตในปี 49 อาจมีมากกว่า 4 แสนตัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 20% เนื่องจากจำนวนเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งขาวมีเพิ่มมากขึ้น และเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งกุลาดำมีจำนวนลดลงหากเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว กอปรกับเกษตรกรบางรายมีการขายและหรือขยายให้เช่าพื้นที่ออกไปแก่ผู้เลี้ยงรายใหม่ ซึ่งเลี้ยงแบบพัฒนา มีการเลี้ยงหนาแน่น ทำให้ได้ผลผลิตกุ้งขาวต่อไร่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้พื้นที่เลี้ยงที่เคยหยุดไป เริ่มกลับพลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เช่น อำเภอบางปะกง เป็นต้น ส่วนราคากุ้งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่พึงพอใจ แม้ว่าช่วงปลายปีราคาค่อนข้างต่ำลงบ้าง
สำหรับสถานการณ์การผลิตกุ้งปีหน้า นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืดกล่าวว่า ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ จะเป็นช่วงที่เกษตรกรอาจจะตัดสินใจเพื่อดูสถานการณ์ในภาพรวมอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร หากภาพรวมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็เชื่อว่าจะมีการผลิตเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปีนี้เกษตรกรมีการปรับตัวและแก้ไขปัญหาได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ในเรื่องของราคาคงไม่หวือหวามากนัก อาจมีแนวโน้มอยู่ประมาณเดิมหรือดีกว่านี้เล็กน้อย เพราะว่าในปีหน้าประเทศคู่แข่งคงเร่งผลิตออกมามากเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าตนประเมินว่าหากมีการส่งเสริมการซื้อขายตรงสู่โรงงานเพิ่มมากขึ้น ก็เชื่อว่ากุ้งไทยมีโอกาสค่อนข้างสูง และการทำงานของภาครัฐและเอกชนมีการประสานงานกันได้ดี สามารถชูมาตรฐานการผลิตกุ้งของประเทศไทยได้เหนือกว่าคู่แข่ง เช่น ฟาร์มที่มีมาตรฐานเหนือกว่า มีระบบการตรวจสอบย้อนกลับที่ชัดเจนกว่าเดิม และเกษตรกรมีระบบสุขอนามัยฟาร์มที่ดี ก็เชื่อว่ากุ้งไทยจะขายได้ในราคาที่แพงกว่าคู่แข่ง ซึ่งคาดว่าเหตุการณ์ดังที่กล่าวมานี้จะเกิดขึ้นในไตรมาสที่สามของปี 50 แต่ในช่วงรอบแรกของปีอาจไม่มีอะไรขยับตัวมากนัก

สมาคมกุ้งไทย
นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทยกล่าวสรุปสถานการณ์กุ้งไทยปี 49 ว่า การลงกุ้งในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากฝนที่ตกหนักในหลายพื้นที่ บางรายอาจเลื่อนไปลงกุ้งในปีหน้า แต่พื้นที่ที่มีการลงกุ้งค่อนข้างมาก จากข้อมูลล่าสุดที่สำรวจในเดือนตุลาคมพบว่า ภาคใต้ตอนล่างมีปริมาณการลงกุ้งมากที่สุดประมาณ 30% ส่วนผลผลิตโดยรวมสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมมีเพิ่มขึ้น 14% และจากสภาพอากาศที่แปรปรวน มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้กุ้งอ่อนแอเป็นสาเหตุให้เกิดโรค WSSV ได้ง่าย นอกจากนี้ความเสียหายที่มาจากภาวะน้ำท่วม ได้ส่งผลกระทบโดยตรงกับพื้นที่ภาคกลาง เช่น สุพรรณบุรี นครปฐม และปราจีนบุรีบางส่วน
สำหรับราคาซื้อขายกุ้งใหญ่ในเดือนตุลาคมโดยรวมลดลงประมาณ 5-8% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกันยายน โดยไซซ์กุ้งตั้งแต่ 80 ตัว/กก.ขึ้นไปราคาลดลงมากที่สุด แต่คาดว่าแนวโน้มราคาในเดือนพฤศจิกายนก็น่าจะทรงตัว
นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า สถานการณ์ด้านการตลาดการส่งออกที่ผ่านมา ค่อนข้างมีแนวโน้มที่ดีประเทศไทยยังคงสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดหลักๆ เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น และตลาดอียู แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดที่เป็นปัญหาของภาคการส่งออกในขณะนี้ ซึ่งรัฐบาลไทยต้องเข้ามาดูแลคือ เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าอย่างมาก โดยตั้งแต่ต้นปีค่าเงินบาทแข็งค่าถึง 12% ทำให้การแข่งขันด้านการส่งออกเสียเปรียบประเทศคู่แข่ง และลำบากมากขึ้น ยิ่งหากประเทศคู่แข่งค่าเงินไม่แข็งตามประเทศไทยก็จะได้เปรียบกว่าไทยอย่างมาก

สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ปัจจุบันกุ้งไทยได้เปรียบในเรื่องของ Food safety และ ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ทำให้ผู้บริโภคนิยมกุ้งไทยกันมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง เนื่องจากประเทศอื่นมีปัญหาเรื่องสารตกค้าง และสิ่งที่ชี้วัดว่าการส่งออกกุ้งไทยจะมีขยับตัวขึ้นหรือไม่ คือเรื่องราคาและต้นทุน เพราะหากราคาหรือต้นทุนแพงไม่เกินไป ยอดการส่งออกก็อาจจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัญหาที่ผู้ส่งออกประสบอยู่ตอนนี้คือ ปัญหาเศรษฐกิจโลก ด้วยราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แต่รายได้ของผู้บริโภคเท่าเดิม ดังนั้นหากผู้บริโภคต้องบริโภคในราคาที่แพงเกินไปก็อาจจะทำให้บริโภคลดลง หรือหันไปบริโภคอาหารชนิดอื่นแทนกุ้ง
นอกจากนี้ ปัญหาที่สำคัญของผู้ส่งออกไทยในขณะนี้คือค่าเงินบาทที่แข็งตัว ทำให้ต้นทุนค่าเงินดอลลาร์ของผู้ส่งออกสูงขึ้น และมิใช่ประเทศไทยเพียงประเทศเดียวที่เลี้ยงกุ้งขาว ยังมีหลายประเทศที่เลี้ยงด้วยเช่นกัน ซึ่งคาดว่าไม่ต่ำกว่า 30 ประเทศ เพราะฉะนั้นจึงทำให้เกิดการแข่งขันทางการค้าลำบากกว่าเดิมขึ้นไปอีก
นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ค่าเงินบาทที่แข็งตัวมีผลกระทบต่อการส่งออกในสินค้าเกษตรทุกหมวด โดยเฉพาะสินค้าเกษตรแปรรูป จำพวกอาหารซีฟูดส์และกุ้ง ซึ่งปัญหาดังกล่าวยังแก้ไขอะไรไม่ได้มาก แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือผลสุดท้ายผู้ส่งออกจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายโดยการลดต้นทุน ซึ่งอาจรวมถึงการลดต้นทุนการผลิตทั้งหมด โดยเฉพาะกุ้งแช่แข็ง จึงอยากฝากเกษตรกรจำเป็นต้องดูแลเรื่องการลดต้นทุนให้ได้ เพราะกุ้งไทยยังมีอนาคตที่ดีมาก







  ชมข้อมูลของ web      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ สำหรับเจ้าของกระทู้และผู้ดูแลบอร์ด สามารถโพสต์
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss