| ผู้ที่โพสต์ |
คุมเข้มประกาศเขตโรคระบาดสัตว์น้ำ ตั้งนักวิชาการประมง 4 เป็นสัตวแพทย์ |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 15/01/2007-18:18 GMT+7  
เอื้อเฟื้อบทความโดย นสพ.กุ้งไทย ฉบับที่75 สนใจสมัครสมาชิก นสพ.กุ้งไทย หรือติดต่อลงโฆษณา ได้ที่เบอร์ 02-422-6346 |
คุมเข้มประกาศเขตโรคระบาดสัตว์น้ำ
ดร.สุปรานี ชินบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสัตว์น้ำ กรมประมง เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศกฎกระทรวง ให้ข้าราชการกรมประมงที่เป็นนักวิชาการระดับ 4 ขึ้นไปจนถึง ผู้อำนวยการ ผู้เชี่ยวชาญ รองอธิบดี และอธิบดี ขึ้นเป็นสัตว์แพทย์ตาม พรบ.โรคระบาด โดยมีผลตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎาคม 49 ที่ผ่านมา เป็นผลให้ ต้องปฏิบัติหน้าที่สัตวแพทย์ด้านสัตว์น้ำตาม พรบ.โรคระบาด ที่ต้องดูแลควบคุมโรคระบาดสัตว์น้ำด้วย ทำให้สามารถทำงานได้อย่างครบวงจร จากเดิมเมื่อมีปัญหาโรคระบาดจะต้องประสานให้เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์จากกรมปศุสัตว์ เป็นผู้ดำเนินการ แต่เมื่อเข้าสู่ระบบนี้แล้วทำให้เจ้าหน้าที่ของกรมประมงทั่วประเทศทำงานได้อย่างเต็มที่ และมีอำนาจในการดูแลเรื่องสัตว์น้ำได้ครบวงจรมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้รับมอบหมายให้เป็นสารวัตรยาสัตว์น้ำ ให้กับอ.ย. ที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบอาหารปละยาที่น้ำมาใช้กับสัตว์น้ำด้วย
ดร.สุปราณี กล่าวว่า กรมประมงจะจัดอบรมให้แก่ประมงจังหวัด และนักวิชาการระดับ 4 ขึ้นไปในวันที่ 8 มกราคม ปี 50 ที่โรงแรมมารวย เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบหน้าที่ ในการเป็นสัตวแพทย์ตาม พรบ. โรคระบาดสัตว์ โดยได้เชิญนักกฎหมายของกรมปศุสัตว์มาให้ข้อมูล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของ องค์การอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข หลังจากที่อบรมแล้วก็จะทำหน้าที่ได้ทันที ซึ่งคาดว่าหลังจากที่ทำความเข้าใจน่าจะทำให้การทำงานควบคุมการระบาดของโรคสัตว์น้ำดีขึ้น
แต่ทั้งนี้ในส่วนของเรื่องกฎหมายที่เข้ามาควบคุมตาม พรบ.โรคระบาดสัตว์ ซึ่งค่อนข้างเข้มงวด อาจจะส่งผลทำให้ผู้ประกอบการไม่สบายใจเท่าไหร่ เพราะมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องมาก แต่หากมองในภาพรวมถือว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ทำให้มาตรการควบคุมการระบาดของโรคสัตว์น้ำเข้มงวด เพราะ กฎหมายได้ระบุออกมาเลยว่าเมื่อเกิดโรคระบาดเราจะต้องอย่างไร เช่นต้องควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำ เพื่อไม่ให้แพร่โรคต่อไป นอกจากนี้ยังควบคุมการนำเข้าน้ำ นำออก นำผ่านสัตว์น้ำตามด่างต่างๆ ส่วนรายระเอียดโรคต่างๆ ของสัตว์น้ำที่ขึ้นบัญชี พรบ. นี้มีทั้งสิ้น 27 โรคด้วยกัน อาทิ โรคตัวแดงดวงขาว โรคเอ็มบีวี เป็นต้น
เป็นเรื่องน่ายินดีทำให้งานควบคุมการระบาดของโรคอยู่ในหน่วยงานเบ็ดเสร็จขึ้น การทำงานควบคุมโรคง่ายขึ้น เพราะเรามีกฎหมายอยู่ในมือที่จะใช้ได้ ผู้ประกอบการอาจจะรู้สึกไม่ชอบ เพราะถ้าทำผิดก็มีกฎหมายมาบังคับใช้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น แต่ถ้าเราไม่มีกฎหมายควบคุมโรคระบาด โรคในสัตว์น้ำก็จะมีมากขึ้น เราจะต้องผจญกับโรคแปลกๆใหม่ๆ เรื่อยไป
ดร.สุปราณี กล่าวว่า ถ้าเราอยากจะคุมโรคก็ต้องเข้มงวดกัน เพราะเมื่อเกิดโรคระบาดในสัตว์น้ำแล้ว โดยเฉพาะกุ้ง จะสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมาก ดูได้จากโรคตัวแดงจุดขาวที่ไม่ใช่โรคที่มีถิ่นในประเทศไทยมาก่อน เมื่อเข้ามาแล้วก็ทำความเสียหายมาจนถึงปัจจุบัน ทอร่าซินโดรมเองก็เสียหายมาก และอาจจะมีโรคอื่นๆ แฝงมา แต่ไม่แสดงอาการในกุ้งชนิดนั้น แต่ไปแสดงอาการในกุ้งชนิดอื่น เช่นกุ้งก้ามกราม ดังที่เรากำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ (พบไวรัส 2 ชนิดในกุ้งก้ามกรามที่ไม่เคยพบแหล่งในประเทศไทยมาก่อน)
ในต่างประเทศเขาจะเขาเข้มงวดมากที่จะนำเข้าสัตว์น้ำ ตัวอย่างเช่นประเทศออสเตรเลีย ที่กำลังมีปัญหากับบ้านเราขณะนี้ แต่สำหรับประเทศไทย เมื่อมีประกาศห้ามออกมา ก็มักจะมีการประท้วงกัน ในส่วนของราชการเองก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะถ้าประกาศไม่ให้เข้า ก็จะลักลอบกันเข้ามา ผลคือเอามาฆ่ากันเอง คือเอาโรคมาด้วย นี่ยังไม่พูดถึงสภาพแวดล้อมและความหลากหลายทางชนิดของสัตว์ในพื้นที่ ถ้าเกิดความเสียหายจากโรคระบาด ก็วัดค่าไม่ได้เลยเพราะเสียหายมากเหลือเกิน โดยเฉพาะกุ้งทุกวันนี้เป็นเพราะเราเอาโรคแปลกๆเข้ามาโดยไม่ควบคุมที่ถูกต้องนั่นเอง
ดร.สุปราณี ได้กล่าวถึงกฎข้อบังคับ และบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกรณีมีการประกาศเป็นเขตโรคระบาดสัตว์น้ำว่า บทลงโทษตามพรบ. มีทั้งปรับและกรมประมงมีสิทธิ์ทำลายได้ตามความเหมาะสม ซึ่งสัตว์น้ำที่อยู่ใน พรบ.โรคระบาดสัตว์น้ำมี 8 ชนิดด้วยกันคือ กุ้ง กบ จระเข้ ตะพาบน้ำ เต่า ปลา ปู และหอย
ตั้งเป็น สารวัตรยา อย.
นอกจากนี้ กรมประมงยังได้รับการแต่งตั้งจาก องค์การอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นสารวัตร อย. ทางด้านสัตว์น้ำ คือมีหน้าที่ช่วยดูแลยาที่ใช้ในสัตว์น้ำ ว่าทำผิดกฎหมายหรือไม่ (ส่วนเรื่องการผลิตยาของบริษัทต่างๆ ไม่เกี่ยว เป็นหน้าที่ของอย.) สารวัตรสัตว์น้ำจะต้องตรวจกรณีที่นำยามาใช้ในการประมงว่าได้ขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะกับผู้ขาย เนื่องจากตามกฎหมายแล้วถือว่า ผู้ใช้ หรือมีไว้ในครอบครองไม่ผิด แต่คนที่ขาย จำหน่าย จ่ายแจก มีความผิด ดังนั้นจึงต้องมาเข้มงวดกับร้านค้าที่จำหน่าย เพื่อไม่ให้วางขายยาที่ต้องห้ามทั้งหลาย เพราะมีหลักการว่า ถ้าไม่มีการขาย คนก็ไม่ไปซื้อมาใช้ แต่ทั้งนี้ ก็ต้องค่อยๆ ให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้เลี้ยงสัตว์น้ำด้วย ว่าถ้าเอายาที่ห้ามไปใช้ก็จะตกค้างในเนื้อกุ้งก็จะส่งผลกลับมากับผู้บริโภคในประเทศเอง หรือถ้าส่งออกไปต่างประเทศ ก็ขายไม่ได้เช่นกัน
เขตโรคระบาด ผู้ว่าฯ มีอำนาจ
ด้านคุณสุนทร เสียงหวาน นิติกร กรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขั้นตอนของการทำงาน ในสัตว์น้ำจะต้องออกกฎกระทรวงอีกครั้งว่ามีชนิดใดบ้าง ตอนนี้ยังไม่มีการระบุ (ยังไม่ถึงขั้นห้ามเคลื่อนย้าย) แต่ถ้ามีปัญหาการระบาดของโรคสัตว์น้ำเกิดขึ้น เบื้องต้นจะมีการประกาศเขตโรคระบาด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจประกาศเขตโรคระบาดภายในจังหวัด ผลก็คือจะมีการนำสัตว์น้ำ เข้า-ออก หรือเคลื่อนย้ายในพื้นที่ไม่ได้ ต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ว่าฯ ก่อนจึงสามารถเคลื่อนย้ายได้ ส่วนระยะเวลานั้นขึ้นกับสถานการณ์ความรุนแรงของโรคระบาด จนกว่าจะออกประกาศเปลี่ยนแปลง
เขตโรคระบาดชั่วคราว รัศมี 5กม.
คุณสุนทร กล่าวว่า อำนาจหน้าที่ของสัตวแพทย์ตาม พรบ.โรคระบาด (เจ้าหน้าที่กรมประมง) สามารถออกประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราวได้ ในรัศมี 5 กิโลเมตร จากจุดเกิดโรคระบาด และมีระยะเวลาในการคุมประกาศไม่เกิน 30 วัน เมื่อประกาศแล้วผลคือ ห้ามมีการเคลื่อนย้าย นำเข้า นำออก หรือเคลื่อนย้ายในพื้นที่ไม่ได้ ถ้าจะทำจะต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สัตวแพทย์ตาม พรบ.โรคระบาดสัตว์เท่านั้น
เขตปลอดโรคระบาด
คุณสุนทร กล่าวว่า ในการประกาศเป็นเขตปลอดโรคระบาด เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ หากประกาศแล้วผลคือ ห้ามเคลื่อนย้ายจากต่างถิ่นเข้ามาภายในเขตประกาศ หากจะมีการนำเข้ามาต้องได้รับการอนุญาตก่อนเช่นกัน
 
|
|