โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ด www.SiamMarine.com Index : เข้าชมกระทู้ทั้งหมด คลิ๊กที่นี่ : กุ้งขาวสมัยนี้ มีนิสัยนักเลงมากขึ้น !!
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ กุ้งขาวสมัยนี้ มีนิสัยนักเลงมากขึ้น !!  
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 25/01/2006-11:34 GMT+7  


บทความนี้ ลงตีพิมพ์ใน นสพ.กุ้งไทย
ปักษ์แรก เดือน มีนาคม 2549

เมื่อก่อน สมัยเมื่อมีการเลี้ยงกุ้งกุลาดำกันใหม่ๆ ช่วงนั้นกุ้งกุลาดำมีอัตราการโตที่ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็เริ่มมีปัญหากุ้งไม่โต จากนั้น กุ้งขาววานาไมก็เริ่มเข้ามาแทนที่ ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงน้อยกว่ากุ้งกุลาดำ เนื่องจากโตดีกว่า
....... ตอนนี้ เริ่มได้ยินเสียงบ่น ถึงเรื่องการเลี้ยงกุ้งขาว และมีปัญหากุ้งไม่โต บางฟาร์มเลี้ยง150วัน แต่กุ้งเพิ่งจะได้ขนาด80ตัวต่อกิโลกรัม ก็มีให้เห็นกันบ่อยๆแล้ว ผู้ที่เลี้ยงกุ้ง โง่ลงหรือเปล่า ถึงเลี้ยงกุ้งได้แย่ขนาดนี้ หรือเป็นเพราะว่าพันธ์กุ้งไม่ดี หรือเกิดจากสภาพอากาศที่ไม่ดีในช่วงที่ผ่านมากันแน่
.......การที่กุ้งจะโตดีหรือไม่ อาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย อาจจะไม่ใช่จากพันธ์กุ้งที่ไม่ดีเพียงอย่างเดียว แต่สุดท้ายแล้ว ผู้ที่ตกเป็นจำเลยที่1ก็มักจะเป็นแฮ็ทเชอรี่เสมอ แต่เป็นจำเลยกิตติมศักดิ์ ที่ไม่มีศาลใดจะพิพากษาได้ว่า ผิดจริง
....... สำหรับบางฟาร์ม ที่รักษาระดับฝีมือในการเลี้ยงกุ้ง ในระดับที่หวังผลได้ ลงกุ้งที่มาจากแหล่งเดียวกัน สภาพอากาศเดียวกัน บางบ่อโตดี บางบ่อเลี้ยงๆไปแทนที่จะได้กุ้งขาว กลับได้จิ๊กโก๋เต็มบ่อไปหมด แน่นอนว่าย่อมจะเกิดคำถามที่ค้างคาใจ ว่าทำไมจึงเป็นแบบนั้น
.......ที่กล่าวมา ผมกำลังกล่าวถึง ลูกกุ้งที่มาจากแม่พันธ์เมืองนอก ที่แต่เดิมมีจุดเด่นเรื่องโตดี
....... หากแฮ็ทเชอรี่เมืองไทยฝีมือไม่ตก เกษตรกรผู้เลี้ยงฝีมือไม่ตก ผมคงจะตั้งข้อสงสัยแปลกๆแล้วหล่ะว่า สงสัยแฮ็ทเชอรี่เมืองนอกจะฝีมือตกซะแล้ว ไม่ก็อาจจะย้อมกุ้งส่งเข้ามาขายในเมืองไทย เพราะหมั่นไส้ว่า อุตส่าห์ฟ้องเรื่องทุ่มตลาดก็แล้ว ยังจะมียอดส่งออกเติบโตได้อีก งั้นเอาพันธ์กุ้งจิ๊กโก๋ไปให้มันเลี้ยงซะเลยดีกว่า


_________________
เป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ หรือ ไม่ได้ทำ.....คนเลี้ยงกุ้งสตูล 01-478 8850


[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2006-04-08 19:23 GMT+7]

[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2006-04-08 22:25 GMT+7]






  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
วินิจ /vtansakul@gmail.com

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
  วันนี้เครียดกันมั้ย เล่นบอร์ดแล้วยังเครียด มาเล่นเกมส์แก้เครียดกัน ไปลุยกันเลย :)
โพสต์เมื่อ: 27/01/2006-09:36 GMT+7  
สาเหตุหลักอันหนึ่ง น่าจะมาจากสภาพแวดล้อมและคุณภาพของดินในบ่อ เริ่มมีการเสื่อมสภาพ ส่งผลต่อคุณภาพน้ำในบ่อระหว่างเลี้ยง และส่งผลต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำที่เลี้ยง เพราะบ่อที่เลี้ยงสัตว์น้ำไปนานๆ ควรได้มีการ recondition สภาพพื้นบ่อและบ่อบ้าง เพื่อให้ดินในบ่อได้ปรับสภาพ ชะลอการเสื่อมของคุณภาพดินที่เหมาะสมกับการเลี้ยงสัตว์น้ำ....


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
สงสัยครับ

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 03/02/2006-14:37 GMT+7  
การที่บอกว่าดินในบ่อเราเสื่อมสภาพ แล้วเราจะมีวิธีตรวจสอบยังไงบ้างครับถึงจะรู้(การนำดินไปตรวจวัดค่าต่างๆ จะมีค่าไหนในดินบ้างครับที่บ่งชี้ว่าจำเป็นต่อการเลี้ยงกุ้ง และจะมีวิธีแก้ไขยังไงได้บ้างครับ) คืออยากจะใช้การวัดค่ามาช่วยในการตัดสินใจครับ (เป็นดินในพื้นที่น้ำจืด ดินลูกรังครับ)

อยากถามว่าการที่แร่ธาตุในน้ำของเรา(พื้นที่น้ำจืด) โดยเฉพาะ แคลเซียม , แมกนีเซียม มีค่าน้อยกว่าที่ควรจะเป็น( ก่อนหน้านั้นไม่เคยวัดค่าสองตัวนี้เลยใช้เพียงการสังเกตคร่าวๆ และก็มีการเติมแร่ธาตุอยู่เสมอๆ ) แต่เร็วๆมานี้พึ่งมีการวัดค่าพบว่ามีค่าต่ำมาก เมื่อเทียบกับพื้นที่น้ำเค็ม เลยอยากถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่านี่จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กุ้งของเราโตช้ากว่าที่ควรจะเป็น( ถ้าไม่โทษทางลูกกุ้ง และการจัดการฟาร์มอย่างอื่นก็ถือว่าพอสมควร ค่าออกซิเจนประมาณ3-5ตอนตี5-6โมงเช้า ค่าAlkaline140 PHไม่โดดมากตลอดการเลี้ยงเช้า7.7 บ่าย8)


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 03/02/2006-15:16 GMT+7  
แคลเซียม กับ แมกนีเซียม ล้วนต้องใช้ในการเติบโต (การลอกคราบ) เมื่อแร่ธาตุทั้งสองน้อยกว่าปกติ การโตก็จะด้อยลงครับ
เติมแร่ธาตุไปเรื่อยๆครับ ทอดแหเป็นระยะๆ เมื่อกุ้งเริ่มไม่โต อาจจะลองจับกุ้งบางส่วนขาย แล้วลองเลี้ยงต่อ ลองดูว่าจะโตดีขึ้นหรือไม่
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
dash_za@hotmail.com

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 03/02/2006-16:25 GMT+7  
การปรับพื้นบ่อที่ดีควรทำอย่างไร ช่วยตอบหน่อยมือใหม่วานาไม

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 03/02/2006-19:53 GMT+7  
วิธีง่ายๆ คือนำดินก้นบ่อ ส่งตรวจที่หน่วยงานของกรมประมงในจังหวัดนั้นๆ เจ้าหน้าที่จะตรวจคุณสมบัติของดิน พร้อมกับมีคำแนะนำเพื่อปรับปรุงครับ
ตรวจดูดินก้นบ่อ ว่าดินที่อยู่ข้างใต้มีสีอะไร หากสีออกดำๆแบบดินเน่า ก็ควรให้ดินเปลี่ยนสีเป็นดินปกติเสียก่อนค่อยนำน้ำเข้าบ่อ มิฉนั้น ดินดังกล่าวจะเป็นแหล่งผลิตแก๊สพิษ
ดินลูกรัง เลี้ยงกุ้งขาวได้ดีนะครับ รองลงมาก็ดินเหนียว รองลงมาอีกก็ดินทราย
ส่วนดินชายเลน ตัวใครตัวมันครับ



_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
boat

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 03/05/2006-19:58 GMT+7  
e

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
nc_kanjana@yahoo.com

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 24/05/2006-11:38 GMT+7  

เรียน คนเลี้ยงกุ้งสตูล
จากการใช้เอ็นไซม์ช่วยเร่งปฏิกิริยาการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุในดินในบ่อกุ้งจากการทดลองของเราพบว่าดินไม่เหม็น ร่วนซุยดี แต่ก็ไม่สามารถป้องกันโรคตัวแดงจุดขาวได้

ขอความเห็นด้วย
กาญจนา


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
ผ่านมา

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 24/05/2006-15:27 GMT+7  
ความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมว่าการที่เราใช้เอนไซม์ย่อยสลายจนดินก้นบ่อเราดีขึ้นมาแล้วก็น่าจะช่วยให้สภาพบ่อเราดีขึ้น แต่นั่นก็เป็นประเด็นนึงครับ ยังมีประเด็นอื่นๆอีกมากที่อาจทำให้เกิดตัวแดงได้เช่น บ่อใกล้เคียงมีโรคระบาดรึเปล่า สภาพน้ำ อากาศ อุณหภูมิ เป็นต้น ผมว่าลองดูภาพรวมอื่นๆด้วย ว่ามีภาวะอะไรที่ทำให้กุ้งเราเครียดรึเปล่า แล้วก็แก้เท่าที่แก้ได้ หาข้อมูลไปเรื่อยๆครับ ทั้งบ่อของเราแล้วก็บ่อของคนอื่นแล้วก็ปรับมาให้เหมาะสม (อย่างลืมประเด็นเรื่องลูกกุ้งด้วยนะครับ)

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 31/05/2006-14:22 GMT+7  
เห็นด้วยครับ โรคระบาด หากแยกปัจจัยอย่างหยาบๆแล้ว ก็มีปัจจัยภายในบ่อ และจากภายนอกบ่อ
และถ้ามีเชื้อหลุดเข้ามาในบ่อกุ้ง หากสภาพในบ่อหรือกุ้งไม่แข็งแรงพอ ก็อาจจะติดเชื้อและแสดงอาการออกมา
ใช้คำว่าอาจจะ ก็เพราะ หากกุ้งแข็งแรงดี สภาพบ่อดีพอ บางครั้ง ได้รับเชื้อมา กุ้งก็อาจจะไม่แสดงอาการได้เหมือนกัน แต่โอกาสแบบนี้ก็น้อย ไม่มากเท่าไหร่
ไม่ว่าสารเคมีชนิดใด ก็ป้องกันโรคจากไวรัสไม่ได้ กุ้งมีระบบภูมิคุ้มกัน ชนิดที่ใช้เซลของเม็ดเลือดขาวในการต่อสู้เชื้อโรค ซึ่งไม่มีทางต้านไวรัสได้
และกุ้งไม่มีระบบภูมิคุ้มกันแบบAntibody ต่อให้คิดวัคซีนได้ ก็ไม่ได้ผล เพราะกุ้งจะไม่มีความจำต่อเชื้อชนิดนั้น รับเชื้อมา ก็ติดเชื้อได้อีก
จึงมีทางป้องกัน เท่าที่จะทำได้เท่านั้นครับ

_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
maewmeow@yahoo.com

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 25/08/2006-17:41 GMT+7  
คุณหมอ ครีเอทีฟมาก คิดไปได้เรื่องฟ้องทุ่มตลาด อีกอย่าง มันคนละประเทศกันไม่ใช่หรือครับ คนละองค์กรด้วย ผมข้องใจว่าทำไมบางคนเลี้ยงได้โตดี โตเร็วขนาดเทียบเป็นเท่าตัวกับลูกกุ้งบางยี่ห้อ ในบ่อเลี้ยงเจ้าของเดียวกัน คนเลี้ยงก็คนเดียวกัน แต่บางคนก็โตช้า บางคนก็ตาย ทุกอย่างไม่ใช่ไสยศาสตร์ครับ มันเป็นเรื่องที่ควรเป็นเหตุเป็นผล มีที่มาที่ไปว่าเกิดอะไรขึ้น คุณหมอสงสัยมั้ยล่ะครับ

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 30/08/2006-22:34 GMT+7  
ผมไม่ได้สงสัยในเรื่องที่ว่า ทำไม ลูกกุ้งถึงเลี้ยงโตบ้างไม่โตบ้าง เพราะผมรู้ดีว่า อะไรก็ตาม ที่เป็นสิ่งที่มีชีวิต ย่อมจะมีความไม่แน่นอน
ขนาดผลิตวัสดุออกมาจากเครื่องจักร ก็ยังออกมาไม่เหมือนกันเป๊ะ
ดังนั้น ผมจึงเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตุถึง "แนวโน้ม" ที่ดูแปลกไปครับ
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ ผู้เยี่ยมชม สามารถโพสต์ โดยใส่ชื่อหรืออีเมล์ที่ต้องการ
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น

Key Number:

 
 Fill 5 Keys
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss