| ผู้ที่โพสต์ |
นิตยสารธุรกิจสัต์น้ำ :: ทางออกของผู้เลี้ยงกุ้ง ในภาวะวิกฤตราคา |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 15/08/2007-12:32 GMT+7  
ค.ถอดรหัสธุรกิจสัตว์น้ำ โดย...หนุ่มลำมูล
ทางออกของผู้เลี้ยงกุ้ง ในภาวะวิกฤตราคา
ยามสุขเราอาจจะไม่ได้มาร่วมสุขกับเกษตรกร แต่ยามทุกข์เราต้องพยายามลงไป
ร่วมทุกข์ ร่วมแก้ไขปัญหา เพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อน ได้เท่าที่ความสามารถของพวกเราจะทำได้ คือบทสรุปการประชุมครั้งล่าสุด ตอนต้นเดือนกรกฎาคม เพื่อสรุปบทบาทการดำเนินงานในครึ่งปีแรก และแนวนโยบายการทำงานในครึ่งปีหลัง ของคณะผู้บริหารนิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ ที่ยังเน้นย้ำกรอบการดำเนินงานที่ว่า สื่อต้องทำงานมากกว่าการนำเสนอข่าว จึงนำมาซึ่งงานเสวนา เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2550 ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยประมงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ในหัวข้อ ทางออกของอาชีพ ในภาวะวิกฤตราคา โดยได้รวมประสานการจัดงานในครั้งนี้กับ วิทยาลัยประมงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์,ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งชีวภาพชุมพร และชมรมผู้เลี้ยงปลาดุกหลังสวน
และงานในครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับแรงสนับสนุนจาก 7 บริษัทได้แก่ บ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) , บ.อินเทคค์ ฟีด จำกัด , บ.ไทยลักซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) , บ.เอเชี่ยนฟีด จำกัด , บ.ยูนิตี้เทคโนโปรดักซ์ จำกัด , บ.กองทอง อกรีเทรคดิ้ง อควาคัลเจอร์ จำกัด , บ.แหลมทอง อะควอเทค จำกัด และ บ.กรีนมิลเลอร์ จำกัด
สำหรับเป้าหมายในการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเปิดเวทีการเสวนาแก้ปัญหาในวิกฤติราคากุ้งที่ตกต่ำว่า ส่วนปลาดุกนั้น แม้ว่า ณ วันนี้ผู้เลี้ยงปลาในชมรมผู้เลี้ยงปลาดุกหลังสวนยังไม่ประสบปัญหา แต่เป็นการเสวนาเพื่อสร้างเกราะป้องกัน รวมทั้งแนวทางการผลิตปลาดุกที่มีคุณภาพ เพื่อสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ ด้วยเพราะปัจจุบันได้มีห้องเย็นผู้ส่งออกปลาหลายรายด้วยกันได้แวะเวียนเข้าไปสอบถามชมรมผู้เลี้ยงปลาดุก ถึงความเป็นไปได้ที่จะเลี้ยงปลาดุกส่งห้องเย็น เพื่อแปรรูปส่งออกต่างประเทศอีกทอดหนึ่ง
ซึ่งแน่นอนว่าในงานเสวนาครั้งนี้ เนื้อหาที่มีการนำมาเสวนากันนั้น ย่อมมีประโยชน์กับเพื่อนร่วมอาชีพในวงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะในวงการเพาะเลี้ยงกุ้งนั้น ในงานเสวนาครั้งนี้ จะเน้นไปที่ แนวโน้มของราคากุ้ง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ณ วันนี้ตกต่ำจนเกินที่คนเลี้ยงกุ้งจะรับได้แล้ว ว่าจะดำเนินไปในทิศทางใด หากดำเนินไปในด้านลบ หรือยังคงทรงตัวอย่างปัจจุบัน ผู้เลี้ยงกุ้งจะต้องปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้เชื่อว่ากำลังอยู่ในกระแสความสนใจในวงการ ผมจึงขอหยิบยกเนื้อหาในบ้างตอนที่เกี่ยวข้องมาสรุปนำเสนอผ่าน ค.ถอดรหัสธุรกิจสัตว์น้ำฉบับนี้ เผื่อผู้ที่ได้ติดตามอ่านธุรกิจสัตว์น้ำได้นำไปประยุกต์ใช้ต่อไป
และในเบื้องต้น นอกเหนือจากผู้ให้การสนับสนุนทั้ง 7 บริษัท ที่ได้กล่าวไปแล้ว กลุ่มเกษตรกร และ กลุ่มผู้ค้าปัจจัยการผลิต แล้ว ธุรกิจสัตว์น้ำขอกล่าวขอบคุณ ตัวแทนจาก 2 ห้องเย็นที่ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงานในครั้งนี้ คือห้องเย็นเอเชี่ยน และห้องเย็นซีเฟรช ซึ่งผมได้รับการบอกเล่าจากทีมงานผู้ประสานงานกับห้องเย็นในการเข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้ว่า ได้เชิญไปหลายห้องเย็นด้วยกัน แต่มีตอบรับกลับมาเพียงแค่ 2 ห้องเย็นเท่านั้น โดยส่วนตัวแล้วจึงพาลให้คิดว่า จริงหรือไม่ที่มีข่าวร่ำลือกันว่า ห้องเย็นเก็บตัว ไม่อยากจะออกไปพบปะพูดคุยกับเกษตรกร ซึ่งถ้าเป็นความจริง ก็จะต้องมีคำถามที่ต้องคิดต่อเนื่องกันไปคือ ห้องเย็นกลัวอะไร ทำไมจึงไม่อยากไปเจอหน้าเกษตรกร ดังนั้นการมาปรากฏตัวในงานเสวนาในครั้งนี้ของ 2 ห้องเย็นที่ได้เอ่ยชื่อไปแล้วนั้น ทีมงานธุรกิจสัตว์น้ำและเหล่าเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ ที่ท่านได้นำข้อมูลความจริงมาเล่าสู่กันฟัง รวมทั้งการวิเคราะห์สถานการณ์ล่วงหน้า เป็นเป็นแนวทางในการปรับตัว
ขอเริ่มต้นข้อมูลเกี่ยวแนวทางการปรับตัวในการเลี้ยง ซึ่งเป็นประเด็นแรกที่มีเสวนากัน โดยตัวแทนเกษตรกรท่านหนึ่งมานำเสนอข้อมูลว่า ณ วันนี้ เมื่อราคากุ้งตกต่ำ แต่ยังต้องการดำเนินอาชีพนี้ต่อไป เราควรจะต้องมีแนวทางการจัดการเลี้ยงอย่างไร และถูกต้องหรือไม่กับกระแสการลดอาหารและปัจจัยการผลิต เพื่อให้ต้นทุนการเลี้ยงที่ต่ำลง เพราะถ้ายังดำเนินแนวทางการเลี้ยงแบบเดิมๆ คงประกอบอาชีพการเลี้ยงกุ้งเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ยาก ซึ่งเป็นข้อมูลที่สัมพันธ์กับสถานการณ์การเลี้ยง โดยทางตัวแทนจากประมงจังหวัดชุมพร ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันนี้พื้นที่การเลี้ยงลดลงเป็นจำนวนมาก
โดยในรายละเอียดของสถานการณ์การเลี้ยง คุณสำราญ ซึ่งได้ทำการเลี้ยงกุ้งอยู่ที่ เกาะแก้ว จ.ชุมพร ให้ข้อมูลว่า ปีนี้การเลี้ยงกุ้งรู้สึกว่าจะยากขึ้น ตอนต้นปีในพื้นที่ใกล้เคียงมีเสียหายหลายบ่อด้วยกัน แถมกุ้งโตช้าลง ส่งผลให้จุดคุมทุนในการเลี้ยงต้องยืดระยะเวลาออกไป เมื่อต้องมาเจอกับราคากุ้งตกต่ำ จึงทำให้ผู้เลี้ยงกุ้งอยู่กันยาก โดยการลงกุ้งในขณะนี้ ผู้เลี้ยงกุ้งค่อนข้างสับสน ว่าจะเอากันอย่างไรดี เพราะเท่าที่ฟังทิศทางด้านราคา ยังไม่มีข่าวดีออกมาเลย โดยเฉพาะเมื่อดูจากค่าเงินบาทซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ราคากุ้งตกต่ำ และตอนนี้ได้มีผู้เลี้ยงกุ้งหลายรายด้วยกันที่หันกลับไปหากุ้งกุลาดำ
อ.ณภัทร สังข์ทอง จากบริษัทกองทอง อกรีเทรคดิ้งอควาคัลเจอร์ จำกัด ร่วมเสวนาว่า การเจริญเติบโตของกุ้งมีหลายสาเหตุ เบื้องต้นให้มองที่ตัวเองก่อนว่าผิดพลาดในการจัดการอย่างไรบ้าง อย่าง ณ วันนี้กระแสลดต้นทุนการเลี้ยงกำลังแรง เรามาตั้งข้อสังเกตกันไหมว่า ที่กุ้งโตช้าเพราะเราลดกันเยอะเกินไป หรือเรียกว่าลดแบบไม่มีเหตุผล
เรามาเริ่มจากข้อมูลตลาดที่จะรองรับกุ้งของไทยเต็มที่ไม่เกิน 300,000 ตัน เมื่อดูข้อมูลย้อนหลังกลับไป กุ้งราคาไม่ตก เพราะปริมาณกุ้งน้อยมาก การปรับตัวในกลุ่มของผมคือปริมาณการลงกุ้งลง ที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 100,000 ตัว/ไร่ เพื่อให้ปริมาณกุ้งเนื้อลดลง ส่วนการล้ดต้นทุนนั้น ตอนนี้หลายคนเข้าใจกันว่าการลดต้นทุนการผลิต เช่นอาหาร ปูน วิตามิน แร่ธาตุ ฯลฯ คือการลดต้นทุนการเลี้ยง ผมขอตั้งคำถามให้พวกเราคิดว่า สมมติกุ้งต้องการแคลเซียม 300 แต่ในบ่อมีแค่ 100 เพื่อลดต้นทุน เราจะไม่ใส่แคลเซียมใช่ไหม โดยส่วนตัวผมประเมินดูว่าเหตุที่กุ้งโตช้าเพราะ มีการประหยัดต้นทุนการเลี้ยงกันมากเกินไป ผมขอนำเสนอมุมมองในการเลี้ยงกุ้งในเชิงธุรกิจในการเลี้ยงสัตว์ว่า ช่วงแรกเราต้องเร่งการเจริญเติบโตเร็วที่สุด เช่น 60 วัน ทำอย่างไรให้กุ้งโต 80-90 ตัว/กก. ซึ่งนี่คือสูตรการเลี้ยงของผม คือช่วงแรกจะเน้นใช้อาหารที่มีค่าโปรตีนสูงไม่ต่ำกว่า 38% ส่วนปัจจัยการผลิตตัวอื่น เช่นกลุ่มแร่ธาตุ หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า ในหลายพื้นที่ค่าแร่ธาตุในน้ำเปลี่ยนไป อย่างพื้นที่ความเค็มปกติ มีบ้างพื้นที่ ค่าแคลเซียมไม่ถึง 100 กล่าวได้ว่า ธรรมชาติเปลี่ยนไปแล้ว เราต้องรู้ตรงนี้แล้วปรุงแต่งธรรมชาติให้เหมาะสมกับกุ้งมากที่สุด และโดยส่วนตัวของผมมองว่า แม้ราคากุ้งอยู่ในขั้นวิกฤต แต่เรายังสามารถเลี้ยงกุ้งกันต่อไปได้ถ้าทุกคนในวงการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
เมื่อกล่าวมาถึงเรื่องของการลดต้นทุนการเลี้ยง ทางคุณสำราญ ได้เปิดประเด็นเกี่ยวกับราคาอาหารซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนหลักของการเลี้ยง ซึ่งแม้ว่าวันนี้หลายบริษัทจะทำการลดราคาลงมาแล้ว แต่คิดว่าน่าจะลดได้ต่ำกว่านี้อีก ด้วยเพราะค่าเงินบาทของเราที่แข็งขึ้น จึงน่าจะซื้อวัตถุดิบได้ในราคาถูกลง พร้อมกันนี้ทางคุณสำราญยังได้เปิดประเด็นเรื่องราคากุ้ง ซึ่งดูจากวารสารข่าวกุ้งของ บ.ซีพี ว่ากุ้งไทยถูกกว่ากุ้งจากหลายประเทศโดยเฉพาะในเอเชียด้วยกัน ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะต่างกันมากนัก อีกอย่าง ณ วันนี้คำว่าแย่หรืออยู่ไม่ได้คือเกษตรกร แต่ในระดับบริษัทหรือห้องเย็นทราบว่ายังเดินไปได้เรื่อยๆ เป็นคำถามว่า คืออะไร วันนี้ผมเข้าใจว่า คนเลี้ยงกุ้งจะได้รับภาระที่เกิดขึ้นจากการผลักมาจากห้องเย็นและกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจในวงการ
ตัวแทนจาก บริษัท อินเทคค์ ฟีด จำกัด ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องอาหารว่า จริงๆ แล้วอาหารกุ้งที่ผู้เลี้ยงกุ้งชาวไทยใช้กันตอนนี้เชื่อไหมว่าถูกกว่าอาหารกุ้งที่ผู้เลี้ยงกุ้งชาติอื่น หรือพูดได้เลยว่าถูกที่สุดในโลก ส่วนประเด็นที่ว่าเมื่อเงินบาทแข็งราคาวัตถุดิบน่าจะถูกลง ตรงนี้อยากจะเรียนให้ทราบว่า ในวงการอาหารสัตว์แทบมีผลน้อยมาก เพราะหลายบริษัท ซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศผ่านนายหน้า ซึ่งทราบว่าบริษัทอาหารหลายรายได้คุยกับกลุ่มนายหน้าค้าวัตถุดิบมาแล้ว แต่คำตอบที่ได้รับเขาอ้างเรื่องของต้นทุนค่าพลังงานที่สูงขึ้นมาพอสมควร ทำให้ราคาวัตถุดิบยังคงที่และบางตัว บางช่วงเวลากลับถีบตัวสูงขึ้น และอยากจะเรียนต่อในประเด็นกระแสการลดคุณภาพอาหาร ตรงนี้ไม่มีบริษัทไหนกล้าทำ เพราะคุณภาพอาหารจะมีมาตรฐานเป็นเกณฑ์มาตรฐาน หากบริษัทผู้ผลิตอาหารลดคุณภาพลงมา เกษตรกรก็แย่ ผู้ที่ธุรกิจเกี่ยวข้องก็ต้องตายเช่นกัน
ส่วนในเรื่องของการเลี้ยงพอดีว่าโดยสายงานของผมมีโอกาสเดินทางไปในหลายที่ด้วยกัน เลยเจอสูตรการเลี้ยงกุ้งอยู่สูตรหนึ่งที่น่าสนใจเลยขอนำมาเล่าสู่กันฟัง นั่นคือ ต้องปล่อยกุ้งขาวไม่ต่ำกว่า 100,000 ตัว/ไร่ ช่วงแรกอัดอาหารที่โปรตีนสูงเพื่อให้กุ้งโตเร็ว หรืออาจจะสร้างพวกอาหารธรรมชาติให้กุ้งกินพร้อมกันไป ส่วน 45 วันหลังอาจจะลดคุณภาพโปรตีนลงมาเล็กน้อย แต่วิธีการเลี้ยงต้องเช็คอาหาร 10 กรัม ใช้วลา 1.30 ชม.ให้อาหาร 70% ของปริมาณอาหารที่ควรให้ ต่อจากนั้นเมื่อกุ้งเข้าวันที่ 90 ของการเลี้ยงไปแล้ว จะให้อาหารเท่าไหรให้ดูข้อมูลวันที่ 88-90 แล้วมาเฉลี่ยว่ากุ้งกินอาหารวันละกี่กิโล แล้วก็ยึดเอาจำนวนนั้นให้ไปจนจับกุ้ง
ตัวแทนจากบริษัทยูนิตี้ เสริมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์กุ้งว่า ตอนนี้มีกุ้งขาวไซส์ 25 กว่าตัว/กิโลกรัมแล้ว และปัจจุบันได้มีการปรับแนวทางการเลี้ยงกันเยอะพอสมควร โดยเฉพะการกลับไปเลี้ยงในแนวธรรมชาติ ส่วนงานเสวนาวันนี้คงขอความกรุณาให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของราคากุ้ง และอยากไปถึงห้องเย็นว่า เกษตรกรอยากได้ข้อมูลแบบฟันธงว่าต้องการกุ้งเท่าไหร่ ไซส์ไหน และตอนนี้บางกระแสกุ้งดำจะกลับมา หลายคนเลยหันไปหากุ้งดำ เหล่านี้เป็นต้น ขอบคุณครับ
เรามาตามต่อข้อมูลในส่วนของภาคการตลาด ซึ่งดูเหมือนว่าในการเสวนาวันนั้น จะเป็นประเด็นไฮไลท์เลยก็ว่าได้ โดยทางตัวแทนของห้องเย็นเอเชี่ยนและซีเฟรชได้ตอบคำถามในข้อมูลภาคการตลาด และวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของราคาไว้ดังนี้
ตัวแทนห้องเย็นเอเชี่ยน เริ่มให้ข้อมูลพื้นฐานถึงเหตุผลที่ทำให้ราคากุ้งตกต่ำ ว่า จริงๆ เรื่องของราคากุ้งเป็นเหตุการณ์ที่เราคาดการณ์มานานแล้วว่าต้องเกิดขึ้น แม้ว่าเราไม่อยากที่จะเกิดขึ้นมาก็ตาม โดยสาเหตุจริงๆ ของราคากุ้งตกต่ำ คือ การแข็งขึ้นของค่าเงินบาท ประกอบกับคนไทยเลี้ยงกุ้งเก่ง ปีที่แล้ว ผลิตออกมาไม่ต่ำกว่า 500,00 ตัน ส่วนปีนี้ต้นปีคำนวณกันว่าน่าจะไปถึง 600,000 ตัน แต่ ณ วันนี้คงไม่ถึงแล้ว ตอนนี้บอกกันตามตรงเลยว่า ห้องเย็นเครียดกันพอสมควร บางครั้งเราขายกุ้งออกไปแล้วยังไม่รู้เลยว่าจะได้เป็นเงินกลับมาเมื่อเท่าไหร่ เพราะค่าเงินมันขยับตลอด กลุ่มผู้ส่งออกได้พยายามเข้าไปเจรจากับแบงค์ชาติ ลดดอกเบี้ยสัก 1.5% ซึ่งจะมีผลทำให้ค่าเงินอยู่ที่ระดับ 36 บาท/1 ดอลล่าร์ แต่แบงค์ชาติตอบรับด้วยการลดให้ 0.25% ผลเลยออกมาอย่างที่เห็นกันอยู่ ตอนนี้สิ่งที่แบงค์ชาติทำ เสมือนการซื้อเวลาเพื่อให้ทุกคนปรับตัว เราจะทราบข่าวกันว่า แบงค์ชาติขาดทุนจากการนำเงินไปแทรกแซงค่าเงินประมาณ 1 แสนกว่าล้าน
นับจากนี้ไปถึงปลายปี หากจะถามกันตรงๆ ว่าราคากุ้งจะเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าทุกคนเดาออกว่าจะเป็นอย่างไร เมื่อเงื่อนไขมันถูกผูกไว้ซึ่งค่าเงินบาท สิ่งที่เราต้องทำกันตอนนี้คือการว่างแผนการปรับตัว ตามโสลนแกนของงานวันนี้ สิ่งที่พวกเราจะเห็นกันบ่อยขึ้น ในกลไกความเปลี่ยนแปลงของห้องเย็น เช่น การซื้อกุ้ง ที่หลายห้องเย็นจะมีทีมงานลงมาซื้อกุ้งที่ปากบ่อเอง หรือแพอาจจะแปรสภาพเป็นเพียงผู้รับจ้างจับ ในเรื่องของราคาสรุปแบบไม่คลุมเครือว่า ราคากุ้งครึ่งปีหลังยังลำบากกันอีกพอสมควร
ครับด้วยพื้นที่จำกัด ผมคงนำเสนอข้อมูลจากงานเสวนาได้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น แต่เชื่อว่าข้อมูลที่นำมาเสนอจะเป็นประโยชน์ต่อแฟนพันธุ์แท้ธุรกิจสัตว์น้ำได้ไม่มากก็น้อย ส่วนท่านใดสนใจต้องการรับทราบข้อมูลการเสวนาอย่างเต็มรูปแบบสามารถติดต่อมาได้โดยตรงที่ กองบรรณาธิการธุรกิจสัตว์น้ำ 02-5874855 , 08-14415710
[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: web เมื่อ 2007-08-15 15:02 GMT+7]
 
|
|