| ผู้ที่โพสต์ |
นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ :: กรมประมงเดินหน้าโครงการเรือใบ ลดค่าน้ำมันเรือประมงขนาดเล็ก |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 15/08/2007-12:34 GMT+7  
อาชีพส่วนใหญ่ของผู้ที่อยู่ริมทะเลคือทำประมงพื้นบ้าน โดยเลือกใช้อุปกรณ์เป็นเรือประมงขนาดเล็กที่มีการใช้กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จนปรับรูปแบบคือนำเครื่องยนต์มาดัดแปลงติดเข้ากับลำท้ายเรือเพื่อใช้ในการขับเคลื่อน แต่ในสภาวะที่กำลังอยู่ในช่วงประสบกับปัญหาวิกฤตการณ์น้ำมัน ซึ่งมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวประมงหลายรายมีต้นทุนที่สูงขึ้น จนบางรายออกทะเลน้อยลงและบางรายถึงขนาดเปลี่ยนอาชีพไปเลย
กรมประมงได้ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาได้ดำเนินการทดลองสร้างเรือหัวโทงที่ทำด้วยไฟเบอร์กลาสที่ได้ดัดแปลงติดตั้งเสาใบเรือเพื่อใช้พลังงานลมในการเคลื่อนที่ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือ
1.เพื่อลดการใช้พลังงานที่เพิ่มมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
2.ใช้พลังงานลมตามธรรมชาติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์
3.เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการทำการประมงของชาวประมงขนาดเล็ก โดยใบเรือที่ใช้นั้นมี 3 ลักษณะคือ แบบใบสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมผืนผ้า และสี่เหลี่ยมคางหมู
โดยเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2550 ได้มีพิธีการมอบใบเรือ ณ ท่าเทียบเรือคลองเคียนแก่ชาวประมงตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ร่วม 20 คน ทั้งนี้เพื่อให้นำไปติดตั้งบนเรือของตัวเอง โดยนายรังสรรค์ ฉายากุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กล่าวว่า จากการทดลองดังกล่าวสามารถทำให้เรือหางยาวขนาด 11.5 แรงม้าทำความเร็วได้ 8 นอต เมื่อนำไปใช้แล้วจะสามารถลดค่าน้ำมันได้ โดยได้ให้ชาวประมงเกิดการรวมกลุ่มกันด้วยความสมัครใจเพื่อทำการประมง ซึ่งในปัจจุบันสามารถรวมกันได้ 5 กลุ่ม
สมาชิกภายในกลุ่มสามารถจัดหาใบเรือได้เอง ซึ่งเป็นผ้าสังเคราะห์แต่มีราคาสูง ดังนั้นหลายรายจึงเลือกหาวัสดุภายในท้องถิ่นที่สามารถหาได้ง่ายและราคาถูกมาทำเป็นใบเรือเอง ได้แก่ ผ้าที่ใช้คลุมสิ่งของราคาประมาณ 400 บาทและผ้าด้ายดิบราคาประมาณ 200 บาท ซึ่งสามารถทำให้เรือแล่นได้ไม่ต่างกันมากนักเพียงแต่มีอายุในการใช้งานสั้นกว่าผ้าสังเคราะห์ ดังนั้นกรมประมงจึงได้แจกจ่ายใบเรือแกชาวประมงในวันดังกล่าว ซึ่งนายรังสรรค์ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า ถึงแม้ว่าการใช้ใบเรือจะไม่สามารถทำให้เรือแล่นได้เร็วเท่ากับเครื่องยนต์แต่ก็สามารถช่วยลดค่าน้ำมันได้
ชาวประมงที่ได้เห็นการสาธิตและบางรายได้ทดลองใช้งานไปแล้วนั้น ต่างก็มีความสนใจเป็นอย่างยิ่งโดยได้กล่าวว่าประหยัดน้ำมันได้มาก ซึ่งการใช้งานของชาวประมงคือ จะใช้เครื่องยนต์และใบเรือควบคู่กันไป ซึ่งการใช้ใบเรือจะใช้ในช่วงออกทะเลจับสัตว์น้ำ และเคลื่อนที่เท่านั้น ส่วนเครื่องยนต์มักใช้ในตอนกลับเข้าหาฝั่ง ทั้งนี้หากใช้ใบเรือจะทำให้เวลาในการเดินทางมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้สัตว์น้ำเกิดการสูญเสียและส่งผลทำให้ราคาลดต่ำลง และประเภทใบเรือที่ชาวประมงส่วนใหญ่เลือกใช้จะเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า
โครงการนี้มีสมาชิกอยู่ประมาณ 40 ราย แต่ภายในระยะเวลาอีกประมาณ 3 เดือนข้างหน้าคาดว่าจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 80 รายเป็นอย่างน้อย การหาสมาชิกนั้น นายรังสรรค์ได้กล่าวว่า จะเกิดจากการที่สมาชิกนำไปขยายผลกันต่อ ซึ่งนอกจากจะมีการบอกกล่าวกันแล้ว ในขณะที่ชาวประมงรายอื่นๆพบเห็นสมาชิกใช้ใบเรือก็อาจจะเกิดความสนใจและเข้าร่วมโครงการก็เป็นได้
แต่ถึงอย่างไรการใช้ใบเรือก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างคือ หากชาวประมงนำวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาดัดแปลงและติดตั้ง อาจจะหาผู้ที่ทำได้น้อย ชาวประมงมีการใช้งานได้ในช่วงขากลับเพราะอาจจะทำให้สัตว์น้ำที่จับสูญเสียราคา ใช้ระยะเวลาในการเดินทางยาวนานขึ้น เพราะจะต้องใช้แรงลมในการขับเคลื่อน หากไม่มีลมก็ไม่สามารถแล่นได้ มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง แต่ข้อจำกัดเหล่านี้ ชาวประมงหลายรายต่างก็ยอมรับ เพราะหากเปรียบเทียบกับข้อได้เปรียบในการลดค่าใช้จ่ายแล้วก็นับว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ
นอกจากเรือใบจะใช้ประกอบอาชีพจับสัตว์น้ำแล้ว สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ บริเวณท่าเทียบเรือคลองตะเคียนเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวมักมาพักผ่อนอยู่เป็นประจำ ดังนั้นนอกเหนือเวลาจากการจับสัตว์น้ำ ชาวประมงอาจจะใช้เป็นพาหนะสำหรับนักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมแก่ชาวประมงอีกด้วย
โครงการดังกล่าวได้รับการติดตามและประเมินผลอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับปรุงใช้ใบเรือให้สามารถใช้กับเครื่องมือประมงประเภทต่างๆเช่น เครื่องมืออวน และเครื่องมือลอบ เป็นต้น หากเป็นที่ยอมรับของชาวประมงกลุ่มต่างๆเหล่านี้ กรมประมงจะทำการขยายผล แจกใบเรือแก่ชาวประมงที่เข้าร่วมโครงการในชุมชนอื่นๆอีกต่อไป
[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: web เมื่อ 2007-08-15 15:01 GMT+7]
 
|
|