| ผู้ที่โพสต์ |
นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ::คอนแทรคฟาร์มมิ่ง ความจริงใจหรือเพียงแค่การสร้างภาพ |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 26/04/2008-14:17 GMT+7  
บทความพิเศษ โดย...นายกุลาดำ
สวัสดีครับกลับมาพบกับผมกันอีกครั้ง ฉบับนี้เรามาเจอกันในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย หรือสงกรานต์ หลายคนตั้งหน้าตั้งตาที่จะหยุดพักชาร์ตแบต อยู่กับครอบครัว พี่น้องผองเพื่อน สำหรับคนที่อยู่กรุงเทพแล้วจะเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดระวังตัวกันหน่อยนะครับ เพราะการจราจรค่อนข้างหนาแน่นมาก และที่สำคัญหลายคนขับรถด้วยสติที่ไม่ 100% ด้วยผลมาจากพิษสุราเมรัย ผมเองเคยเจอหลายครั้งเหมือนกันที่ขับรถกลับบ้านตอนเทศกาลแล้วรถไปจ๊ะเอ๋กับรถคนเมา ดีที่แค่เฉี่ยวแต่ที่ปวดหัวและเสียเวลาคือ คุยกันไม่รู้เรื่องเลย เลยขอกล่าวเตือนกันไว้ล่วงหน้า
ส่วนพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก็เช่นเดียวกัน อย่างฉลองจนลืมกุ้งในบ่อนะครับเพราะอย่างที่พวกเรารู้กันว่า ณ วินาทีนี้การจัดการทุกขั้นตอนจะพลาดไม่ได้โดยประการทั้งปวง ความผิดพลาดอาจจะไม่ทำให้กุ้งเสียหาย แต่มันอาจส่งผลต่อต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มสูงขึ้น และสุดท้ายคือผลกำไรที่ลดลงหรืออาจอยู่ในสภานะภาพของคำว่าขาดทุน ผมเคยเจอบ่อยเช่นกันกับช่วงเทศกาลวันหยุด เฉลิมฉลองที่เจ้าของฟาร์มไว้ใจลูกน้อง ตัวเองไปเที่ยวกับเพื่อน ไปอยู่กับครอบครัว ลูกน้องก็มีเพื่อนเช่นกันแต่มีงานต้องเท่า งานหลวงไม่ให้ขาด งานราษฎร์ไม่ให้เสียว่าแล้วจึงชวนเพื่อนๆ ว่ากินเหล่ากันในฟาร์ม ถึงเวลาให้อาหารกุ้ง แทนที่จะหวานตามแนวหวานอาหารก็เทลงบ่อไปเลย เครือตีน้ำแทนที่จะเปิดตามโปรแกรมก็เปิดทั้งวันทั้งคืนไปเลย เหตุเพราะเมาและรีบมานั่งกินเหล่ากับเพื่อนๆ ส่วนผลที่ตามมาผมคงไม่ต้องกล่าวต่อนะครับ หลายท่านคงเดาถูก
มาถึงตรงนี้ถ้าจะมองในอีกมุมหนึ่ง ช่วงเวลาเทศกาล คือ ช่วงเวลาอันตรายก็ว่าได้ เพราะความประมาท ความชะล่าใจ ความเอาใจใส่กับงานจะลดลง ยิ่งถ้ามีสุราเข้ามาเกี่ยวข้องจะยิ่งไปกันใหญ่ จึงขอย้ำว่าต้องระวังกันให้ดีนะครับ
มาเข้าเรื่องกันดีกว่า สำหรับเรื่องราวฉบับนี้ที่จะเขียนถึง คือ การคอนแทรคฟาร์มมิ่ง ถึงวินาทีนี้ มีหลายห้องเย็นแล้วที่แจ้งความจำนง เปิดตัวราคาออกมา โดยดูจากราคาคอนแทรคโดยภาพรวมแล้ว ในปีนี้ราคาถือว่าไม่โดนใจเกษตรกรผู้เลี้ยงเท่าไหร่นัก เหตุผลไม่มีอะไรมาก นอกจากไม่สอดรับกับต้นทุนที่ขยับสูงขึ้น ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าห้องเย็นเขาคงไม่ได้คำนึงถึงหรอกครับ เปิดราคาออกมาตามพื้นฐานที่ว่า ตนเองรับซื้อแล้วไปขายต่อจะมีกำไรหรือป่าว และที่สำคัญห้องเย็นเข้าคงคำนึงถึงค่าเงินบาทมากกว่า
โดยหากเปรียบเทียบค่าเงินบาทตั้งแต่ปลายปี 2549 จนถึงขณะนี้ค่าเงินบาทไทย แข็งค่าขึ้น 25% หรือเงินหายไปประมาณ 7-8 บาท มากกว่าคู่แข่งคือ จีนที่แข็งค่าขึ้นประมาณ 4% อินเดียที่แข็งค่าขึ้นประมาณ 13% สำหรับเวียดนามอีกหนึ่งคู่แข่งสินค้ากุ้งและสินค้าเกษตรกรอีกหลายชนิดด้วยกัน เงินอ่อนค่าลงประมาณ 2.4% ซึ่งความต่างหรือช่องว่างของค่าเงินที่ปรากฏขึ้นและมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงมากขึ้นนั้น ทำให้บรรดาห้องเย็นหรือภาคผู้ส่งออกต้องคิดหน้าคิดหลังกันพอสมควร ถ้ามองในแง่ธุรกิจจึงไม่ใช้เรื่องแปลกที่บรรดาห้องเย็นจะเน้นธุรกิจหรือผลกำไรของตัวเองเป็นที่ตั้ง ส่วนความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเอาไว้ที่หลัง เพราะขนาดหัวเรือใหญ่ของภาคผู้ส่งออกเขายังบอกเลยว่า ถ้ากุ้งในเมืองไทยขาดหรือมีปริมาณไม่เพียงพอก็ไม่เป็นไร ห้องเย็นไปนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศก็ได้
แต่ในมุมกลับกันราคาคอนแทรคที่เปิดออกมาถ้าใครลงกุ้งช่วงนี้ และจะจับในอีก 4-5 เดือนข้างหน้า โดยส่วนแล้วน่าสนใจครับ เพราะเท่าที่ผมพอทราบข้อมูล ในอีก 4-5 เดือนข้างหน้า แนวโน้มราคากุ้งจะตกลงมา แต่เท่าไหร่นั้นไม่ทราบ เหตุผลไม่มีอะไรซับซ้อน กล่าวคือ ช่วงเวลา 4-5 เดือนข้างหน้า ปริมาณกุ้งจะทั่วโลกจะออกพร้อมๆ กัน และในปีนี้มีปัจจัยลบเรื่องของภาวะเศรษฐกิจโลกมาเอี่ยวด้วยจึงน่าจะมีผลให้ราคากุ้งถูกลงมาบ้าง แต่เท่าที่ทราบมาไม่น่าจะถูกลงจากช่วงนี้มากนัก เพราะถึงแม้ว่าเป็นช่วงเวลาที่กุ้งออกมาพร้อมกัน แต่สถานการณ์การเลี้ยงกุ้งของประเทศต่างๆ ทั่วโลกก็ไม่ต่างจากไทยมากนัก นั่นคือ ต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้น เกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยหายไปจากวงการพอสมควร ที่ยังคงอยู่ก็ลดพื้นที่และปริมาณการปล่อยกุ้งลงหรือเลี้ยงตามกำลังที่ตนเองมีอยู่
ทีมงานธุรกิจสัตว์น้ำท่านหนึ่งถามผมว่า กับราคาที่มีการประกาศออกมาตอนนี้มองอย่างไร และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งควรจะเข้าร่วมไหม
ถ้าโดยส่วนตัวเกี่ยวกับการคอนแทรคหรือการเลี้ยงกุ้งแล้วผู้เลี้ยงทราบราคาล่วงหน้านั้นถือว่าดีนะครับ อย่างผมเองจะไปหาซื้อกุ้งก็ต่อเมื่อ ผมทราบราคาขายที่แน่นอนหรือมีออร์เดอร์ที่ชัดเจน เพราะจะทำให้ผมสามารถวางแผนหรือทราบว่าต้องไปหาซื้อกุ้งในราคาเท่าไหร่จึงจะมีกำไร เช่นเดียวกันกับผู้เลี้ยงกุ้งถ้ารู้ว่าขายกุ้งได้ราคาเท่าไหร่ ก็จะรู้ว่าตนเองต้องเลี้ยงกุ้งในต้นทุนเท่าไหร่แล้วจะมีกำไร หรือมีกำไรมากน้อยเพียงใด คุ้มค่ากับ แรงและทุนที่ลงไปหรือไม่ ถ้าไม่คุ้ม จะเลี้ยงไปทำไม จริงไหมครับ ย้ำว่าจุดนี้สำคัญมาก ผมเคยคุยกับผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อยหลายท่านด้วยกัน ที่ทำการเลี้ยงโดยไม่มีแผนการเลี้ยง ไม่รู้ว่าต้องทำ FCR เท่าไหร่ ต้องเลี้ยงกุ้งไซส์ไหน ต้นทุนการเลี้ยงต้องบีบเท่าไหร่ เขาบอกผมว่า เดี๋ยวจับกุ้งได้เอเย่นต์จะหักค่าอาหารไปเอง เหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น
จึงขอย้ำอีกเรื่องว่า ไม่ได้นะครับ ท่านจะเลี้ยงกุ้งแบบเดิม ทำไปวันๆ ได้แค่ไหนก็แค่นั้นไม่ได้อีกแล้ว การลงกุ้งแต่ละครอป แต่ละบ่อ แต่ละรอบ ต้องมีการวางแผนการเลี้ยง คิดราคาขายกุ้งต่ำที่สุดแล้วมาคำนวณดูว่าท่านจะเลี้ยงอย่างไรจึงจะมีกำไร
โดยสรุปโดยส่วนตัวแล้วผมมองว่า โครงการคอนแทรคน่าเข้าร่วมนะครับ ดังเหตุผลที่กล่าวมา แต่กับคำถามที่ว่ามองอย่างไรกับโครงการคอนแทรคฟาร์มมิ่ง ซึ่งผมขอกล่าวเหมารวมไปในส่วนของปลาด้วยแล้วกัน ที่ผ่านมานั้นมีปัญหากันเยอะมาก ถ้าจะให้คะแนนว่าประสบความสำเร็จแค่ไหน จาก 10 คะแนนเต็ม เอาไปแค่ 3 ก็แล้วกัน เหตุเพราะ การขาดวินัยและการมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเองเป็นที่ตั้งของทั้งผู้เลี้ยงและห้องเย็น
เชื่อว่าทุกคนเคยได้ทราบข่าวกันบ่อย หรือบางคนก็อาจเจอมาด้วยตัวเองในกรณีที่ว่า
- หยุดรับซื้อกุ้งเพราะห้องเย็นได้กุ้ง/ปลา เพียงพอกับความต้องการแล้ว
- กุ้งที่จับคงซื้อในราคาคอนแทรคไม่ได้ เพราะสเป็คกุ้งไม่ผ่านเกณฑ์ คุณจะขายให้ผมก็ได้แต่ต้องเป็นราคาขั้นต่ำหรือคุณจะไปขายให้ใครก็ได้
- ไม่ขายให้ห้องเย็นที่ทำสัญญาดีกว่าเพราะราคากุ้ง/ปลา ในตลาดสูงกว่าราคาคอนแทรค
- เงื่อนไขสัญญาไม่ได้ระบุไว้อย่างนี้ ผมคงซื้อกุ้ง/ปลา คุณไม่ได้หรอก
- ฯลฯ
ขอออกตัวก่อนนะครับว่าเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดกับทุกกลุ่มแต่ผมใช้คำว่า โดยภาพรวมเท่าที่เจอ ในบางกลุ่มก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
โดยสรุป เงื่อนไขของสัญญา คือประเด็นวิวาทะ ที่เจอกันบ่อยมาก อย่างในส่วนของปลาเนื้อขาว ผมเคยเจอกรณีหนึ่งที่น่าสนใจมาก นั่นคือ บริษัทที่เปิดโครงการคอนแทรคแล้วไม่ไปรับซื้อ โดยให้เงื่อนไข 2 ประการด้วยกัน คือ
1.สีปลาของปลาที่เลี้ยงได้ สีไม่ขาว คำถามคือ มันเกิดจากอะไร เพราะลูกพันธุ์และอาหาร เป็นบริษัทที่จัดหามาให้ ผู้เลี้ยงก็บอกว่าเป็นความรับผิดชอบของบริษัทที่ต้องดูแล บริษัทก็บอกว่า คุณเลี้ยงไม่ได้ตามสัญญาที่ระบุไว้
2.พนักงานของบริษัทที่ทำโครงการลาออก เมื่อผู้เลี้ยงไปติดต่อกับบริษัทโดยตรง ให้คำตอบมาว่า ไม่ทราบเรื่อง พนักงานที่ดูแลได้ลาออกไปแล้ว
ปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นจริง แต่กลายเป็นคลื่นกระทบฝั่ง แต่ผู้ที่เดือดร้อนคือ ผู้เลี้ยง
ซึ่งสิ่งที่ผมนำมาเล่าสู่กันฟังนี้ จึงขอแนะนำว่า ผู้เลี้ยงกุ้งและปลาถ้าจะเข้าโครงการคอนแทรคนั้น จงดูสัญญาหรือเงื่อนไขให้ดี ถ้าไม่เข้าใจหรือไม่ชัดเจนตรงไหนให้ถาม เพราะเมื่อถึงเวลาแล้ว ถ้ามีปัญหาคนที่เดือดร้อนคือตัวท่านเอง เพราะท่านได้ลงทุน ลงแรง ไปแล้ว
มีอีกเรื่องหนึ่งที่ขอนำมาเล่าสู่กันฟังเพราะเชื่อว่าน่าจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทยของเราบ้างไม่มากก็น้อย นั่นคือ ข่าวคราวการนำเข้ากุ้งจากประเทศจีน ทราบว่าล๊อตใหญ่ทีเดียว โดยข่าวนี้ผมได้รับการบอกเล่าจากผู้ส่งออกรายหนึ่งตอนที่ผมไปประเทศจีนมาเมื่อปลายเดือนกุมภาที่ผ่านมา ซึ่งเขาเล่าให้ผมฟังว่า
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาได้มีกลุ่มห้องเย็นจากประเทศไทยได้เข้ามาติดต่อขอซื้อกุ้งจากประเทศจีนหลายรายด้วยกัน และมีแนวโน้มว่า จะมาติดต่อขอซื้อทั้งปีเลย (เขาบอกชื่อมาด้วยแต่ผมคงไม่สามารถนำมากล่าวถึงได้) ผมถามต่อว่ากุ้งที่คาดว่าจะส่งให้กับห้องเย็นไทยนั้นคุณภาพเป็นอย่างไรบ้าง เขาให้คำตอบว่า ก็เป็นกุ้งที่เลี้ยงกันทั่วๆ ไป ถ้ามองถึงเรื่องคุณภาพคงสู่กุ้งที่เลี้ยงในประเทศไทยไม่ได้แน่นอน
สำหรับกุ้งจากประเทศจีนที่ส่งออกนั้น ผมมีสาระความรู้มาเล่าสู่กันฟังนิดหนึ่งครับ นั่นคือ ราคากุ้งส่งออกจะถูกกว่าราคากุ้งที่บริโภคในประเทศ เหตุผลเพราะผลผลิตกุ้งจากจีนส่วนใหญ่จะมีการบริโภคกันภายในประเทศถึง 80% ลักษณะเหมือนกับปลาน้ำจืดของประเทศไทย ดัชนีของราคาจึงขึ้นอยู่กับกลไกการตลาดภายในประเทศเป็นหลัก ดังนั้นแม้ว่าจีนจะเป็นประเทศที่ผลิตหรือเลี้ยงกุ้งได้ปริมาณมากที่สุดในโลกใบนี้ แต่ถ้ากล่าวถึงการแข่งขันนั้น ผมมองว่าจีนไม่สนใจมากนัก กินในประเทศเป็นหลัก เหลือเท่าไหร่ค่อยส่งออก ยิ่งในปีนี้จีนจะจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิคด้วยแล้ว ผมคิดว่าปริมาณกุ้งที่จีนจะส่งออกน่าจะลดปริมาณลงอีกด้วย ซึ่งเมื่อจีนลดปริมาณส่งออกลง ก็เชื่อว่าน่าจะส่งผลต่อราคากุ้งโลก เพราะปริมาณกุ้งในตลาดโลกจะลดลงด้วยเช่นกัน
โดยข่าวที่มีการนำเข้ากุ้งจากจีนนั้น ยืนยันว่าเป็นความจริงครับแหล่งข้อมูลท่านนี้เชื่อถือได้ เมื่อกุ้งจากจีนเข้ามาถึงเมืองไทยแล้วสิ่งที่จะตามมาน่าสนใจไหมครับ ไม่ว่าจะเป็น
- ราคากุ้งไทยจะมีผลกระทบทำให้ถูกลงหรือป่าว
- คุณภาพกุ้งของจีนมันเหมาะสมที่จะส่งออกหรือไม่ ถ้าเกิดมีปัญหาสารตกค้างลูกค้าจะมองว่าเป็นกุ้งของใคร ไทยหรือจีน
- ถ้าเป็นกุ้งจีนแล้วพวกเอกสารต่างๆ ที่ต้องรับรองโดยกรมประมง ห้องเย็นทำอย่างไร มีการทำปลอมกันหรือไม่ ถ้าทำจริง แล้วจะมารณรงค์ผู้เลี้ยงกุ้งชาวไทยกันทำไม
- การประกาศลดกำลังการผลิตกุ้งคือเกมส์ที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ต้นหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่เหตุบังเอิญ
ทั้งหมดที่กล่าวมา ถ้ามันเป็นภาวะธรรมชาติ กุ้งขาดห้องเย็นก็มีความจำเป็นต้องนำเข้าเพื่อดำเนินธุรกิจของตัวเองให้ต่อเนื่อง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ในมุมกลับกัน ถ้าเหตุที่เกิดเป็นแผนการที่วางกันไว้ล่วงหน้า ผมว่าปีนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อยหนักนะครับที่จะดำเนินชีวิต โดยฝากไว้กับอาชีพการเลี้ยงกุ้ง ถ่อยได้ต้องถ่อย ห่างได้ต้องห่างไว้ก่อน เพราะรายย่อยจะกลายเป็นนาให้ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าทำนาอยู่ร่ำไป ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ถ้าผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อยหายไปหมดอะไรจะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมกุ้งไทย
 
|
|