โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ด www.SiamMarine.com Index : เข้าชมกระทู้ทั้งหมด คลิ๊กที่นี่ : ขอเชิญเพื่อนๆที่เคยเจอโรคกล้ามเนื้อหลังตาย ในกุ้งขาว แสดงความเห็นกันหน่อยครับ
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ ขอเชิญเพื่อนๆที่เคยเจอโรคกล้ามเนื้อหลังตาย ในกุ้งขาว แสดงความเห็นกันหน่อยครับ  
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 07/11/2005-17:50 GMT+7  


บทความนี้ ลงตีพิมพ์ใน นสพ.กุ้งไทย
ปักษ์หลัง เดือน พฤศจิกายน2548
และ
นิตยสารสัตว์น้ำ เดือน ธันวาคม 2548


Case Report :: รายงานโรคไวรัสชนิดใหม่ ในกุ้งขาววานาไม

ปัจจุบัน โรคในกุ้งขาวเริ่มพบมากขึ้น ทั้งโรคจากไวรัส และจากแบคทีเรีย โรคที่จะรายงานนี้ เกิดจากเชื้อไวรัสครับ ชื่อของเชื้อคือ Infectious Myonecrosis Virus ชื่อย่อคือ IMNV เดิมที พบการระบาดในประเทศบราซิลเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ส่วนในเมืองไทย ยังไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงกันอย่างกว้างขวางนัก

ผมไม่ทราบข้อมูลอย่างแน่ชัดว่า ในเมืองไทย มีโรคนี้ระบาดหรือยัง อาจจะด้วยเหตุผลหลายๆประการ ที่เมืองไทยอาจจะมีโรคนี้อยู่ แต่เพื่อนๆชาวกุ้งอาจจะยังไม่ทราบว่ามีโรคแบบนี้ด้วย และอาการที่กุ้งแสดงออก ก็คล้ายๆกับโรคตัวแดงดวงขาว หากไม่สังเกตุให้ดีๆ ก็อาจจะตัดสินใจผิดพลาดได้

ผมได้รับรายงานจากผู้จัดการฟาร์มเมื่อวันที่6พย48 แจ้งว่า กุ้งในฟร์มอาจจะเป็นโรคตัวแดงดวงขาว เมื่อผมไปดู ก็พบว่า กุ้งมีอาการ ว่ายลอยที่ผิวน้ำ และเกาะนิ่งๆที่ขอบบ่อ ตัวออกสีแดงเรื่อๆซะด้วย แถมยังมีดวงขาวๆที่เปลือกส่วนหัวอีกด้วย ครั้งแรกที่เห็น ด้วยประสปการณ์ที่มี ก็แทบจะคิดว่า เป็นโรคตัวแดงดวงขาวแน่นอน แต่เอะใจที่เมื่อเห็นกุ้งที่เกาะขอบบ่อ มีสีของลำตัวแปลกๆ ดังรูปข้างล่างนี้ครับ


จะเห็นว่า บริเวณส่วนหางกุ้ง มีสีขาวขุ่น ซึ่งไม่เคยพบในกุ้งที่เป็นตัวแดงดวงขาวมาก่อน รู้สึกคุ้นๆว่าเคยเห็นภาพนี้ที่ใหน ก็มาเปิดเว็บของคุณเอกอนันต์ก็พบว่า กุ้งน่าจะเป็นโรค IMNV ซะแล้ว จึงตัดสินใจ รอดูอาการก่อนพร้อมๆกับค้นหาข้อมูลของโรคนี้
7พย48 วันที่สองที่มีอาการ

วันนี้ ได้ไปดูอาการของกุ้งอีกครั้ง ก็พบว่ากุ้งมีเกาะที่ขอบบ่อ ไม่มากนัก เดินวนสองรอบได้มาห้าตัว กินอาหารปกติ มีลอยที่ผิวน้ำบ้าง ไม่มากนัก ประมาณสามสี่ตัว ไม่มีการตายในยอ เริ่มแน่ใจมากขึ้นว่า ไม่น่าจะใช่โรคตัวแดงดวงขาว กุ้งมีอาการแสดงที่เด่นชัดขึ้น มีหย่อมของกล้ามเนื้อที่ตาย เป็นหย่อมๆ ดังรูปข้างล่างครับ


คนงานรายงายว่า พบกุ้งตัวที่หางเป็นสีแดงแบบกุ้งตายแล้วแต่กุ้งยังว่ายน้ำได้ เสียดายที่คนงานไม่ได้เก็บกุ้งตัวนั้นเอาไว้ จึงไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูครับ
:: กุ้งบ่อดังกล่าวนี้ ผมได้จับหลังจากมีอาการได้ห้าวัน เนื่องจากไม่แน่ใจว่า หากเลี้ยงต่อไปจะตายมากหรือไม่ หลังจากนั้นบ่อที่ติดๆกันอีกสองบ่อก็เริ่มมีอาการแบบเดียวกัน บ่อที่สามที่มีอาการแบบนี้ ได้จับเมื่อวันที่15พย48นี้ และผมได้ติดต่อกับ มอ. โดย ดร.กิจการ ได้ส่งทีมวิจัยมาเก็บตัวอย่างกุ้งที่บ่อดังกล่าวเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุต่อไปแล้วได้ผลเช่นไรจะรายงายความคืบหน้าให้ทราบต่อไปครับ
จากข้อมูลที่ได้รับในตอนนี้ มีกุ้งที่มีอาการกล้ามเนื้อส่วนหางและลำตัวตายเป็นสีขาวขุ่นจำนวนหลายฟาร์มในจังหวัดสตูล เพียงแต่ผู้เลี้ยงแต่ละรายอาจจะไม่ได้หยิบยกขึ้นมากล่าว ผมรับทราบข้อมูลนี้จากโบรกเกอร์ที่รับซื้อกุ้ง และทีมจับกุ้ง ว่าเจอกุ้งที่มีอาการแบบนี้จำนวนหลายฟาร์มแล้ว และเมื่อต้นปี48นี้ ก็มีกุ้งขาวที่จว.จันทบุรี ที่มีอาการแบบนี้หลายฟาร์มเช่นกัน
:: จึงอยากจะขอให้เพื่อนๆชาวกุ้ง ช่วยกันรายงานภาวะนี้ต่อสำนักงานประมงจังหวัด หรือนักวิชาการ เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไปครับ หากโรคดังกล่าวเป็นโรคติดต่อร้ายแรง ก็จะได้หาแนวทางป้องกันและแก้ไข และหากโรคที่กล่าวมา ไม่ได้ร้ายแรง และสามารถเลี้ยงกุ้งดังกล่าวที่ติดเชื้อต่อไปได้ เราก็จะได้ทราบแนวทางการเลี้ยงเพื่อให้กุ้งอยู่รอดในบ่อ เพราะหากเราไม่รู้แนวทาง ก็อาจจะต้องรีบจับ เพราะอาการที่กุ้งแสดงออกมานั้น ดูเหมือนเลวร้ายมาก ล่องทั่วบ่อ เกาะขอบบ่อจนนับจำนวนไม่ถ้วน จนกระทั่งทีมวิจัยจากมอ. คาดการณ์ว่าน่าจะมีกุ้งตายประมาณ40% (ดูจากอาการแสดงของกุ้งในบ่อ) แต่เมื่อจับแล้ว พบว่า อัตราการตายไม่ได้มากอย่างที่คิด ดังนั้นการหาสาเหตุ การรู้แนวทางแก้ไข อาจจะเป็นการลดความเสียหาย ที่เกิดจากความไม่รู้ ได้เป็นอย่างมากครับ




โรคนี้เกิดจากไวรัส และต้องตรวจพิสูจน์แน่ชัดโดยการตรวจ PCR และแน่นอนว่า ผมยังไม่ได้ไปตรวจPCR และไม่แน่ใจว่า ในเมืองไทย จะตรวจพิสูจน์โรคนี้ ได้ที่ใหน จึงรายงานภาวะที่พบ เพื่อเพื่อนๆที่เลี้ยงกุ้งที่เคยเจอภาวะแบบนี้ จะได้ร่วมแสดงความเห็นถึงวิธีการจัดการในการเลี้ยง ว่าจัดการกันอย่างไรบ้าง

ขอเชิญเพื่อนๆ ช่วยกันแจมความคิดเห็นกันหน่อยครับ


_________________
เป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ หรือ ไม่ได้ทำ.....คนเลี้ยงกุ้งสตูล 01-478 8850


[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2006-04-08 22:26 GMT+7]






  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
ประพจน์

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
  วันนี้เครียดกันมั้ย เล่นบอร์ดแล้วยังเครียด มาเล่นเกมส์แก้เครียดกัน ไปลุยกันเลย :)
โพสต์เมื่อ: 10/11/2005-11:09 GMT+7  
เอาลูกกุ้งของซีพีมาลงเลี้ยง 4 บ่อ ไม่ถึงเดือน กุ้บงตายหมดทั้ง4บ่อ
มีอาการที่เห็นชัดเจนคือ ว่ายผิวน้ำ และตายในยอ กล้ามเนื้อบางส่วนมีสีขาวขุ่น จึงได้โทรเรียกเซลล์ที่ขายลูกกุ้ง มาดูปัญหา แต่กลับทำนิ่งเฉยไม่เข้ามาดูแลเลย สุดท้ายจำต้องปล่อยทิ้งทั้งหมด
นี่หรือครับ ที่เรียกว่า เป็นห่วงเกษตรกร พี่หมอครับ ผมควรทำไงดีครับกับปัญหานี้


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เอกอนันต์(TFM)

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 10/11/2005-11:25 GMT+7  
คุณหมอครับ ขอบคุณที่ได้นำรูปมาให้เห็นกันว่าในไทยก็มีข่ายน่าสงสัยในการติดโรคนี้แล้วเช่นกัน
ผมแจงเลยน่ะครับว่า กรมประมงยังไม่สามารถตรวจโรคนี้ได้เพราะไม่มีไพรเมอร์จำเพาะมัน แต่ผมว่าจะติดต่อดร.ทิมดูว่าสิ่งที่คุณหมอเจอคือIMNV หรือเปล่า


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
สุรชัย

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 10/11/2005-13:31 GMT+7  
ฮุฮุ ไม่ิคิดไม่ฝันจะได้เป็นอินเทรนกับเขาเลย ของผมก็กุ้งลอยผิวน้ำช่วงแรกก็ช้อนได้ 20 , 30 ตัว ต่อมาก็เป็นโล ๆ แต่ก็ไม่ค่อยเห็นในยอกินตก จาก40 กิโล เหลือ25 กิโล ประมาณ5 วัน ตายเป็นกอง ๆ ยังไม่รู้ว่ากุ้งเป็นบ้าอะไร เฮ่้อ ช้วงหลัง ๆ มันลอยมีสีขาวขุ่นทั้งตัว ยังคิดว่ามันคงลอยจนเคลียด ถ้าได้อ่านบทความนี้เร็วซักหน่อย คงไม่ดันทุรังเลี้ยงต่อไปแล้วครับ หนาวนี้คงไม่กล้าลงกุ้งแล้วครับ เพราะขนาดยังไม่หนาวผมยังหนาวเลย

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 10/11/2005-16:15 GMT+7  
กุ้งที่นำมาแสดงให้ดูนั้น เมื่อวันที่9พย ช่วงเช้า อากาศดีมากๆ แดดจัด กุ้งยังคงเกาะข้างบ่อเยอะมาก เป็นวันที่ห้าของการมีอาการ อาหารจากกินมื้อละ70กก ในมื้อเช้า ผมตัดเหลือ50กก ยืนอาหารแบบนี้มาห้าวัน ก็ยังกินหมดทุกมื้อ
แต่แดดดี มีเกาะข้าง มีว่ายลอยที่ผิวน้ำเยอะมาก ก็เลยดำลงไปดูที่ก้นบ่อด้วยตัวเอง
มือที่แตะก้นบ่อแถวๆกองเลน แตะกุ้งตายได้เป็นกำเลยครับ และเนื่องจากไม่แน่ใจว่า กุ้งที่ยังไม่ตาย จะตายอีกมากน้อยแค่ใหน
จึงตัดสินใจจับขาย ขนาด170ตัวต่อกก อายุ55วัน ผลคือ กุ้งตายเยอะที่กองเลน ตามรายงานในอินเตอร์เน็ต ที่บอกว่าจะตายประมาณ30-50%นั้น ยังไม่ถึงขั้นนั้นครับ แต่หากยื้อต่อไปก็ไม่แน่ว่า จะตายได้มากก็เป็นได้
เพราะภาวะในบ่อ ผมไม่สามารถทำให้ดีขึ้นได้ ถ่ายน้ำไม่ได้ ภาวะอากาศผมก็ไม่สมารถไปเปลี่ยนฟ้าปิดให้สว่างไสวขึ้นมาได้
นี่ถ้าแดดดีๆ ถ่ายน้ำได้อย่างใจนึก อาจจะนึกสนุกลองยื้อดูสักตั้ง นี่ก็ยื้อมาห้าวัน แล้วเครียดจริงๆ ก็เลยยอมแพ้ดีกว่า


สรุปว่า
ยังกินอาหารดี อย่าทะลึ่งไปนึกว่า ไม่มีกุ้งตายที่ก้นบ่อ
กุ้งมีดวงขาวที่หัว อย่าไปรีบสรุปว่าเป็นโรคตัวแดงดวงขาวแล้วต้องรีบจับ ผมเลี้ยงกุ้งมีดวงขาวที่หัวตั้งแต่กุ้งอายุหกสิบวัน เลี้ยงได้จนถึง140กว่าวันมาแล้ว
อาการแย่ๆที่กุ้งแสดง คือ กินอาหารตก ว่ายลอยผิวน้ำ เกาะขอบบ่อ ตายขอบบ่อ ตายในยอ ตายก้นบ่อมาก กุ้งมีสีส้มๆ หากแสดงมาครบก็จับเถิด
หากแสดงออกมาไม่ครบ ก็อย่าเพิ่งตกใจ กุ้งตายในยอ ผมก็เลี้ยงผ่านมาแล้ว มันก็ตายในยอได้ทุกวันจนเป็นเรื่องปกติไปเลย อย่าตกใจ แต่ก็อย่าบอกกับตัวเองว่า ไม่เป็นไร แต่ต้องดูข้อมูลให้หมดทุกๆจุดแล้วถึงประเมินครับ


_________________
เป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ หรือ ไม่ได้ทำ.....คนเลี้ยงกุ้งสตูล


[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2005-11-10 16:40 GMT+7]


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
สุรชัย

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 11/11/2005-20:12 GMT+7  
ครับ ขอบผมครบตามที่คุณหมอบอกเลย จับไปแล้วเหมือนกันไซว์ 140 ตัว ฟ้าปิดตลอด 2 อาทิตย์ อื่มไนไตรทผมสูงไม่รู้ว่าเกี่ยวหรือเปล่า ผมเคยถ่ายน้ำกันละมาก ๆ กุ้งก็มีอาการดีขึ้นในวันรุ่งขึ้น คือมันจะลอยน้อยลง แต่พอดีเกิดน้ำเสียจึงหยุดเติม จนต้องจับในที่สุด

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 11/11/2005-21:17 GMT+7  
ผมคิดว่า ไนไตรท์หรือแอมโมเนียสูง อาจจะไม่ใช่ปัญหาสำคัญที่จะทำให้กุ้งอยู่ได้หรือไม่ได้ทั้ง100%ครับ เพราะอาจจะขึ้นกับองค์ประกอบอีกหลายๆอย่างด้วย เช่นพีเอชของน้ำ หากสูงมาก แอมโมเนียก็เป็นพิษมากขึ้น ฟ้าปิด ออกซิเจนต่ำ การสลายของแอมโมเนียก็น้อยลง
กรณีที่ภาวะอื่นๆดี พีเอชเหมาะๆ แดดดีๆ กุ้งแข็งแรงดี กุ้งก็อยู่ได้ครับ
แต่ฤดูนี้ โรคระบาดรุนแรง เชื้อรุนแรง ฟ้าปิด ออกซิเจนต่ำ กุ้งที่มีเชื้อไวรัส เมื่อเจอกับภาวะเลวร้ายหลายๆประการเข้า กุ้งก็อยู่ไม่ได้ครับ
กุ้งในทะเล มีเชื้อไวรัสในตัว แต่น้ำกลางทะเลสภาพดีกว่าในบ่อกุ้ง มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพน้ำไม่มากในแต่ละช่วงเวลาของวัน กุ้งก็อยู่ได้จนเป็นแม่พันธ์ทั้งๆที่มีเชื้อไวรัสอยู่ในตัวของมัน
อีกอย่างไวรัสเองก็มีหลายสายพันธ์ เชื้อตัวแดงดวงขาวเอง ก็มีความรุนแรงไม่เท่ากันในแต่ละสายพันธ์ บางสายพันธ์มีความรุนแรงมากๆ ต่อให้น้ำในบ่อดีๆ กุ้งก็อยู่ไม่ได้ บางสายพันธ์ ความรุนแรงน้อยๆ กุ้งก็อาจจะอยู่รอดจนจับขายได้หากประคองภาวะในบ่อให้ดีๆ
ดวงก็มีส่วนสำคัญตรงนี้แหล่ะครับ
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
วิชัย

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 12/11/2005-09:21 GMT+7  
ของผมเป็นมา 2 ครอปแล้วกุ้งจะเป็นอยู่ 40วัน-70วันเป็นช่วงแรกจะกินอาหารดีมากช่วงทิ่เริ่มเห็นในยอตัวมีสีออกส้ม ตับจะโต และออกสีเหลืองพยายามแก้ทุกอย่าง ทั้งเสริมแร่ธาตุถ่ายน้ำอาการยิ่งหนักขึ้นต้องจับตายเป็นกองยิ่งจับเช้าจะเสียหายมาก แก้ 5 วันสองวันสุดท้ายตักตัวตายที่ลอยน้ำวันละ30 กก เวลาจับเสียหาย 40 %ส่วนกุ้งอายุ35วันดูแล้วจับไปก็ไม่คุ้มค่าน้ำมันเลยเอาลูกกุ้งขาวมาเสริมบ่อละ 1 แสนบ่อ3ไร่และกุ้งกร้ามกราม(กุ้งรุ้น)ตอนนี้กุ้งมีอายุ 50 วันแล้วกุ้งทุกอย่างโตดีมากส่วนกุ้งเก่าที่ปล่อยต่าย จะเหลืออยู่ประมาณ 10%โตดีมาก

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เอกอนันต์

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 12/11/2005-13:15 GMT+7  
เมื่อวานไปจันทบุรีมา เกษตรกรแถวอำเภอแหลมสิงห์ เขาก็บอกว่าเจอแบบนี้เมื่อตอนต้นปี แต่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดจากอะไร รู้แต่ว่าเห็นไม่เข้าท่าเข้าทางก้อเลยจับ อาการแบบเดียวกันครับคือมีกุ้งตาย กล้ามเนื้อขุ่น
อีกนิดน่ะครับ เมื่อวานคุยเรื่องที่เจอปัญหาแบบนี้กับดร.ชลอ ท่านก็บอกให้ส่งตัวอย่างมา ผมบอกว่าบ่อคุณหมออยู่สตูล ทำได้ยาก แต่ได้ติดต่อดร.กิจการที่มอ.หาดใหญ่แล้ว หวังว่าคงจะมีผลออกมาชี้ชัดว่าเป็นจริงหรือเปล่าสำหรับเชื้อ ไอเอ็มเอ็นวี ตัวนี้


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 12/11/2005-13:38 GMT+7  
หากเชื้อ IMNV มีอยู่จริงในประเทศไทยแล้ว โอกาสที่จะเกิดการระบาดในวงกว้างมีสูงมากนะครับ โรคอะไรก็ตาม หากเป็นโรคใหม่ๆที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน มักจะมีการระบาดที่รุนแรงในครั้งแรกที่โรคปรากฏขึ้น ก็ลองคิดดูง่ายๆครับ เรารู้จักโรคตัวแดงกันเป็นอย่างดี เวลาจับกุ้งที่เป็นโรคตัวแดง เราก็จะบอกเพื่อนฝูงให้ทราบ เพื่อนๆก็จะระวังเรื่องการสูบน้ำจากแหล่งน้ำนอกฟาร์ม
แล้วถ้าเราจับกุ้งที่เป็นโรคระบาด ที่เราไม่รู้จักมาก่อน ไม่ได้บอกเพื่อนๆเพราะเราอาจจะไม่ทราบว่า จะมีเชื้อไวรัสที่ถูกปล่อยลงในแหล่งน้ำธรรมชาติด้วย โอกาสจะมีการระบาดครั้งใหญ่ก็เห็นอยู่แค่เอื้อมเท่านั้นเองครับ
จริงๆแล้ว เชื้อนี้ไม่ได้เป็นเชื้อดั้งเดิมของไทย แต่เราอาจจะไม่จำเป็นต้องรอที่จะให้โรคนี้เกิดการระบาดครั้งใหญ่ซะก่อน ถึงจะคิดหาทางป้องกันแก้ไข แก้ไขในตอนนั้น ก็อาจจะไม่เหลือเกษตรกรที่จะมาเลี้ยงกุ้ง เพราะขาดทุนกันถ้วนหน้าซะก่อนแล้ว
บางที กฏระเบียบ อาจจะออกมาล่าช้าไม่ทันใจ แต่หากทุกฝ่ายๆ คิดอยู่เสมอว่า กันไว้ดีกว่าแก้ คิดอยู่เสมอว่าคุณอยู่ได้เพื่อที่ผมจะอยู่ได้ จะมีกฏระเบียบบังคับไว้หรือไม่ ก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไรเลย
ฝ่ายต้นน้ำ หากScreenแม่พันธ์ให้ดีที่สุด ฝ่ายกลางน้ำ เลี้ยงกุ้งให้ดีที่สุด เอื้อเฟื้อกันในการจะลดการระบาด ฝ่ายปลายน้ำก็รับซื้อและส่งออกในราคาที่ทุกๆคนยิ้มได้ ฝ่ายวิชาการก็เผยแพร่องค์ความรู้ให้กว้างขวางออกไป หากเป็นเช่นนี้ เราก็ยังคงเป็นเจ้าตลาดในเรื่องกุ้งได้อีกนานนะครับ

ที่สตูล ผมได้ข้อมูลถึงโรคกล้ามเนื้อตายนี้ จาก3ฟาร์มแล้ว และทั้ง3ฟาร์มนั้น ก็สามารถเลี้ยงกุ้งชุดนั้นต่อไปได้ โรคนี้ น่าจะเป็นโรคที่ต้องอาศัยการตัดสินใจ ว่าจะเลี้ยงต่อหรือจับ โดยอาศัยการประเมินข้อมูลอย่างรอบคอบ ซึ่งยากครับ หากเป็นโรคตัวแดงดวงขาว ง่ายกว่าเยอะ จับลูกเดียว
อย่างไรก็ตาม หากกุ้งในฟาร์มปรากฏอาการกล้ามเนื้อตาย ก็อยากจะให้เพื่อนๆ มีการจัดการภายในฟาร์ม ในรูปแบบเดียวกันกับเกิดโรคระบาด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ กันไว้ดีกว่าแก้ครับ

_________________
เป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ หรือ ไม่ได้ทำ.....คนเลี้ยงกุ้งสตูล

[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2005-11-12 13:50 GMT+7]


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
คนเลี้ยงกุ้งชลบุรี

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 12/11/2005-20:25 GMT+7  
อยากให้กุ้งขาวราคาดีๆ รัฐบาลโปรดช่วยเหลือหน่อยคนเลี้ยงกุ้งจะแย่เป็นหนี้เป็นสินมากมาย คนเลี้ยงกุ้งจึงอยากให้รัฐส่งเสริมตลาดกุ้งไทยให้ได้ราคาดีๆหน่อยไม่งั้นประชาชน คนเลี้ยงกุ้งขาวจะเลี้ยงไม่ได้เพราะขาดทุนไม่คุ้มกับการลงทุน

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 12/11/2005-20:43 GMT+7  
คุณ คนเลี้ยงกุ้งชลบุรีครับ ไม่ทราบว่าจะคุ้นๆกับประโยคทำนองนี้มั้ยครับ "หากประกอบอาชีพนี้แล้วขาดทุน ก็ควรจะเปลี่ยนอาชีพ รู้อยู่ว่าทำแล้วขาดทุน แล้วยังจะทำอยู่อีกทำไม"
ผมเคยได้ยินมา จำไม่ได้แล้วว่าหลุดออกมาจากปากของผู้ใด รู้เพียงว่าเมื่อได้ฟังแล้ว รู้สึกช๊อค

_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
คนเลี้ยงกุ้งระนอง

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 13/11/2005-11:24 GMT+7  
สวัสดีครับพี่หมอของผมก็มีอาการเหมือนที่พี่หมอบอกมาทุกอย่างประมาณ 10 วันแล้ว ทั้งเกาะที่ขอบบ่อกล้ามเนื้อขาวขุ่น ถ้ายกยอนานกล้ามเนื้อจะเริ่มขาวขุ่น(ของพรรคพวกบางบ่อไม่กล้ายกย่อขึ้นพ้นน้ำตัวจะงอและขาวขุ่น) แต่ของผมครอบที่ผ่านๆมาทอดแหเช็คไซค์กุ้งแต่ละครั้งจะมีตัวงอและกล้ามเนื้อขาวขุ่นแหละประมาณ 10 กว่าตัวแต่ครอบนี้เจอแหละ1กิโลกว่าทุกแห มีตัวตายบริเวณกองเลนเล็กน้อย เหยี่ยวบินโฉบทุกวัน แต่หลังจับกุ้งออกบางส่วนโดยการใช้อวนลากขึ้นข้างเสร็จแล้วมีตัวกล้ามเนื้อขาวขุ่นเกาะรอบบ่อมากตักประมาณ5-8กิโลกรัม แต่ก็เลี้ยงต่อได้ตอนนี้อายุ 78 วัน ก็ยังมีตัวกล้ามเนื้อตาย ตัวตายประปรายแต่ไม่ขึ้นมาเกาะที่ขอบบ่อแล้ว

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 13/11/2005-13:49 GMT+7  
ขอขอบคุณคนเลี้ยงกุ้งระนอง มากครับ ที่แจ้งข้อมูลมาให้รับทราบ หากเป็นไปได้ ถ้าถ่ายรูปมาให้ดูได้ก็จะดีมากๆครับ เพื่อจะได้รวบรวมข้อมูลได้มากเพียงพอ
เอาไว้ผมจะติดต่อประสานกับคุณเอกอนันต์ดูว่า หากเป็นจวระนอง จะสามารถส่งตัวอย่างกุ้งไปตรวจได้อย่างไรบ้าง คือตอนนี้ ผมกำลังพยายามที่จะหาสาเหตุที่แท้จริงของกุ้งที่มีอาการกล้ามเนื้อตายเป็นสีขุ่นขาวและมีลักษณะเข้ากันได้กับโรคระบาด ว่าจะเกิดจากเชื้อไวรัสIMNVหรือไม่
สำหรับคุณคนเลี้ยงกุ้งระนอง หากมีลักษณะเข้าได้กับโรคระบาด คือบ่ออื่นๆก็มีอาการเหมือนๆกัน ก็ขอให้จัดการภายในฟาร์มให้เหมือนกับมีโรคระบาดด้วยก็จะดีนะครับ เพราะเชื้อตัวนี้ เมื่อปล่อยน้ำในบ่อออกไปสู่คลอง เชื้อก็จะไปอยู่ในคลอง คนอื่นสูบน้ำเข้าไปก็จะสามารถติดเชื้อนี้ได้
เชื้อชนิดนี้ จากสถิติ สามารถเลี้ยงต่อได้ครับ แต่ต้องจัดการในบ่อด้วยความระวังไม่ให้ติดต่อไปบ่อที่ติดๆกัน ไม่งั้นก็จะติดต่อกันทั้งฟาร์ม เสียหายเยอะครับ
คุณคนเลี้ยงกุ้งระนอง มีเบอร์โทรมั้ยครับ ให้ไว้หน่อยก็ดี ผมจะได้ขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมครับ
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เอกอนันต์

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 13/11/2005-20:53 GMT+7  
เข้ามาอ่านข้อมูลก่อนไปบรูไนครับ
คุณหมอให้กรณีของคนเลี้ยงกุ้งระนอง ผมว่าเป็นCMS ครับ
คือCramp Muscle Syndrome อาการกุ้งเป็นตะคริว กล้ามเนื้อขาวขุ่นอันเนื่องมาจากขาดภาวะสมดุลย์ของร่างกาย เช่นจะพบช่วงอากาศร้อน ช่วงทำให้กุ้งเกิดความเครียดโดยฉับพลัน ตัวอย่างคือยกยอกลางวัน สุ่มกุ้งตอนร้อน ขณะพาเชี่ยน เป็นต้น
แต่อย่างที่คุณหมอบอกครับ หากมีอาการการระบาดแบบไวรัสก็อาจเป็นไอเอ็มเอ็นวี เช่นบ่อนี้เป็นถ่ายน้ำบ่อรับน้ำต่อเป็น หรือบ่อนี้เป็นบ่อถัดไปเป็น กระจายอันนี้สงสัยเป็นไวรัส ควรป้องกันแบบโรคไวรัสดีที่สุด อีกอย่างผมเข้าไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากเดิมที่ได้เคยเขียนไว้แล้วในเรื่องIMNV พบว่าพ่อแม่กุ้งจากบางแห่งมีการรับประกันว่าของตนปลอดจากเชื้อตัวนี้ ดังนั้นคนเอากุ้งเข้ามาต้องถามหรือให้เขารับประกันด้วยว่าปลอดเชื้อตัวนี้ครับ


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
ยกยอกลางสายฝน (คนเลี้ยงกุ้งระนอง)

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 14/11/2005-11:26 GMT+7  
สวัสดีครับพี่หมอ เมื่อคืนนี้ผมส่องไฟดูตามขอบบ่อมีตัวที่กล้ามเนื้อขาวขุ่นถ้าตามที่พี่เอกอนันต์ว่าเกิดจากขาดภาวะสมดุลย์ของร่างกายแต่นี่เป็นตอนกลางคืนละครับ(ตักด้วยสวิงได้ง่ายมีทั้งที่กรอบแกรบและตัวสมบูรณ์แต่ตัวที่กล้ามเนื้อใสไม่สามารถตักได้)แต่เลี้ยงไปได้เรื่อยๆกินอาหารทรงๆไซรืก็ยังลดตอนนี้อายุ 79 วัน/74ตัว/กิโลกรัม ออกซิเจนกลางคืนไม่ต่ำกว่า 4ppm.อีกบ่ออายุ77 วัน/96ตัว/กิโลกรัม อัลคาไลท์,พีเอช ปกติ มีโอกาสเป็นโรคกล้ามเนื้อตายไหมครับ รบกวนพี่หมอช่วยนำวงจรชีวิตของไวรัสIMNVและแนวทางป้องกันแก้ไขมาให้ดูด้วยนะครับ

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 14/11/2005-14:35 GMT+7  
แนวทางป้องกันก็เหมือนๆกับโรคติดเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาวครับ ที่คุณเอกอนันต์โพสต์เอาไว้ ผมเข้าใจว่า คงจะกล่าวจากการที่ได้ข้อมูลว่า ยกยอแล้วกล้ามเนื้อเป็นขาวขุ่น อย่างไรก็ตาม หากมีลักษณะเข้าได้กับโรคระบาด คือมีการติดต่อไปยังบ่ออื่น ก็เข้าข่ายน่าสงสัยได้เช่นกัน การจะได้คำวินิจฉัยที่ชัดเจน100%อาจจะทำได้ยาก เพราะต้องใช้ไพร์เมอร์เฉพาะสำหรับเชื้อตัวนี้
สักครู่ผมจะมาโพสต์อีกครั้ง เพราะผมกำลังจะนัดเจอกับทีมวิจัยของ ดร.กิจการ ที่จะมาเก็บตัวอย่างกุ้งเพื่อไปตรวจดูลักษณะเนื้อเยื่อโดยกล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอน แล้วผมจะรายงานความคืบหน้าต่อไปครับ
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 15/11/2005-16:00 GMT+7  
เมื่อวันที่14พย48นี้ ทีมวิจัยจากมอ. โดย ดร.กิจการ ได้กรุณาส่งทีมวิจัยมาดูอาการกุ้งที่บ่อ เก็บตัวอย่างกุ้งเพื่อหาสาเหตุ เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

_________________
เป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ หรือ ไม่ได้ทำ.....คนเลี้ยงกุ้งสตูล

[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2005-11-15 16:07 GMT+7]


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 16/11/2005-12:43 GMT+7  



สรุปลักษณะอาการ พอจะสรุปได้ดังนี้

วันแรกของการแสดงอาการ จะพบกุ้งมาเกาะที่ขอบบ่อ บางตัวจะเห็นลักษณะขุ่นขาวบริเวณปลายหางชัดเจน มีกุ้งลอยที่ผิวน้ำบ้าง ไม่มากนัก การกินอาหารปกติดี
จะพบกล้ามเนื้อขุ่นขาว ที่บริเวณปลายหางเป็นแห่งแรก กล้ามเนื้อขุ่นขาวนั้น ลามเข้าไปในบริเวณแพนหางด้วย จากนั้นจะเริ่มลามเข้าสู่บริเวณลำตัว แต่กล้ามเนื้อบริเวณขาว่ายน้ำจะยังคงปกติดี กุ้งจะว่ายน้ำได้ แต่การดีดตัวของกุ้งจะด้อยลงอย่างมาก ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม สามารถเอื้อมมือลงไปจับกุ้งได้อย่างง่ายดาย กุ้งที่ล่องที่ผิวน้ำ จะล่องแบบไม่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถว่ายทวนน้ำได้ ลักษณะหนวดจะปกติดี บริเวณขุ่นขาวจะไม่พบความสัมพันธ์กับแผลบนลำตัว กุ้งจะตัวแน่นเป็นปกติ ไม่พบตัวที่มีอาการที่มีอาการกรอบแกรบร่วมด้วย ไม่พบความสัมพันธ์กันกับลักษณะดวงขาวที่เปลือกส่วนหัว แต่กุ้งในบ่ออาจจะมีดวงขาวที่หัวร่วมด้วยก็ได้ ลักษณธภายนอกของแพนหางเป็นปกติดี ไม่พบแผลที่แพนหาง ในลำไส้พบว่ามีอาหารเป็นปกติ ลักษณะสีของตับมีความหลากหลาย ตั้งแต่สีปกติ สีเหลือง หรือสีแดงอมส้ม ยังไม่เคยพบตับฝ่อร่วมด้วย
เมื่ออาการมากขึ้นในวันต่อมา จะเริ่มพบกุ้งลอยมากขึ้น เกาะขอบมากขึ้น แต่ยังกินอาหารได้อย่างปกติ เริ่มมีกล้ามเนื้อบริเวณลำตัวขุ่นขาวร่วมด้วย แต่จะไม่มีลักษณะขุ่นขาวแบบต่อเนื่องจากส่วนหาง
กุ้งตัวนี้ หากมองจากลักษณะภายนอก จะทำนายว่า น่าจะมีอาการหนักมากแล้ว แต่ความเป็นจริงที่ทำให้ต้องแปลกใจก็คือ กุ้งตัวนี้ เมื่อจับขึ้นมาถ่ายรูป นานพอสมควร และปล่อยลงในน้ำ กลับสามารถว่ายน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว เหมือนกุ้งปกติ คล้ายๆกับไม่มีอาการของกล้ามเนื้อตายร่วมด้วย จากกุ้งตัวนี้ ทำให้มีสมมุติฐาณที่อาจจะเป็นความหวังได้ว่า กุ้งที่เป็นโรคนี้ หากผ่านภาวะที่รุนแรงของโรคไปได้ กล้ามเนื้อที่ยังไม่มีอาการตาย(Necrosis)ก็อาจจะสามารถคืนรูป ซ่อมแซมตัวเอง แต่กุ้งตัวนั้นก็น่าจะยังคงเป็นพาหะนำโรคได้ต่อไป จากลักษณะกุ้งตัวนี้ เข้าได้กับข้อมูลที่บอกว่า กุ้งจะตายไม่ยกบ่อ และจะเลี้ยงต่อได้ แต่จะตายมากเท่าไหร่ ตามข้อมูลที่มีอยู่ในเมืองไทยเอง ยังไม่สามารถบอกเป็นตัวเลที่แน่ชัดได้

_________________
เป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ หรือ ไม่ได้ทำ.....คนเลี้ยงกุ้งสตูล 01-478 8850

[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2006-01-23 14:34 GMT+7]


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
นักเคมีเลี้ยงกุ้ง
จูเนียร์


โพสต์: 22
โพสต์เมื่อ: 16/11/2005-22:44 GMT+7  
ผมก็เจอกุ้งลักษณะที่คุณหมอว่า เริ่มมีเกาะขอบบ่อ ลอยผิวน้ำ ไม่โดดหนี วันแรกๆ เจอไม่มาก อาหารไม่ลด ช่วงแรกไม่พบจุดขาวที่หัว ยื้อมาประมาณ 5 วัน กุ้งลอยเยอะขึ้น (แต่ก็น้อยกว่า 5 กก./วัน) มีกล้ามเนื้อตายบางส่วนเหมือนในรูปของคุณหมอ พบจุดขาวที่หัวแต่ไม่ทุกตัว ทดลองทดสอบด้วยชุดตรวจดวงขาว shrimple พบแทบ positive แต่ไม่เข้มมาก เลยตัดสินใจจับ และพบระบาดไปบ่อข้างเคียงในวันที่จับ เลยตัดสินใจจับทั้งสองบ่อ บ่อแรกที่ยื้อ 5 วันพบกุ้งเสียหายประมาณ 35% ส่วนบ่อหลังเสียหายน้อยมาก ตอนที่จับคิดว่าเป็นตัวแดงดวงขาว แต่ก็อาจจะเป็นโรค IMNV นี้ก็ได้

เลยอยากฝากมาบอกเรื่องการตัดสินใจจับ เพราะปล่อยไปก็เสียหายมากขึ้น คงต้องดูองค์ประกอบอื่นๆด้วย เนื่องจากวันแรกๆ จะพบกุ้งลอยไม่มาก (4-5 ตัวเท่านั้น) ไม่แน่ใจเรื่องดวงขาวว่ามีการติดเชื้อซ้ำด้วยหรือเปล่า บ่ออยู่จันทบุรี จับตั้งแต่เดือนที่แล้ว ฝากไว้เป็นข้อมูลนะครับ


  ชมข้อมูลของ นักเคมีเลี้ยงกุ้ง      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 16/11/2005-22:51 GMT+7  
case ของคุณ นักเคมีเลี้ยงกุ้ง น่าสนใจมากครับ ได้ข่าวว่าที่จันทบุรี พบกุ้งลักษณะเช่นนี้เยอะมาก น่าสนใจที่มีอัตราการตายสูง และมีลักษณะติดต่อไปบ่อข้างเคียง
ยังไงช่วยติดต่อผมที่เบอร์ 01-478-8850หน่อยครับ เพราะผมเพิ่งคุยกับ ดร.ชลอ ท่านกำลังสนใจcaseทำนองนี้อยู่ และสามารถที่จะส่งตัวอย่างกุ้งที่ยังไม่ตาย หรือเพิ่งตาย ใส่น้ำแข็งเยอะๆหน่อย ส่งไปที่ม.เกษตร จ่าหน้าถึง ดร.ชลอ แต่ถ้าติดต่อทางโทรกับดร.ชลอก่อนที่จะส่งตัวอย่างไปก็จะเป็นการดีกว่า
ขอบคุณที่แจ้งข่าวมาครับ





_________________
เป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ หรือ ไม่ได้ทำ.....คนเลี้ยงกุ้งสตูล

[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2005-11-16 23:02 GMT+7]


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 17/11/2005-10:09 GMT+7  
ล่าสุดนี้ กุ้งที่เก็บไปโดยทีมวิจัยของดร.กิจการ มอ. กำลังอยู่ในขั้นตอน ตรวจชิ้นเนื้อโดยกล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอน และฉีดเชื้อเข้าไปในกุ้งปกติและรอดูอาการ โชคร้ายที่เจอเชื้อตัวแดงดวงขาวในกุ้งตัวอย่าง แต่อจ.บอกว่า ลักษณะกล้ามเนื้อตายที่เกิดขึ้นนั้น ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน จึงรอลุ้นว่า กุ้งที่โดนฉีดเชื้อ จะแสดงอาการกล้ามเนื้อตายออกมาหรือไม่ และทีมวิจัยก็กำลังตามล่าหากุ้งที่มีอาการกล้ามเนื้อตายอย่างเต็มกำลัง
ผมได้อีเมล์ไปถามทีมงานของ Dr.Donald V. Lightner ที่ University of Arizona( http://was.org/meetings/AbstractData.asp?AbstractId=8211 ) และได้รับคำตอบว่า ภาพที่ส่งไปให้ดู เหมือนมากๆกับกุ้งที่ติดเชื้อIMNV เค้าตอบมาดังนี้ครับ
2005/11/17, fengjyu@email.arizona.edu :
> Dear Mr. Hongsakul:
> The gross sign does look very similar to that infected from IMNV. But the
> appearance of muscle necrosis is very non-specific. As we described in a paper
> (published in DAO 63: 261-265, 2005), factors such as stress and bacterial
> infection, can also cause muscle necrosis. For a more definite diagnosis, you
> can test it with a RT-PCR kit manufactured by Farming IntelliGene
> (http://www.iq2000kit.com/eng_imnv.htm). If you do, please let me know the
> results, we are vey interested to know if IMNV is found in Thailand.
> Thanks again for sharing your observation with us. ---Kathy
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
คนสมุทรสาคร

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 18/11/2005-02:12 GMT+7  
นับวันโรคปัญหาการเลี้ยงกุ้งยิ่งเพิ่มมาขึ้น โรคระบาดที่เกิดจากไวรัสยังคงเป็นปัญหาหลัก จากที่อ่านและดูภาพกุ้งในไทยถ่ายมาในทั้งหมด คิดว่ายังไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นสาเหตุจาก IMNV เพราะดูแล้วลักษณะของโรคก็ไม่น่าจะใช่ รูปที่เห็นคาดว่ากุ้งติดเชื้อไวรัสชนิด อื่นอยู่ก่อนเช่น TSV หรือ WSSV ส่วนลักษณะกล้ามเนื้อที่ตาย ก็เกิดเป็นจุดๆ ไม่เหมือนโรคที่เกิดจาก IMNV ลักษณะที่เห็นในรูปคาดว่ามาจากกุ้งติดเชื้อไวรัส เช่น TSV หรือ WSSV อยู่ก่อนแล้ว หรืออาจเป็นเชื้อชนิดใหม่ที่เราไม่รู้ และเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมกระทันหัน โดยเฉพาะอุณหภูมิ และปริมาณออกซิเจนในน้ำอาจไม่เพียงพอเนื่องจากการเลี้ยงกุ้งที่หนาแน่นเกินไป ทำให้กุ้งเกิดความเครียด และช๊อค เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อ และทำให้เกิดการตายของกล้ามเนื้อเป็นหย่อมๆ อย่างไรก็ตามต้องไม่ประมาท ในการเฝ้าระวังโรค รวมทั้งส่งกุ้งที่สงสัยไปตรวจที่กรมประมง ซึ่งคาดว่าจะมีชุดตรวจ IMNV ในเร็วๆนี้ คิดว่าตอนนี้แหล่งเลี้ยงกุ้งทุกแห่งมีการปนเปื้อนของไวรัสที่ก่อโรค ดังนั้นการป้องกันการเกิดโรค โดยเน้นการจัดการ ไม่ลงกุ้งมากเกินศักยภาพของผู้เลี้ยง และแหล่งน้ำธรรมชาติที่รองรับในแหล่งนั้นๆ รวมท้งหลีกเลี่ยงการเลี้ยงกุ้งหลายชนิดในบ่อเดียวกัน และไม่ลักลอบนำกุ้งจากต่างประเทศเข้ามาเลี้ยงโดยไม่ผ่านการตรวจสอบ และกักกันโรค


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 18/11/2005-10:13 GMT+7  
ขอบคุณมากครับที่ร่วมให้ข้อคิดเห็น ที่ผมสงสัยว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องธรรมดาก็มีหลายเหตุผลที่ทำให้สงสัยครับ
1). ต้นปีนี้เอง ที่จันทบุรี ก็มีอาการแบบนี้ และต่างก็ไม่รู้สาเหตุ หากเกิดเพราะการจัดการไม่ดี หรือสภาพในบ่อไม่ดี ก็ไม่น่าจะเป็นกันมากจนผิดสังเกตุ
2)ลักษณะขุ่นขาวที่เกิดขึ้น ไม่น่าเกิดจากการเป็นตะคริวที่เกิดจากการยกยอ เพราะขุ่นขาวที่เกิดขึ้น เกิดที่ปลายหางและแพนหางก่อนส่วนอื่น และโรคIMNV ก็มีลักษณะที่เด่นคือ มักจะเกิดขุ่นขาวที่บริเวณโคนหางหรือแพนหาง ( อ้างอิง http://www.lib.noaa.gov/japan/aquaculture/proceedings/report32/lightner_corrected.pdf ) ลิ๊งค์ที่นำเสนอ เขียนโดย Prof Donald V. Lightner ซึ่งเป็นผู้ค้นพบไวรัสตัวนี้
และ ลักษณะทางภายนอก ก็สามารถพบการตายของกล้ามเนื้อเป็นหย่อมๆได้ ( Classical methods: Acute IMN disease can be tentatively diagnosed from gross signs of multifocal to generalized muscle necrosis visible as opaque muscles ) ( อ้างอิง http://72.14.203.104/search?q=cache:fiBCG6tkCSoJ:www.oie.int/downld/SG/2005/A_73SG_12_CS4A.PDF+IMNV+gross+signs&hl=th )
3) ลักษณะขุ่นขาวที่เกิดขึ้น ผมมองว่า ไม่น่าจะเกิดจากการขาดออกซิเจน เพราะกุ้งเป็นแบบนี้ทั้งสามบ่อ ในลักษณะการทยอยเป็นตามๆกัน กุ้งบ่อสุดท้ายที่เป็น มีกุ้งในบ่อ3500กก ใช้ใบพัด5แขน ผมคิดว่าออกซิเจนเหลือเฟือ ( เพราะครอปที่ผ่านมา ผมเลี้ยงจนถึง150วัน ใช้ใบพัด5แขน โดยมีกุ้งในบ่อ11ตันกว่า กุ้งทั้งสี่บ่อดังกล่าว ไม่มีอาการกล้ามเนื้อขุ่นขาวแสดงให้เห็นเลย หากมองย้อนไป กุ้งน่าจะขาดออกซิเจน เพราะกุ้งขนาดนั้นใช้ใบพัดแค่5แขน ช่วงนั้นฝนก็ตกทุกวัน ฟ้าปิด )
การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันภายในบ่อ ก็ไม่น่าจะมี สีน้ำไม่เคยล้ม อาจจะมีกระทบบ้างจากฝนที่ตกมาก แต่ผมเลี้ยงกุ้งโดยไม่เคยสนใจเรื่องฝนตกมาหลายปีแล้ว ไม่เคยเอาปูนไปใส่เวลาฝนตก ก็เลี้ยงผ่านมาได้ทุกฝนโดยไม่เคยพบกุ้งที่มีอาการขุ่นขาวแบบนี้

แน่นอนว่า ข้อสงสัยดังกล่าวที่ผมพูดมา ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันว่า มีเชื้อ IMNV ในกุ้งที่ผมนำเสนอ หัวใจสำคัญของการนำเสนอเรื่องนี้มีเพียงว่า ข้อสงสัยที่ผมนำเสนอออกสู่สาธารณะชนนั้น หากจะนำไปสู่การพยายามค้นหา และหากมีแนวโน้มความเป็นไปได้ที่จะเป็นจริง และนำไปสู่การค้นพบ และเกิดแนวทางในการป้องกันแก้ไขขึ้นมานั้น เพื่อนๆชาวกุ้งก็ไม่ได้เสียหายอะไรหรือสูญเสียอะไรจากการนำเสนอของผมเลย และความเป็นไปได้ ที่จะมีเชื้อนี้ในไทย ก็ไม่ได้เป็นศูนย์ เพราะถึงแม้ฟาร์มที่มาตรฐาณ จะมีการตรวจPCRเชื้อ IMNV ก่อนส่งกุ้งเข้ามาเมืองไทยก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทุกฟาร์มที่ตรวจ หากมีการนำเข้าจากฟาร์มที่ไม่ได้ตรวจเชื้อนี้ เชื้อนี้ก็เข้ามาในเมืองไทยได้ อีกประการหนึ่งก็คือ ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า False Negative เป็นเรื่องที่มีอยู่จริง มีเชื้อแต่ตรวจPCRไม่พบ เป็นข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
จึงเป็นที่มาของการพยายามนำเสนอข้อสงสัยในเรื่องนี้ เพราะผมมองว่า จะมีประโยชน์มากกว่าที่จะเก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียวเงียบๆครับ


_________________
เป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ หรือ ไม่ได้ทำ.....คนเลี้ยงกุ้งสตูล

[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2005-11-18 13:11 GMT+7]


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เอกอนันต์

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 18/11/2005-11:06 GMT+7  
วันนี้ผมเพิ่งกลับมาจากบรูไน ดีใจและตกใจมากเมื่อเข้ามาในเวบของคุณหมอ ผมเองนำเสนอเรื่องนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รู้จักและได้ระวังเพื่อไม่ให้ได้เกิดกับเมืองไทยของเรา และผมก็เชื่อว่าสิ่งที่คุณหมอทำหรือสื่อออกมานั้นดีและเหมะสมแล้ว อยากเป็นกำลังใจให้คุณหมอ เนื่องจากโรคนี้ไม่ได้อยู่ไกลจากไทยเลย ที่มีรายงานแล้วคือ อินโดนีเซีย และจะเป็นไรไป ถ้ากรมประมงจะซื้อไพรเมอร์ของไอเอ็มเอ็นวีตัวนี้มาตรวจดู กันไว้ดีกว่าแก้
และผมอยากจะขอบคุณคุณหมอมากที่ทำการสื่อออกมาได้มากมายขนาดนี้ ผมเอง ก็ได้เขียนสื่อลงในหนังสือพิมพ์กุ้งไทย เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความเป็นไปได้ และสิ่งที่เราต้องระวังสังเกตุไว้เช่นกัน
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มีความตั้งใจดีกับธุรกิจกุ้ง
และขอให้คนเลี้ยงกุ้งไทยอย่าได้เจอโรคไวรัส IMNV ตัวนี้เลยครับ
อ้อลืมบอกไปว่าตอนนี้คนเลี้ยงกุ้งดำของมาเลเซียเจอโรคจากเชื้อริกเก็ตเซีย ระบาดหนัก ทำให้กุ้งทะยอยตาย และยืนยันการเกิดโรคจากอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ในกัวลาลัมเปอร์ซึ่งเก็บตัวอย่างกุ้งจากแหล่งโกตากินาบาลูครับ (การสื่อและกระจายข่าวสาร เพื่อการป้องกันเป็นสิ่งที่ใคร่ย้ำว่า ดีจริงๆครับ)


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
นักเคมีเลี้ยงกุ้ง
จูเนียร์


โพสต์: 22
โพสต์เมื่อ: 18/11/2005-18:08 GMT+7  
ยังไงลองตรวจสอบเชื้อตัวแดงดวงขาวด้วยถ้ามีตัวอย่างกุ้ง เพราะของผมตรวจด้วยชุด kit แล้วได้ผลบวก

  ชมข้อมูลของ นักเคมีเลี้ยงกุ้ง      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
คนปากน้ำ

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 20/11/2005-12:28 GMT+7  
คุณหมอครับผล กุ้งที่เก็บไปโดยทีมวิจัยของดร.กิจการ มอ. กำลังอยู่ในขั้นตอน ตรวจชิ้นเนื้อโดยกล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอน และฉีดเชื้อเข้าไปในกุ้งปกติและรอดูอาการ เป็นอย่างไรบ้างครับ

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 20/11/2005-12:51 GMT+7  
ในกุ้งหนึ่งตัว หากมีเชื้อไวรัสมากกว่าหนึ่งชนิด ก็จะสกัดเชื้อชนิดใดชนิดหนึ่งออกมาไม่ได้ครับ เมื่อฉีดเข้าไปในกุ้งปกติ ก็คือการฉีดเชื้อสองชนิดเข้าไป(หากมีเชื้อสองชนิดในกุ้งที่ป่วย) ผลคือ หากเชื้อชนิดหนึ่งมีความรุนแรงมากกว่า กุ้งอาจจะไม่แสดงอาการจากเชื้ออีกชนิดหนึ่ง กุ้งที่ส่งไปมอ.เจอเชื้อตัวแดงดวงขาวด้วย ตอนนี้ยังไม่แสดงอาการกล้ามเนื้อขุ่นขาวออกมา
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ทางทีม มอ. จึงยังคงพยายามค้นหาตัวอย่างกุ้งที่มีอาการกล้ามเนื้อขุ่นขาวและลักษณะเข้าได้กับโรค IMNV และภาวนาว่าอย่าได้เจอเชื้อไวรัสใดๆในกุ้งที่จะเก็บตัวอย่างมา และหากว่าการตรวจโดยละเอียดเข้าได้กับเชื้อ IMNV ก็จะได้มีตัวอย่างกุ้งในรุ่นต่อๆไปที่ได้รับการฉีดเชื้อเพื่อการศึกษาค้นคว้า เป็นฐาณข้อมูลของเราเอง เป็นแนวทางในการวินิจฉัย รู้การดำเนินโรค และได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น
เชื้อIMNVนี้ ตรวจโดยPCRได้แล้ว แต่เมืองไทยยังไม่มีชุดKITที่จะตรวจ หากจะมีก็ต้องสั่งซื้อจากเมืองนอก ที่ BIOTEC ก็ยังไม่มีชุดKITนี้ครับ
ส่วนผลการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเลตรอน ยังไม่ได้ติดต่อกับอจ.กิจการครับ ผมจะรายงานความคืบหน้าต่อไป
ใครจะมองเรื่องนี้ในแง่มุมใดก็ตาม ผมก็ยังมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของผมเอง ที่นำเสนอเรื่องนี้เพื่อวงการกุ้งเมืองไทย เพื่อเพื่อนๆชาวกุ้ง จะได้รับรู้เรื่องราวโรคใหม่ๆที่ไม่ได้ไกลตัว(เจอเชื้อที่อินโดนีเซียแล้ว ดังที่คุณเอกอนันต์กล่าวมา) เพื่อวงการกุ้งจะได้ตื่นตัวและใช้แนวทางป้องกัน
แนวทางแก้ไขนั้น ภาวนาว่าขออย่าได้นำมาใช้เลยครับ เพราะที่บราซิลนั้น เกิดความเสียหายไม่รู้ว่าเท่าไหร่ คนที่เจ็บตัวก่อนใครก็คนที่เลี้ยงกุ้งนี่แหล่ะครับ ระบาดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะคุมไม่อยู่และเสียหายมากมายในวงกว้าง
ป้องกันเท่าที่จะป้องกันได้ แก้ไขเมื่อป้องกันเต็มที่แล้วยังมีเรื่องให้ต้องแก้ไข เพื่อนชาวกุ้งหากจะเจ็บตัวในกรณีนี้ ก็จะได้ปลอบใจตนเองได้ว่า อืมม ทุกฝ่ายก็ป้องกันเต็มที่แล้ว เจ็บตัวเพราะเป็นเรื่องที่สุดวิสัย
ไม่งั้น คนที่เลี้ยงกุ้ง ก็จะเจ็บตัวด้วยความไม่เต็มใจ เพราะความคิดที่จะคอยตอกย้ำความเจ็บตัวก็คือ ทำไมไม่พยายามป้องกันไว้ก่อน ปล่อยให้เรื่องราวเกิดขึ้นตามแต่เวรแต่กรรม พาลจะคิดไปว่าชาตินี้บุญน้อยขอไปเกิดใหม่ชาติหน้า เผื่อจะมีบุญมากขึ้นแล้วจะยุ่ง
เลี้ยงกุ้งก็ยากพออยู่แล้ว หากเลี้ยงตามแต่บุญแต่กรรม ก็สงสัยว่า จะลุ่มๆดอนๆ ตามแต่บุญแต่กรรมของคนในวงการกุ้งนี่แหล่ะครับ
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
นักเคมีเลี้ยงกุ้ง
จูเนียร์


โพสต์: 22
โพสต์เมื่อ: 20/11/2005-20:33 GMT+7  
ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอและนักวิชาการทุกท่านที่ติดตามและเฝ้าระวังเรื่องนี้นะครับ

  ชมข้อมูลของ นักเคมีเลี้ยงกุ้ง      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
ประมงติณฯ11

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 22/11/2005-17:35 GMT+7  
ผมเรียนอยู่ที่มก.กำแพงแสน ป.โท เทคโนโลยีชีวภาพเกษตร เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะเป็นโรคใหม่ หากทุกฝ่ายช่วยกันไม่นานคงรู้ที่มาที่ไปของโรคนี้ และมีวิธีป้องกันไม่ให้มีการระบาดในวงกว้าง ขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอนะครับ

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 23/11/2005-19:26 GMT+7  
ขอบคุณครับ
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
สมุทรสาคร

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 27/11/2005-00:44 GMT+7  
สอบถามไปแล้วชุดตรวจสอบ iq 2000 สำหรับ IMNV ราคาประมาณ 80,000 กว่าบาท(200 reaction)
ส่วนการแยกชนิดไวรัสในแต่ละตัวออกจากกุ้งหรือส่งมีชวิตอื่นนะทำได้ครับ แต่ยุ่งยากนิดหน่อย จะง่ายๆ ก็ใช้ ultracentrifuge เช่น เรารู้ขนาดของ wssv เราก็แยกที่เรารู้จักดีมาก่อน


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เฮียเกรียง

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 11/12/2005-23:37 GMT+7  
ผมก็เจอกุ้งที่กล้ามเนื้อขาวคล้ายๆนี้

แต่มันตัวนนิ่ม ทั้งหมด(ลอกคราบตาย)ตายประมาณ30%

นำน้ำไปตรวจค่าต่างๆก็ไม่สูงเลย

ไมรู้เป็นอะไรตาย


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 13/12/2005-11:21 GMT+7  
บอกยากนะครับ สิ่งหนึ่งที่เป็นไปได้ในกรณีนี้ก็คือ มีการลอกคราบเกือบพร้อมๆกันทั้งบ่อ แล้วเกิดภาวะขาดออกซิเจนชั่วขณะ ทำให้กุ้งทนไม่ได้เพราะเป็นช่วงที่ต้องการออกซิเจนเยอะกว่าปกติ กุ้งที่ตายจึงเป็นกุ้งที่ลอกคราบยังไม่สมบูรณ์และตายไป กล้ามเนื้อที่ขาวขุ่น สามารถเกิดขึ้นได้จากความเครียด(stress) จากภาวะที่ไม่ดีในบ่อกุ้ง
หากเกิดจากภาวะนี้จริง กุ้งที่ตายก็อาจจะไม่มีอาการ หรืออะไรที่บ่งบอกว่าติดเชื้อตัวแดงดวงขาว หรือทอร่า อาจจะไม่พบดวงขาว หรือสีของลำตัวเปลี่ยนไป
กุ้งที่เป็นโรคตัวแดงดวงขาว หากเราวินิจฉัยได้ตั้งแต่แรกๆ เห็นกุ้งเกาะขอบบ่อ ล่องที่ผิวน้ำ ปล่อยเอาไว้วันที่สองก็ไม่ตายมากขนาดนี้ครับ
ผมวิเคราะห์จากข้อมูลที่คุณเฮียเกรียงให้มานะครับ อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป ข้อมูลที่ขาดไปก็เช่น
กุ้งอายุกี่วัน
การกินอาหารเป็นอย่างไร กินปกติจนกระทั่งวันที่พบกุ้งตายหรือกินอาหารลดมาก่อน
สีน้ำเปลี่ยนไปหรือไม่ ฝนตกหนักๆติดๆกันหรือเปล่า
ถ่ายน้ำหรือเปล่า
จำนวนแขนตีน้ำ
กุ้งมีอาการผิดปกติให้เห็นก่อนตายหรือเปล่า
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
-

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 14/12/2005-15:10 GMT+7  
ภาคใต้ ใครต้องการลูกกุ้งขาว p 9,10 ,11,12,ติดต่อได้ที่ 09-5928649 ชินวัติฟาร์ม ตั้งอยู่ ม.4 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จว.ตรัง

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 15/12/2005-13:39 GMT+7  
ลองไปดูที่ลิ๊งค์นี้ครับ http://www.shrimpcenter.com/shrimp0097.html
โรค NHP , ลองสังเกตดูว่า ที่ขาว่ายน้ำ มีสีดำหรือน้ำตาลคล้ำๆหรือไม่
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เอกอนันต์(ไทยยูเนี่ยนฯ)

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 04/01/2006-14:14 GMT+7  
ยืนยันจาก ดร.ชลอแล้วว่ากุ้งป่วยที่กระบี่เกิดจาก เอ็นเอชพีจริงๆครับ
แต่ที่มีอาการลำตัวเป็นจุดดำๆเพราะมีการแซกซ้อนด้วยวิบริโอครับ
ที่บอกเช่นนี้เพราะลูกศิษย์อาจารย์ชลอ ไปเก็บตัวอย่างที่ฟาร์มกุ้งของกระบี่แล้วนำกลับมาตรวจเช็คที่เกษตรศาสตร์เรียบร้อยแล้วครับผม


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 03/02/2006-15:42 GMT+7  
ผมเล่าบ้างนะครับ หอยมาก อาจจะทำให้อัลคาไลค์ต่ำ แต่การมีหอยมาก ไม่ได้แปลว่ากุ้งจะไม่โต
อัลคาไลค์ดี อาจจะทำให้กุ้งโตดี แต่อัลคาไลค์ต่ำ ก็อาจจะไม่ได้ทำให้กุ้งโตช้าแต่อย่างใด ผมเลี้ยงกุ้งขาวทั้งๆที่อัลคาไลค์ต่ำๆ แต่ก็โตดี เป็นเรื่องแปลกเหมือนกัน
กุ้งเป็นแผลตามตัว อาจจะเกิดจากกุ้งในบ่อแน่นเกินไป แต่ที่ผมเลี้ยงอยู่ กุ้งในบ่อแน่น แน่นจนแพที่มาจับกุ้งสงสัยว่า ทำไมกุ้งไม่มีแผลตามตัวเลย
ผมเจอเรื่องที่ขัดกับความเชื่อ หรือทฤษฏี มาหลายๆเรื่อง ผมไม่ถึงกับมองว่า ทฤษฏี ที่เราเชื่อๆกันนั้น ผิด
แต่อาจจะเพราะว่า ในบ่อกุ้ง มีความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ ซับซ้อนเกินไป จนกระทั่ง 1+1 ไม่ได้เป็น 2 เสมอไป
บ่อที่ผมเลี้ยงอยู่ แอมโมเนีย5 ไนไตร์ท3 น้ำเขียวเข้ม ถ่ายน้ำไม่ได้ กุ้งอยู่ระดับสามตันต่อไร่
แต่กุ้งสบายดี โตดีมาเรือยๆ ไม่ได้แก้เรื่องแอมโมเนียเลย แค่ทำใจให้นิ่งๆ ทนดูอยู่เฉยๆกับพีเอชระดับ7.0
แต่หากใครถ่ายน้ำได้ ก็อย่ามาเลียนแบบผมนะครับ เดี๋ยวกุ้งป่วยเพราะแอมโมเนียสูงไม่รู้ด้วย ผมแค่ทนอยู่เฉยๆเพราะทำอะไรไม่ได้เท่านั้นเอง รอบๆข้างเป็นโรคตัวแดงตลอดทำให้ถ่ายน้ำไม่ได้ครับ
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 28/02/2006-15:33 GMT+7  
การแก้ปัญหา หากหมายถึง วิธีประคับประคองหากเป็นโรคนี้ คงจะไม่มีที่ใดในเมืองไทย ที่จะมีประสปการณ์จริง ในการแก้ปัญหาครับ เพราะยังไม่มีการพิสูจน์ว่ามีเชื้อนี้ในไทย เป็นเพียงแค่สงสัยเท่านั้น แต่ไทยเราตอนนี้ก็สามารถตรวจPCRโรคนี้ได้แล้ว โดย หน่วยธุรกิจโครงการเทคโนโลยีชีวภาพกุ้ง (SBBU) ติดต่อ ภัททกาญจน์ โทร. 0-2564-6531 หรือ 0-2564-6700 ต่อ 3702
การดำเนินโรค เป็นไปในทางคล้ายๆกับเชื้อทอร่าครับ มีเปอร์เซ็นต์รอด แต่ขึ้นกับดวงด้วยว่าจะรอดมากน้อยแค่ใหน และไม่มียารักษา
คอมพ์ของผมยังซ่อมไม่เสร็จเลย ใครจะสอบถามเรื่องอะไร โทรมาคุยกันอาจจะสะดวกกว่าครับ ที่เบอร์ 01- 478 8850

_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 08/04/2006-14:11 GMT+7  
8เมษายน49
วันนี้ผมได้รับโทรศัพท์สอบถามจากเกษตกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวแถวแปดริ้ว เล่าถึงกุ้งที่บ่อเลี้ยง อายุ2เดือน มีอาการหางขาว แค่สามวัน กุ้งตายไปเกินครึ่งบ่อ หลังจากนั้นไม่กี่วัน กุ้งอีกบ่อนึง ที่ไม่ได้อยู่ติดกัน ก็มีอาการเดียวกัน (ลูกกุ้งมาจากฟาร์มเดียวกัน ทำให้เข้าข่ายว่าการตายของกุ้ง น่าจะมาจากเชื้อไวรัส)
เกษตรกรท่านนั้น ทราบทีหลังจากการอ่านนิตยสารสัตว์น้ำที่ผมส่งบทความเรื่องนี้ไปลงตีพิมพ์ ถึงเรื่องโรค IMNV จึงไม่ได้ประเมินอาการของกุ้งว่าอาจจะเกิดจากเชื้อ IMNV จึงเป็นที่น่าเสียดายที่ตัดสินใจช้าไป
ก็ไม่ทราบว่า ถึงเวลาหรือยัง ที่ทางกรมประมงจะได้ออกกฏตรวจเชื้อIMNVในพันธ์กุ้งที่เราจะนำเข้ามาในเมืองไทย (หากออกกฏนี้แล้ว ผมก็ขออภัยด้วยที่ไม่ทราบข้อมูลนี้)
ต้นปีนี้ ที่ตราด ก็มีกุ้งตายด้วยอาการนี้เยอะมาก
คงจะมีหลายๆคน ที่อึดอัดใจ ถึงความไม่กระจ่างในเรื่องนี้
ผมคนนึง ที่อยากได้ความกระจ่าง อยากจะวิ่งไปในทุกแห่งที่มีปัญหาทำนองนี้ แต่ทำไม่ได้เพราะภาระกิจส่วนตัวก็มากมายอยู่แล้ว เอาเป็นว่า ท่านใดเจอปัญหาแบบนี้ ก็ช่วยกันส่งข่าวให้เพื่อนๆได้ทราบกันบ้าง โทรมาที่เบอร์ของผม 01-4788850 และผมจะพยายามประสานงานเพื่อทีมวิจัยจะได้เก็บตัวอย่างกุ้งไปตรวจต่อไปครับ
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 06/06/2006-13:14 GMT+7  
ขอบคุณที่ร่วมรายงานข่าวครับ
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 23/10/2006-23:26 GMT+7  
http://www.fisheries.go.th/coastal/th/index.php?option=com_content&task=view&id=257&Itemid=2

_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
บางสน

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 23/11/2006-14:00 GMT+7  
อาการกล้ามเนื้อขาวขุ่นที่พบในปัจจุบันเกิดจากโปรโตซัวชนิด mycosporidia เข้าทำลายบริเวณกลามเนื้อ เชื้อตัวนี้อาศัยแบบ free living ในน้ำได้ไม่นาน แต่ถ้าบ่อไหนมีพาหะ เช่น ปลา กุ้ง แมลง นก ก็จะอยู่ได้นาน เคยเกิดในกุ้งกุลาดำมาแล้งครับ ขอให้เกษตรกรระวังให้ดี อัตราการตายจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วิธีป้องกันจะต้องเตรียมบ่อให้สะอาด มีเวลาพักบ่อ 30 วันฆ่าพาหะให้หมด พอจะช่วยได้ครับ

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
นายกุ้งจิ๊กโก๋

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 24/11/2006-14:23 GMT+7  
โรคที่คุณบางสนพูดถึง มีมานานแล้วครับ แต่เป็นคนละโรคกับที่เรากำลังพูดถึงในกระทู้นี้ กล้ามเนื้อตายที่เกิดจากโปรโตซัวกลุ่มmycosporidia เรียกว่าโรคหลังขาว พบมากในกุ้งแชบ๊วยตามธรรมชาติ เคยระบาดในกุ้งกุลาดำเหมือนกัน แต่ไม่รุนแรงมากนัก ปัจจุบันแทบจะไม่พบในกุ้งกุลาดำที่เลี้ยงในบ่อดินแล้ว
กุ้งที่ติดเชื้อนี้จะเห็นเป็นแถบสีขาวขุ่นใต้เปลือกตลอดแนวหลัง เมื่อแกะเปลือกออก เนื้อตรงส่วนที่เป็นวุ้นขาวจะนิ่มเละ
กุ้งที่เป็นโรคหลังขาว ไม่ตายง่ายๆ ครับ เมื่อเอามาต้มลองกินดู ก็อร่อยดี ทางทีมงานของ ดร.ทิม จากคณะวิทย์ มหิดล เคยศึกษาไว้เมื่อราวปี พศ.2534-35 พบว่าปลาทะเลบางชนิด เช่นปลาขี้ตัง เป็นพาหะของโรคนี้ และไม่สามารถติดต่อจากกุ้งสู่กุ้งโดยตรง ต้องอาศัยปลาเป็น intermedia host ครับ


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
นายกุ้งจิ๊กโก๋

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 25/11/2006-13:11 GMT+7  
โรคที่คุณบางสนพูดถึง เค้าเรียกว่าโรคหลังขาวครับ เจอบ่อยๆ ในกุ้งแชบ๊วยที่จับจากธรรมชาติ ในกุ้งดำที่เลี้ยงในบ่อก็เคยเจอเหมือนกัน สมัยที่เลี้ยงกันเริ่มแรกๆ ราวปี 2533-35 โดยมีปลาทะเลบางชนิดเป็น intermediate host ไม่สามารถติดต่อโดยตรงจากกุ้งสู่กุ้ง โรคหลังขาวนี้ ยังไม่เคยมีรายงานว่าพบในกุ้งขาวแวนนาไมครับ และเป็นคนละโรคกันกับที่เรากำลังพูดถึงในกระทู้นี้ครับ

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
สมุทรสาคร

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 01/12/2006-01:23 GMT+7  
จากการตรวจสอบตัวอย่างกุ้งกล้ามเนื้อขาวจากจังหวัดในภาคกลางและสงขลา ของศูนย์ฯสมุทรสาคร และ จันทบุรี ในช่วงเดือน กย 49 ด้วยเทคนิค PCR ไม่พบการติดเชื้อ IMNV

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
Dr. Jack

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 05/12/2006-19:39 GMT+7  
ในบ่อมีแก๊ซมีเทนมากเกินไปครับและ การจ่ายอาหารเกินการกิน ควรใช้ แพล็งตอน - แล็ปลงไปช่วยเพื่อขับแก๊ซมีเทนได้ระดับหนึ่ง - เสริมลากโซ่ - ปรับการเช็คยอ - ห้ามเปลี่ยนชนิดของอาหารสำเร็จรูประหว่างการเลี้ยง - ใช้กุ้งโปรตีนสูงที่สุดเท่าที่พอหาได้ในตลาด - เพิ่มค่า อัลคาไลน์ให้ได้ 136-170 พีพีเอ็ม - ลงงมตัวที่ตายก้นบ่อออกมาให้เร็วที่สุด - ถ้าลากไม่ใหวก็ พาไปใส่น้ำแข็ง

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
คนคุ้งกระเบน

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 28/05/2007-10:06 GMT+7  
บ่อผมที่คุ้งกระเบนก็มีปํญหานี้มีอาการคล้ายกันทุกอย่างเป็นมาแล้วประมาณ 30 วัน(กุ้งผม 80วัน)กุ้งจะมาเกาะตามขอบบ่อและกล้ามเนื้อบริเวณส่วนหางจะเป็นสีขาวซีด และจะมีจุดสีขาวบริเวณเปลือกอยู่ภายในจะพบวันละตัวสองตัวแต่ไม่พบตัวที่ตายเพราะหางซีดกุ้งกินอาหารปกติครับ

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 28/05/2007-14:08 GMT+7  
ถ้าไม่มีกุ้งตายที่พื้นบ่อ กินอาหารปกติ ก็ไม่ต้องตกใจครับ คงจะไม่มีอะไรรุนแรง
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 17/08/2007-19:51 GMT+7  
มาอัพเดทข้อมูลเรื่องโรคIMNV ครับ ตอนนี้ มีโรคใหม่ที่คล้ายๆกัน คือ PvNV และอาจจะแยกสองโรคนี้ออกจากกันได้โดย อาการ ดังลิ๊งค์ต่อไปนี้ครับ
http://www.iq2000kit.com/news12.htm

ต่อไปเป็น ความรู้เพิ่มเติมเรื่องโรค IMNV


Whitetail--Not To Be Confused with Whitespot
Diagnosing IMNV



The major clinical sign of IMNV (infectious myonecrosis virus, a double-stranded RNA totivirus) is the appearance of white, opaque areas in the tail muscle. As the disease progresses, shrimp become lethargic and 40-60 percent may die. Brazilian shrimp farmers lost an estimated $20 million to IMNV in 2003.

Researchers from the University of Arizona have published a paper that says: Diagnosis of IMNV infection has proven problematic because current methods rely on clinical and histological examinations. Diagnosis based on clinical signs is not reliable, as a number of factors, including hypoxia, crowding, or sudden changes in temperature or salinity can cause similar symptoms. Diagnosis by histological examination is not specific or sensitive.

In the paper, the researchers report the development of a new molecular diagnostic method based on in situ hybridization (ISH, routinely used for the diagnosis of other shrimp viruses) that is both highly specific and sensitive. They developed the method, tested its specificity and then employed it in laboratory bioassays.

The researchers used the method to test the susceptibility of three species of penaeid shrimp to IMNV in laboratory bioassays. Seven animals (mean weight 3 grams) of each species (Penaeus monodon, P. vannamei and P. stylirostris) were injected with 0.1 ml of purified IMNV inoculum from infected shrimp. Shrimp were then maintained in three aquaria on a pelleted ration for 28 days.

The major clinical sign of infection, the appearance of whitish lesions in the tail muscle, was seen first in the vannamei group, in which all of the injected shrimp had obvious lesions after six days. In the stylirostris group, the lesions developed slowly, with only three animals showing signs of infection after seven days. All of the shrimp had lesions after 13 days. No clinical signs of infection were observed in any of the individuals of the monodon group, but lesions could have been obscured by monodon's highly pigmented exoskeleton. On the 14th day after injection, one individual from each species was sacrificed for ISH analysis. They all tested positive for IMNV. In the vannamei group, there were two mortalities (days 13 and 21); no mortalities occurred in either the stylirostris or monodon groups during the bioassay period.

Histological analysis showed that the viral infection was evident only in the skeletal muscle and lymphoid organ. Samples of vannamei (from Belize) and monodon (from Australia) exhibiting muscle necrosis suspected to be caused by IMNV infection were found to be ISH negative. Thus, without the availability of the ISH test, diagnosis based on gross signs or histology could be erroneous.

Vannamei, the natural host of IMNV, appears to be most susceptible based on the onset of clinical signs and degree of mortality. IMNV is not particularly virulent compared to other shrimp viruses such as TSV (Taura), YHV (Yellowhead) and WSSV (whitespot). In the bioassay described here, no mortalities occurred until 13 days after exposure to IMNV. In similar bioassays with TSV, YHV and WSSV, significant mortality usually occurs within 1-3 days. The relatively long delay in mortalities from IMNV infections is possibly because skeletal muscle, the primary target tissue of IMNV infection, can withstand more damage than the other tissues before survival is threatened. Losses from IMNV infection, however, can be significant; over 40 percent mortality often occurs--late in the production cycle. In addition, reduction in market value of the survivors, which have necrotic tail muscles, adds to the economic loss.

Source: World Aquaculture (the quarterly magazine of the World Aquaculture Society, http://www.was.org). Editor-in-Chief, Robert Stickney. In situ hybridization demonstrates that Litopenaeus vannamei, L. stylirostris, and Penaeus monodon are susceptible to Infectious Myonecrosis Virus (IMNV). Kathy F.J. Tang, Carlos R. Pantoja, Rita M. Redman and Donald V. Lightner (Department of Veterinary Science and Microbiology, University of Arizona, Tucson, Arizona 85721 USA, fax 520-621-4899, email fengjyu@.arizona.edu). Volume 38, Number 1, Page 18, March 2007.
ที่มา
http://www.shrimpnews.com/FreeNewsBackIssues/FreeNewsApril200713.html

สรุปว่า เจ้าโรค IMNV นี้ ดูจากอาการ จะบอกยากว่า เป็นโรคนี้หรือไม่ใช่ เพราะ กล้ามเนื้อขุ่นขาว สามารถเกิดขึ้นได้จาก การขาดออกซิเจน (ดังที่ผมได้เคยนำเสนอสาเหตุจากการที่กุ้งขาดออกซิเจนแล้วทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อขุ่นขาว ตามกระทู้นี้ครับ http://www.buildboard.com/viewtopic.php?topic=15549&forum=2202&id=176 ) การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ หรือ ความเค็มอย่างรวดเร็ว, การตรวจทางชิ้นเนื้อ (Histo) ก็ไม่จำเพาะเจาะจง แต่ที่อาจจะบอกได้ว่า เป็นโรคนี้ก็คือ กุ้งจะตายมากครับ ตายได้ถึง40-60%

_________________
โทรมาคุยกันได้ ด้วยความยินดีครับ.....นพ.ธีรพัฒน์ หงสกุล 01-478 8850


[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: เว็บมาสเตอร์ เมื่อ 2007-08-17 19:54 GMT+7]


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


ให้ใช้งานกระทู้นี้ได้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss