โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ดข่าววงการกุ้ง www.SiamMarine.com Index : เข้าชมข่าวทั้งหมด (หรือRefresh หน้าจอ) คลิ๊กที่นี่ : นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ :: โฟกัสธุรกิจสัตว์น้ำ โดย...ยอด เมืองคอน
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ :: โฟกัสธุรกิจสัตว์น้ำ โดย...ยอด เมืองคอน  
web
 

โพสต์: 418
โพสต์เมื่อ: 10/10/2007-17:19 GMT+7  

เอื้อเฟื้อบทความโดย นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ ฉบับเดือนตุลาคม 2550
สนใจลงโฆษณา หรือประสงค์จะนำเสนอบทความ ติดต่อได้ที่
คุณทิพวรรณ์ ซื่อสัตย์กุล
โทร. 02-587-4855, 081-441-5710

เปิดเทคนิคการพาเชี่ยน โดยการผ่าบ่อ
ลดปัญหากุ้งช้ำ อัตรารอด 100%
หลับตานึกภาพลุ่มน้ำปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อหลายปีก่อนช่วงที่กุ้งกุลาดำกำลังเฟื่องฟูเศรษฐกิจของอำเภอชายฝั่งแห่งนี้ดีมากเพราะเป็นพื้นที่เลี้ยงกุ้งแหล่งใหญ่ของประเทศ แต่ปัจจุบันภาพที่เคยเห็นในอดีตแทบไม่มีให้เห็นในพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากปัจจัยลบทางด้านราคามาทำลาย ผู้เลี้ยงกุ้งจำนวนไม่น้อยต้องเลิกเลี้ยงปล่อยบ่อให้ว่างเปล่า แถมด้วยภาระหนี้สินและโฉนดที่ไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป เป็นปัญหาที่ต้องฝากถึงภาครัฐช่วยหาทางเยียวยาอย่างน้อยก็ให้เกษตรกรเหล่าสามารถกลับมาเลี้ยงกุ้งได้อีกครั้ง
ปากพนังในปัจจุบันแม้จะไม่คึกคักเช่นในอดีตแต่กังหันตีน้ำยังคงหมุนอยู่เพียงแต่ใต้ผิวน้ำในบ่อเปลี่ยนจากกุ้งกุลาดำเป็นกุ้งขาววานาไม ซึ่งภาพรวม ณ วันนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากกุ้งกุลาดำ เมื่อต้องประสบกับภาวะราคาตกต่ำและผันผวนไม่มีความแน่นอนแล้วเกษตรกรจะอยู่อย่างไร?จะถอยหรือสู้ถ้าสู้จะปรับตัวอย่างไร?ผู้เขียนเลยต้องเดินทางลงใต้มุ่งหน้าสู่ดินแดนแห่งจตุคามรามเทพโดยเป้าหมายคือฟ้าใสฟาร์ม ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ปากพนัง เจ้าของคือคุณกฤษณะ เอี่ยมลออ เกษตรกรหัวก้าวหน้าชอบเรียนรู้วิธีการใหม่นำมาประยุกต์ใช้ในฟาร์มจนล่าสุดประสบความสำเร็จในการเลี้ยงกุ้งไซด์ใหญ่และขายได้ราคาดี
คุณกฤษณะกล่าวกับทีมงานนิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำว่า ฟ้าใสฟาร์มกล่าวได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของตรีเพชรฟาร์มซึ่งเป็นฟาร์มเพาะลูกกุ้ง ที่ต้องการให้ธุรกิจครบวงยิ่งขึ้นจึงตั้งฟาร์มเลี้ยงขึ้นเริ่มจากการมองหาพื้นที่ที่เหมาะสมคือเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพตรงกับพื้นที่ในอำเภอปากพนังที่ตั้งฟาร์มในปัจจุบันเป็นพื้นที่เช่าขนาด 8 บ่อเข้าปรับปรุงพื้นที่เมื่อปลายปี 2549 และเริ่มเลี้ยงเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
เป้าหมายในการเลี้ยงช่วงแรกทางฟาร์มต้องการผลิตกุ้งขาวขนาด 40-50 ตัว/กก เนื่องจากราคาเมื่อปลายปี 2549 ถึงปี 2550 อยู่ที่ประมาณ 150-160 บาท/กก เป็นราคาที่ขายแล้วมีกำไรแต่หลังจากต้นปีแล้วราคามีการเปลี่ยนแปลงลดต่ำลงเหลือประมาณ 120 บาท/กกในกุ้งขนาดเดียวกันซึ่งหากขายราคานี้ฟาร์มขาดทุนและเป็นเดียวกับที่กุ้งได้ขนาด 40-50 ตัว/กกจึงต้องเปลี่ยนแนวทางการเลี้ยงเป็นกุ้งไซส์ใหญ่ขนาด 30-35 ตัว/กกโดยใช้แนวทางของฟาร์มแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาประยุกต์ใช้นั่นคือ การผ่าบ่อ เนื่องจากตรงกับศักยภาพของฟาร์มคือปล่อยกุ้งค่อนข้างแน่นคือประมาณ 120,000-150,000 ตัว/ไร่ ทำให้หนึ่งบ่อจะมีกุ้งประมาณ 600,000 ตัว (บ่อที่เลี้ยงมีขนาด 4 ไร่) จึงเหมาะที่จะนำวิธีผ่าบ่อมาใช้
วิธีการในการผ่าบ่อ แน่นอนว่าต้องมีบ่อว่างที่อยู่ติดกับบ่อเลี้ยง (ในที่นี้ขอเรียกบ่อเลี้ยงเดิมว่าบ่อแม่และเรียกบ่อใหม่ว่าบ่อลูก) เมื่อกุ้งในบ่อแม่มีอายุได้ประมาณสองเดือนทำการเตรียมบ่อลูกโดยการเตรียมบ่อเช่นเดียวกับการเลี้ยงกุ้งทั่วๆ ไป จากนั้นทำการสูบน้ำเข้าซึ่งแบ่งออกเป็นสองช่วงช่วงแรก 18.00-23.00 น และช่วงที่สองเวลา 05.00-07.00 น จนกว่าจะได้ระดับน้ำตามที่ต้องการคือดูจากระดับของคันบ่อที่ผ่าปกติจะผ่าตรงกลางบ่อคันบ่อที่ขุดขนาดกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร สูบน้ำเข้าจนกระทั่งท่วมช่องที่ขุดสูงประมาณ 30 เซนติเมตร แล้วให้น้ำในบ่อลูกไหลไปยังบ่อแม่เพื่อให้กุ้งว่ายทวนน้ำไปยังบ่อลูกและเร่งด้วยการใช้อาหารล่อโดยลดอาหารในบ่อแม่ลงไปเติมในบ่อลูกกุ้งก็จะไปในที่ที่มีอาหารทั้งนี้รอยผ่าจะเปิดเฉพาะตอนกลางคืนเพราะกุ้งเคลื่อนย้ายไปบ่อลูกได้ดีกว่าส่วนกลางวันจะเพื่อป้องกันไม่ให้กุ้งกลับไปยังบ่อแม่แต่ในบางฟาร์มอาจจะเปิดไว้ตลอดแล้วรอจนกว่าได้ปริมาณกุ้งตามต้องการแล้วค่อยปิดรอยผ่าซึ่งอาจใช้เวลานานประมาณสองเดือนหรือนานกว่านี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคในการทำให้กุ้งถ่ายเทไปยังบ่อลูก
ข้อดีของการผ่าบ่อคือกุ้งที่เหลืออยู่ในบ่อแม่ไม่มีอาการบอบช้ำจากาการลากหรือเหวี่ยงแหและไม่สร้างความเสียหายให้กับสภาพแวดล้อมในบ่อต่างกับการพาเชี่ยนที่สร้างความบอบช้ำให้กุ้งและทำให้สภาพบ่อเสียหายอีกอย่างการพาเชี่ยนยังมีความเสี่ยงจากโรคติดต่อที่มาจากฟาร์มอื่นเนื่องจากฟาร์มส่วนใหญ่ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการพาเชี่ยนต้องจ้างคนนอกให้ดำเนินการให้ซึ่งอุปกรณ์ต่างเป็นชุดเดียวกันกับฟาร์มอื่น ๆ จึงมีความเสี่ยงในเรื่องของโรคติดต่อแต่การผ่าบ่อไม่มีปัญหาเหล่านี้อีกอย่างกุ้งทั้งหมดจะเป็นไซด์ใหญ่ทั้งบ่อแม่และบ่อลูกโดยเฉพาะบ่อลูกการเจริญเติบโตมักจะดีกว่าบ่อแม่เนื่องจากความหนาแน่นลดลงและกุ้งได้น้ำใหม่สภาพแวดล้อมใหม่เมื่อถึงเวลาจับขายจะเป็นที่ทำกำไรให้กับฟาร์มทั้งที่สองบ่อมีปริมาณกุ้งใกล้เคียงกันจาการจับกุ้งรอบล่าสุดเป็นขนาด 31 ตัว/กกขายราคากิโลกรัมละ 210 บาทใช้เวลาในการเลี้ยง 5 เดือนกับ 20 วันภายใต้ต้นทุน 120 บาท/กกคุณกฤษณะกล่าวต่ออีกว่า
การเลี้ยงกุ้งไซส์ใหญ่เป็นเป้าหมายหลักของฟาร์มเพราะจากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่ามีความคุ้มค่ากว่าเนื่องจากกุ้งไซส์เล็กขายได้ราคาต่ำมีความเสี่ยงต่อการลงทุนสูงเลี้ยงสี่เดือนอาจจะได้กำไรแค่ 20 บาท/กกหรือบางครั้งขาดทุน(กรณีที่เลี้ยงครบเทอม)ต่างกับการเลี้ยงกุ้งไซส์ใหญ่ที่ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 6 เดือนขนาด 30-35 ตัว/กก ราคาค่อนขึ้น-ลงอยู่ในช่วงแคบ ๆ คือ 190-220 บาท/กกขณะที่ต้นทุนเฉาะของฟาร์มภายใต้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือนอยู่ที่ 110-120 บาท/กก แสดงให้เห็นว่าหากกุ้งไม่มีปัญหาโอกาสขาดทุนไม่มี แถมมีโอกาสได้กำไร 100 % อีกด้วยหากราคาดีหรือลดต้นทุนให้ต่ำที่สุดได้ดังนั้นแม้การเลี้ยงกุ้งไซด์จะทำรอบได้มากกว่าแต่เชื่อว่าผลประกอบการรายปีเลี้ยงไซด์ใหญ่มีรายได้มากกว่าและเหนื่อยน้อยกว่าด้วย
นอกจากการเลี้ยงกุ้งในสถานการณ์ปัจจุบันต้องมีแนวทางการลดต้นทุนให้ต่ำที่สุดแต่ต้องไม่กระทบกับประสิทธิผลผลิตซึ่งฟ้าใสฟาร์มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมากเนื่องจากตั้งแต่มีการเลี้ยงกุ้งกันมาไม่เคยมีครั้งใดที่เกษตรกรสามารถกำหนดราคาเองได้จึงไม่ควรมองเรื่องราคาแต่ควรมองที่ต้นทุนการผลิตต้องบริหารต้นให้ต่ำที่สุดโดยต้นทุนที่สำคัญอันดับหนึ่งคืออาหารประมาณ 60 % ดังนั้นต้องใช้อาหารให้เกิดประโยชน์สูงสุดคือใช้ให้พอดีกับความต้องการของกุ้งและทำอย่างไรเลี้ยงกุ้ง 5 เดือนมี FCR 1.5(ของฟ้าใสฟาร์มอยู่ที่ 1.6-1.7 )ซึ่งทางฟาร์มกำลังทำอยู่แนวทางในขณะนี้คือการเช็คจากยอหากพบว่าอาหารเหลือต้องรีบลดให้ทันและไม่ควรใช้ยอเป็นตัวแทนบ่อทั้งหมดเนื่องจากยอมีขนาดเพียงไม่ถึงตารางเมตรในขณะที่พื้นที่บ่อมีหลายพันตารางเมตรจึงต้องอาศัยข้อมูลอื่น ๆ เสริมด้วยเช่นอัตราการกินแต่ละช่วงอายุ การกินของรุ่นที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกันเช็คกลับไปกลับมาหากอัตราการกินได้ในปัจจุบันแตกต่างจากข้อมูลที่ได้แสดงว่าผิดปกติดังนั้นหากอาหารเหลือต้องรีบลดให้ทันเพื่อลดต้นทุนค่าอาหารลงส่วนอาหารขาดไม่น่ากังวลเนื่องจากกุ้งจะฟ้องเราเองสังเกตได้จากน้ำในบ่อหากขุ่นมากแสดงว่าอาหารขาดก็เพิ่มปริมาณเข้าไปอีกอย่างคือทางฟาร์มจะไม่ยึดติดกับอาหารแบรนด์ใดหากอาหารที่ใช้อยู่มีปัญหาจะเปลี่ยนเป็นแบรนด์ใหม่ทันทีแต่หากไม่มีปัญหาใหญ่จริง ๆ จะไม่เปลี่ยนเพราะจะส่งผลกระทบต่อกุ้ง
ต้นทุนการผลิตอีกตัวหนึ่งที่สามารถบริหารให้ต่ำลงได้คือพลังงานซึ่งคิดเป็น 30 % ของต้นทุนทั้งหมดพลังงานที่ใช้กันส่วนใหญ่คือ น้ำมัน และ ไฟฟ้า ซึ่งต้นทุนพลังงานสองชนิดนี้แตกต่างกันประมาณ 40 % กล่าวคือหากใช้น้ำมัน 100,000 บาท/รอบ ฟาร์มที่ใช้ไฟฟ้าจะมีค่าพลังงานเพียงประมาณ 60,000 บาท/รอบ ดังนั้นพื้นที่ที่มีไฟฟ้าต้นทุการผลิตจะต่ำกว่าที่ที่ไม่มีส่งผลถึงค่าเช่าพื้นที่ในพื้นที่มีไฟฟ้าราคาจะสูงกว่าพื้นที่ที่ใช้น้ำมันมากแต่ยังมีพื้นที่เลี้ยงกุ้งอีกจำนวนมากในภาคใต้ไม่มีไฟฟ้าใช้ทำให้จำเป็นต้องใช้น้ำมันแต่หากเป็นไปได้เชื่อว่าเกษตรอยากให้ภาครัฐช่วยผลักดันให้มีไฟฟ้าเข้าไปยังพื้นที่เลี้ยงกุ้งอย่างทั่วถึงเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรและควรทำก่อนเรื่องอื่นเพราะการแข่งขันทางการค้ารุนแรงขึ้นทุกขณะใครต้นทุนต่ำกว่าย่อมได้เปรียบซึ่งเกษตรกรไทยไม่เป็นรองใครในโลกเพียงแต่ขาดการส่งเสริมจากภาครัฐดูง่าย ๆ ปัจจัยสำคัญอย่างไฟฟ้ายังมีใช้ไม่ทั่วถึงแล้วไทยจะแข่งขันกับใครได้ในฐานะสื่อมวลชนขอฝากภาครัฐและการไฟฟ้าไว้ด้วย
กลับมาในฟาร์มกันต่อดูอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการผลิตกุ้งไซด์ใหญ่คือ ลูกกุ้งโดยทางฟาร์มใช้ลูก F0 พ่อ-แม่นำเข้าจากอเมริกาคุณกฤษณะเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เลี้ยงในบ่อของตัวเองใช้ลูกกุ้งทั่วไปซึ่งน่าจะใช้พ่อ-แม่พันธุ์ในแถบเอเชียลูกกุ้งเหล่านี้เมื่อเลี้ยงได้ประมาณ 4 เดือนการเจริญเติบโตจะต่ำลงไม่คุ้มกับค่าอาหารและค่าพลังงานเลี้ยงต่อจะเปลืองต้นทุนและเสียเวลากล่าวคือกุ้งกินแต่ไม่โตซึ่งต่างกับลูกกุ้ง F0 ที่มีการเจริญเติบโตดีอย่างต่อเนื่องไม่มีการหยุดชะงักเหมาะกับการเลี้ยงกุ้งไซด์ใหญ่โดยจาการเก็บข้อมูล ADG ต่อรุ่นอยู่ที่ .16 - .17 ถือว่าน่าพอใจจึงใช้เฉพาะลูกกุ้ง F0 เท่านั้น
อีกอย่างหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือการวางแผนการผลิตโดยการเก็บข้อมูลของฟาร์มพบว่าในแต่ละปีมีช่วงเดียวที่กุ้งราคาดีคือช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่กุ้งมักจะขาดตลาดดังนั้นหากสามารถวางแผนการผลิตได้จะช่วยลดความเสี่ยงลง”ปัจจุบันผู้เลี้ยงกุ้งต้องมีการปรับตัวอย่างมากโดยเฉพาะหากขาดการวางแผนที่ถูกต้องอาจต้องออกจากวงการหรือแค่ประคองตัวให้อยู่รอดเท่าไม่มีทางเติบโตได้”คุณกฤษณะกล่าว
นอกจากฟ้าใสฟาร์มแล้วการเดินทางครั้งนี้ยังมีโอกาสพูดคุยกับเกษตรกรอีกสองท่านซึ่งล้วนเป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้าที่มีพื้นที่เลี้ยงกุ้งอยู่ไม่ไกลจากจุดเดิมมากนักรถวิ่งไปตามถนนเลียบชายฝั่งทะเลจากปากพนังมุ่งหน้าไปอำเภอหัวไทรเสียดายที่บรรยากาศไม่ดีนักฝนตกตลอดทางเพราะฝั่งอ่าวไทยอยู่ในช่วงมรสุม ไม่กี่อึดใจรถก็เลี้ยวขวาไปตามถนนลูกรังที่ตีคู่ไปกับคลองชลประทานน้ำเค็มเพียงไม่กี่ร้อยเมตรก็ถึงสถานที่นัดหมายแต่ต้องขอบอกท่านผู้อ่านก่อนว่าเกษตรกรทั้งสองท่านต่อไปนี้ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อและที่อยู่แต่ยินดีให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดังนั้นเพื่อความสะดวกในการอ่านผู้เขียนขอเรียกเกษตรกรท่านที่หนึ่งว่าคุณหนึ่งและเรียกท่านที่สองว่าคุณสองทั้งสองท่านเป็นเกษตรกรรายย่อย
คุณหนึ่งกล่าวว่าเป็นคนชอบการเลี้ยงกุ้งแต่ไม่มีพื้นที่ของตัวเองจึงหาเช่าบ่อเลี้ยงกุ้งเก่าซึ่งพื้นที่ที่เช่าอยู่ขณะนี้ถือว่ามีความเหมาะสมเนื่องจากมีคลองชลประทานน้ำเค็มไหลผ่านแต่ไม่มีไฟฟ้าจึงต้องใช้น้ำมันทำให้ในปัจจุบันต้องมีการปรับตัวอย่างมากเพื่อให้อยู่รอดและมีรายได้เพียงพอแนวทางการเลี้ยงประกอบด้วย
เลือกฤดูกาลในการปล่อยกุ้งให้ตรงกับช่วงอากาศดีฝนไม่ชุกแต่ปัจจุบันเอาแน่นอนไม่ได้ดังนั้นฤดูกาลจึงไม่มีผลมากนักส่วนใหญ่เลี้ยงทุกฤดูกาล
ปล่อยกุ้งบาง คือประมาณ 40,000-50,000 ตัว/ไร่ เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคและปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น
ลดการตีน้ำลงเนื่องจากใช้น้ำมันซึ่งราคาขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่ต้องระวังไม่ให้มีผลกระทบต่อกุ้งอย่างไรก็ตามต้นทุนค่าพลังงานเป็นต้นทุนที่สำคัญคิดเป็น 30 % ของต้นทุนรวมเป็นรองเพียงต้นทุนค่าอาหารและเป็นต้นทุนที่ลดได้ยากมีทางเดียวคือภาครัฐต้องเข้ามาช่วยเหลือให้มีไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่ซึ่งหากนับจากพื้นที่ชลประทานน้ำเค็มมีพื้นที่เลี้ยงกุ้งประมาณ 1,000 ไร่แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นบ่อร้างเกษตรกรเลิกเลี้ยงเพราะแบกรับภาวะขาดทุนไม่ไหวและโฉนดส่วนใหญ่อยู่กับธนาคารหากพื้นที่นี้มีไฟฟ้าใช้จะทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งเลี้ยงกุ้งต่อเพราะต้นทุนการผลิตจะต่ำลงหรือไม่หากเกษตรกรไม่เลี้ยงเองก็สามารถให้นายทุนหรือผู้ที่สนใจเช่าพื้นที่เป็นรายได้อีกทางหนึ่งเชื่อว่ามีคนเช่าแน่นอนเพราะมีความพร้อมทั้งชลประทานน้ำเค็มและไฟฟ้าและเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการเลี้ยงกุ้ง
เลี้ยงแค่พอมีกำไรอย่าหวังกำไรมากนี่คือแนวทางในการปรับตัวของเกษตรกรท่านนี้น่าจะเป็นแนวทางในการปรับตัวให้กับท่านอื่น ๆ ได้
ทางด้านคูณสองกล่าวถึงในส่วนของตนว่าเป็นคนในพื้นที่และครอบครัวเลี้ยงกุ้งมาตลอดจนเป็นอาชีพหลักและยังคงเลี้ยงต่อไปในอนาคตตราบใดที่มีคนเลี้ยงแล้วได้กำไรอยู่แสดงว่ายังยึดเป็นอาชีพได้เพียงแต่ในยุคปัจจุบันการเลี้ยงกุ้งมีความยากลำกว่าในอดีตมากตลอดระยะเวลาการเลี้ยงเกษตรกรต้องเจอกับปัจจัยลบและความเสี่ยงหลายประการตั้งแต่ลูกพันธ์ น้ำ อาหาร การจัดการ โรคและความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกเช่นราคา สภาพสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้ล้วนก่อปัญหาในการเลี้ยงกุ้งได้ทั้งสิ้นหากเกษตรกรประมาทและขาดข้อมูลที่ถูกต้องโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่ขาดการติดตามข้อมูลข่าวสาร”ผมเองยอมรับว่าการเลี้ยงกุ้งไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ละปีที่เลี้ยงมีทั้งได้กำไรบางครั้งขาดทุนโชคดีก็ได้กำไรไม่มีความแน่นอนอย่างไรก็ตามเมื่อสรุปผลการเลี้ยงเป็นรายปีแล้วยังพอมีกำไรอยู่ทำให้ยังเลี้ยงกุ้งตลอดมาหัวใจสำคัญคือต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์”คุณสองกล่าวต่อว่า
หัวใจสำคัญคือต้องเลี้ยงกุ้งให้ต้นทุนต่ำที่สุดเริ่มตั้งแต่ ลูกพันธุ์ ซึ่งแต่ละแหล่งคุณภาพต่างกันโดยส่วนตัวเคยใช้ของฟาร์มใหญ่แห่งหนึ่งปรากฏว่ากุ้งเป็นโรคในขณะที่บ่อรอบ ๆ ไม่เป็นทั้ง ๆ ที่ใช้น้ำจากแหล่งเดียวกันการจัดการและสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกันแต่ต่างกันที่แหล่งที่มาของลูกพันธุ์จึงเปลี่ยนไปใช้ของโรงเพาะฟักรายย่อยโดยเน้นความทนเป็นหลักและเลือกโรงเพาะฟักในแห่งหนึ่งในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราชเนื่องจากนำมาเลี้ยงแล้วมีความทนทานต่อโรคและสภาพแวดล้อมการเจริญเติบโตพอใช้ได้อีกอย่างหนึ่งน้ำที่ใช้มีความเค็มและคุณภาพน้ำโดยรวมใกล้เคียงกันสาเหตุที่เลือกสายพันธุ์ให้มีความทนทานเป็นหลักเนื่องจากปัจจุบันการระบาดของโรคเกิดขึ้นได้ง่ายและมีความรุนแรงต้องลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุดและปล่อยกุ้งบาง ๆ เพื่อให้กุ้งอยู่สบายจะได้เติบโตดีขึ้นแต่ลูกพันธุ์ดีอย่างเดียวไม่พอที่อยู่ต้องดีด้วยนั่นคือ น้ำ การระบาดของโรคส่วนหนึ่งมาจากน้ำยิ่งเป็นแหล่งน้ำที่ใช้ร่วมกันมาก ๆ ยิ่งอันตรายเนื่องจากน้ำเสียจากบ่อกุ้งไม่ได้ผ่านการบำบัดหรือฆ่าเชื้อก่อนปล่อยทิ้งลงแหล่งน้ำธรรมชาติดังนั้นผู้เลี้ยงในปัจจุบันควรมีบ่อพักน้ำและทำการบำบัดหรือฆ่าเชื้อก่อนจะนำไปเลี้ยงกุ้งพูดได้ว่า พันธุ์ดี น้ำดี มีชัยไปกว่าครึ่งที่เหลือขึ้นอยู่กับการวางแผนและการจัดการเพื่อให้ต้นทุนการผลิตต่ำเช่นหากใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงลดการตีน้ำให้น้อยลงแต่ต้องระวังไม่ให้กุ้งขาดออกซิเจนรวมทั้งลดอาหารลงให้พอดีกับความต้องการของกุ้ง
ในส่วนของราคานั้นยังขาดความแน่นอนโดยเฉพาะในการเลี้ยงกุ้งไซส์เล็กบางครั้งต่ำมากจนเกษตรกรขาดทุนดังนั้นทางออกคือการผลิตกุ้งไซด์ใหญ่ซึ่งหากทำได้มีกำไรค่อนข้างแน่นอนคุณสองกล่าวปิดท้าย
จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่าอำเภอปากพนังและพื้นที่เลี้ยงกุ้งบริเวณใกล้เคียงเกษตรกรบางส่วนยังยืนหยัดอยู่ได้แต่ต้องมีการปรับตัวตลอดเวลาโดยแนวทางการอยู่รอดพอสรุปได้สองประการใหญ่ ๆ คือต้องลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำที่สุดตัดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกและจัดการต้นทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งต้นทุนหลักอย่างอาหารที่คิดเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนรวมต้องอาศัยการจัดการที่ดีเพื่อลดรายจ่ายให้มากที่สุดรองลงมาคือต้นทุนด้านพลังงานคิดเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนรวมเกษตรกรต้องหาทางออกด้วยการเลี่ยงการใช้น้ำมันอาจจะใช้ไฟฟ้าซึ่งจะทำลดต้นทุนได้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์หรือใช้พลังงานอื่น ๆ ทดแทนซึ่งปัจจุบันมีหลายชนิดเช่นเอธานอล โซล่าเซลล์ และพลังงานลมเป็นต้นล้วนช่วยลดต้นทุนและเป็นพลังงานแห่งอนาคตทั้งสิ้นเพียงแต่การใช้ยังไม่แพร่หลายประการที่สองคือต้องเลี้ยงเป็นกุ้งไซส์ใหญ่เนื่องจากมีความเสี่ยงทางด้านราคาต่ำกว่ากุ้งไซส์เล็กโดยเฉพาะขณะนี้มีเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จอยู่ในทุกพื้นที่สามารถนำแนวทางของคนเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างเช่นกลยุทธ์การผ่าบ่อน่าจะเป็นวิธีการที่ดีในการผลิตกุ้งไซส์ใหญ่ส่วนเกษตรกรท่านอื่น ๆ หากมีแนวทางที่ดีก็น่าจะนำข้อมูลออกมาเผยแพร่เพื่อช่วยเหลือกันและกันปัจจุบันไม่ใช่ยุคปิดบังข้อมูลต้องเปิดเผยและจริงใจร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีให้เกิดขึ้นไม่เช่นนั้นจะไม่เหลือผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อยให้เห็นภายในเวลาไม่นานอย่างไรก็ตามมีแนวทางหนึ่งที่เกษตรกรควรทำแม้จะยากนั่นคือการรวมกลุ่มเพื่อสร้างกำแพงปกป้องตัวเองจากปัจจัยลบต่าง ๆ และก้าวไปสู่อาชีพการเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืน






  ชมข้อมูลของ web      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ สำหรับเจ้าของกระทู้และผู้ดูแลบอร์ด สามารถโพสต์
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss