| ผู้ที่โพสต์ |
นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ :: อียูเดินเอาอย่างสหรัฐ สั่งคุมเข้มเมลามีน |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 10/10/2007-17:20 GMT+7  
ย้อนหลังไปเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมามีเหตุการณ์ณืที่น่าสนใจเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา นั่นคือ มีแมวและสุนัขล้มตายลงเป็นจำนวนมากหลังจากที่ได้กินอาหารของ บริษัท เมนูฟู้ด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ และหลังจาก บริษัท เมนูฟู้ด เรียกคืนอาหารทั้งหมดและนๆไปให้ผู้เชี่ยวชาญจาก สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐ (FAD) ตรวจสอบ พบว่า อาหารดังกล่าวมีส่วนผสมของ wheat gluten ซึ่งมีการปนเปื้อนสารเมลามีน สำหรับสานที่ตรวจสอบพบนั้นเป็นสารที่นำเข้าจากจีน และในเวลาต่อมาสหรัฐได้ออกมาตาการห้ามมิให้นำเมลามีนมาผสมในอาหารสัตว์ ส่วนจีนคือประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้เข้าไปเต็มๆ เพราะสหรัฐได้สั่งให้มีการระงับและตรวจสอบสินค้าอาหารสัตว์จากจีนอย่างเข้มข้น
สำหรับการพบเจอเมลามีนเจือปนในอาหารสัตว์นั้น สันนิษฐานกันว่า ผู้ผลิตอาหารสัตว์ต้องการนำไปเพิ่มค่าโปรตีนให้กับอาหารสัตว์ ที่ผลิตมาจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพต่ำและราคาถูก
สำหรับเรื่องราวของเมลามีน ณ วันนี้แม้ว่ายังเป็นเรื่องไกลตัว ในอุตสาหกรรมกุ้งของประเทศไทย เพราะเชื่อว่า เมื่อทุกคนทราบข่าวนี้โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ คงไม่มีใครยอมทุบหม้อข้าวตัวเองนำเจ้าโปรตีนเทียมที่อาจมีการตกค้างและส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคมาผสมในอาหารสัตว์ แต่เราก็ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะจากการที่ทีมงานธุรกิจสัตว์น้ำติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ เมลามีนนั้น ตอนนี้กลุ่มประเทศผู้บริโภคให้ความสำคัญในการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นและต่อไปในอนาคตมีโอกาสที่จะมีการออกมาตรการอะไรสักอย่างขึ้นมา อย่างล่าสุดมีข่าวที่น่าสนใจว่า ยุโรป ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งตลาดกุ้งของไทย และถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ให้ความสำคัญเกี่ยวคุณภาพของอาหารได้ตื่นตัวเกี่ยว เมลามีน หลังจากที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในสหรัฐ โดยสั่งให้มีการตรวจสอบเข้ม ห้ามมิให้อาหารสัตว์มีการปนเปื้อนเมลามีน
โดยข่าวนี้ได้รับการยืนยันจาก นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดี กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสถานการณ์เกี่ยวกับการที่อียูหันมาให้ความสำคัญในการตรวจสอบอย่างเข้มข้น และห้ามมิให้อาหารสัตว์มีการป้อนเปื้อนเมลามีนว่า
ขณะนี้หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารประจำสหภาพยุโรป (EFSA) แจ้งว่า คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกมาตรการให้ประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศ ตรวจเข้มเพื่อหาการปนเปื้อนของสารเมลามีนในสินค้า อาทิ กลูเต็นจากข้าวสาลี, กลูเต็นจากข้าวโพด, กลูเต็นจากถั่ว, rice bran และ rice protein concentrate ที่นำเข้าจากประเทศที่สาม โดยเฉพาะจากจีน ทั้งนี้ EFSA แจ้งว่าสินค้าที่มีการใช้เมลามีนผสมในอาหารสำเร็จรูป เช่น ขนมปัง เส้นพาสต้า พิซซ่า อาหารสำหรับเด็ก เป็นต้น
สำหรับสาเหตุการออกมาตรการของสหภาพยุโรป เป็นผลสืบเนื่องจากหน่วยงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ได้ตรวจพบการปนเปื้อนของสารเมลามีนในสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่นำเข้าจากจีนส่งผลให้สุนัขและแมวในสหรัฐ และแอฟริกาใต้ ที่บริโภคอาหารสัตว์เลี้ยงดังกล่าวล้มป่วยและตายเป็นจำนวนมาก จึงประกาศระงับการนำเข้ากลูเต็นที่ผลิตจากแป้งสาลี (wheat gluten) ที่นำเข้าจากจีน
ทั้งนี้ EFSA กำหนดให้ประเทศสมาชิกรายงานผลการตรวจเข้าระบบ Rapid Alert System for Food and Feed (RASFF) และกำหนดค่าปนเปื้อนเมลามีนที่อนุโลมให้มนุษย์และสัตว์เลี้ยงบริโภคได้ต่อวัน (Tolerable Daily Intake หรือ TDI) ที่ระดับ 0.5 mg/kg body weight perday โดยค่า TDI ดังกล่าวจะครอบคลุมสาร ammeline ammelide และ cyanuri acid ซึ่งเป็นสารประเภทเดียวกับเมลามีน โดยกำหนดอ้างตามระเบียบ Commission Directive EC No.2002/72 of 6 August 2002 ได้กำหนดค่า TDI ของสารเมลามีนในภาชนะที่สัมผัสอาหารที่ระดับ 30 mg/kg ด้วย
สำหรับตัวเลขการส่งออกสินค้าอาหารสัตว์ของประเทศไทยในปี 2549 ได้ส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไปสหภาพยุโรป มูลค่า 2,660 ล้านบาท ส่วนในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2550 (ม.ค.-พ.ค.) มูลค่า 1,041 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในส่วนของวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ไทยนำเข้า ได้แก่ wheat gluten และปลาป่น แต่เป็นการนำเข้าจากจีนในปริมาณไม่มากนัก และมีกรมประมงและกรมปศุสัตว์ตรวจสอบการปนเปื้อนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมลามีนซึ่งเป็นสารที่กรมปศุสัตว์ห้ามนำเข้าอยู่แล้ว แต่ผู้ประกอบการก็ควรขอใบรับรองการตรวจสอบสารเมลามีนในสินค้า wheat gluten จากประเทศผู้ที่ส่งออกมา รวมทั้งป้องกันการถูกตรวจเข้ม ณ ด่านนำเข้าของสหภาพยุโรปด้วย
ด้าน นางกัญญา อมรธีระกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ นครชิคาโก สหรัฐ แจ้งว่า นอกจากบริษัท Menu Food ซึ่งถูกร้องเรียนจากลูกค้าที่ได้กินอาหารของบริษัทเข้าไปตั้งแต่16 มีนาคม 2550 และบริษัทได้เรียกคืนอาหารสัตว์ถึง 100 ชนิด ยังมีบริษัท Hill"s Pet Nutrition จำกัด ในรัฐแคนซัส ที่มีปัญหา ซึ่งทั้งสองบริษัทเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์ให้กับแบรนด์สินค้าของบริษัท Purina, Netle" Purina Pet Care P&G Pet Care และบริษัท IAMS จนได้มีการเรียกคืนสินค้าไปกว่า 100 ยี่ห้อ ปริมาณ 60 ล้านกระป๋อง ดังนั้น ไทยควรระวังการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์เลี้ยงให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบการส่งออก เพราะสหรัฐนำเข้าอาหารแมวและสุนัขจากไทยเป็นอันดับ 3 มีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 20 รองจากแคนาดาและจีน โดยในปี 2549 นำเข้าจากไทยมูลค่า 56.14 ล้านเหรียญสหรัฐ
 
|
|