โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ดข่าววงการกุ้ง www.SiamMarine.com Index : เข้าชมข่าวทั้งหมด (หรือRefresh หน้าจอ) คลิ๊กที่นี่ : นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ :: สาเหตุที่ทำให้การเลี้ยงกุ้งมีต้นทุนสูงและแนวทางแก้ไข
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ :: สาเหตุที่ทำให้การเลี้ยงกุ้งมีต้นทุนสูงและแนวทางแก้ไข  
web
 

โพสต์: 418
โพสต์เมื่อ: 10/10/2007-17:20 GMT+7  

เอื้อเฟื้อบทความโดย นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ ฉบับเดือนตุลาคม 2550
สนใจลงโฆษณา หรือประสงค์จะนำเสนอบทความ ติดต่อได้ที่
คุณทิพวรรณ์ ซื่อสัตย์กุล
โทร. 02-587-4855, 081-441-5710

กำไร คือสิ่งที่ผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งทุกคนต้องการให้เกิดขึ้น แต่จะได้มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการต้นทุนที่ได้ใส่ลงไป และผลที่ได้รับจากการดำเนินการเป็นสำคัญ ผู้เลี้ยงส่วนมากมักเข้าใจว่าการเลี้ยงให้มีกำไรมากนั้น จำเป็นต้องควบคุม ลดและจำกัดสิ่งต่างๆในการผลิตให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความคิดเช่นนี้อาจจะได้เฉพาะบางปัจจัย แต่กับการเลี้ยงที่ต้องการให้ได้ผลผลิตที่ดี มีอัตรารอดสูง การเจริญเติบโตที่รวดเร็ว ได้ขนาดที่ต้องการ และอัตราแลกเนื้อที่เหมาะสมนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องเข้าใจให้ได้ว่า สิ่งที่กุ้งต้องการนั้นต้องได้รับอย่างเพียงพอ หากไม่เช่นนั้นกุ้งอาจจะป่วยบ่อย เสียหายมากหรือไม่ก็โตช้า และอาการของกุ้งเหล่านี้นี่เองที่ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้น ส่งให้ผลประกอบการมีกำไรน้อยหรือขาดทุนได้ในที่สุด
สาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสูง
-กุ้งเสียหาย
-กุ้งป่วย
-กุ้งโตช้า
ส่วนสาเหตุของกุ้งเสียหาย กุ้งป่วย และกุ้งโตช้ามักจะเกิดจาก
-การประหยัดมากจนเกินไป
- ประมาทต่อการเลี้ยงและการจัดการ
-ขาดการป้องกันที่ดี
ต้นทุนสูงจากกรณีกุ้งเสียหาย
จากเหตุการณ์ภาวะราคากุ้งที่ตกต่ำในปัจจุบันประกอบกับปัจจัยการผลิตที่ราคาค่อนข้างสูงด้วยแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องป้องกันมิให้กุ้งเสียหายแม้กระทั่งบ่อเดียว เพราะเสียหายเมื่อไหร่ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกทันที ดังตัวอย่างแสดงในตารางที่ 1
ตารางที่ 1 ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหลังมีการเสียหาย
จับกุ้งปกติ บ่อที่ 1 บ่อที่ 2 บ่อที่ 3 บ่อที่ 4
ค่าใช้จ่าย(บาท) 650,000 650,000 650,000 650,000
ผลผลิต (กก.) 9,000 8,500 8,000 7,500
ต้นทุน(บาท/กก.) 72 76 81 87
หลังกุ้งเสียหาย
ค่าใช้จ่าย(บาท) 210,000 720,000 720,000 720,000
ผลผลิต(กก.) เสียหาย 8,500 8,000 7,500
ต้นทุน(บาท/กก.) 85 90 96
ต้นทุนเพิ่ม(บาท/กก.) 9 9 9
จากตารางที่ 1 แสดงถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหลังมีกุ้งเสียหายในฟาร์ม
โดยสมมุติให้ค่าใช้จ่ายในแต่ละบ่อเท่ากัน คือ 650,000 บาท/บ่อ ผลประกอบการครั้งแรกสามารถจับกุ้งได้ตามปกติทุกบ่อ เมื่อคำนวณต้นทุนจากผลผลิตที่ได้ในแต่ละบ่อแล้วจะเห็นได้ว่าต้นทุนการผลิตต่อกุ้ง 1 กิโลกรัม ของบ่อที่ 1,2,3 และ 4 เท่ากับ 72,76,81 และ 87 บาท ตามลำดับ แต่เมื่อผลประกอบการในรุ่นต่อมา มีกุ้งบ่อที่ 1 ได้รับความเสียหาย (ฆ่าทิ้ง) และได้เกิดค่าใช้จ่ายขึ้น 210,000 บาทในบ่อที่1 ซึ่งจำเป็นต้องนำค่าใช้จ่ายเฉลี่ยลงในบ่อ 2,3 และ 4 เป็นจำนวนเท่ากัน คือเพิ่มบ่อละ 70,000 บาททำให้ผลประกอบการในรุ่นถัดมานั้น มีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นในแต่ละบ่อ 9 บาทต่อกุ้ง 1 กิโลกรัม หากเสียหายเพิ่มเป็น 2หรือ 3 บ่อ ก็ยิ่งเพิ่มต้นทุนการเลี้ยงให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ขาดทุนได้(แนวทางลดความเสียหายกล่าวไว้ตอนท้ายของบทความ)
ตารางที่ 2 ตัวอย่างค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหากรณีกุ้งป่วย
เวชภัณฑ์ที่ใช้ ปริมาณ ราคาต่อหน่วย จำนวนเงิน(บาท)
ดีเกลือ (Mgso4) 525 กก. 8 4,200
สีน้ำเทียม 6 ซอง 450 2,700
ออกซิเจนผง(HO)
4 50 กก. 36 1,800
จำนวนเงินรวม (บาท)
8,700

ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากกรณีกุ้งป่วย
ในภาวะที่กุ้งได้รับปัจจัยการผลิตที่สำคัญและจำเป็น (อาหาร,อากาศ และแร่ธาตุ) ไม่เพียงพอต่อความต้องการอย่างต่อเนื่อง มักเป็นเหตุโน้มนำให้กุ้งอ่อนแอ และป่วยในที่สุด ในการแก้ไขปัญหาแต่ละครั้ง จำเป็นต้องรีบหาสาเหตุที่แท้จริงให้ได้ว่า อะไรคือตัวการที่ทำให้กุ้งป่วย และจะใช้เวชภัณฑ์ตัวไหน ในอัตราเท่าไร ทุกครั้งของการแก้ไขมักจะใช้เวชภัณฑ์ในปริมาณที่มากจึงจะได้ผลที่ชัดเจน แต่เมื่อคิดค่าใช้จ่ายแล้วพบว่าค่อนข้างสูง เช่นกรณีที่เกิดขึ้นจริงในฟาร์มลูกค้ารายหนึ่งในเขตภาคใต้ ฝ่ายบริการวิชากรของบริษัทได้วิเคราะห์ถึงปัญหาของกุ้งป่วยแล้ว ได้แนะนำให้ใช้เวชภัณฑ์ที่จำเป็นดังชนิดและอัตราที่ใช้ (ตามตารางที่ 2 ) ในครั้งนั้น มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นประมาณ 8,700 บาท (ขณะนั้นมีกุ้งอยู่บ่อประมาณ 8,500 กิโลกรัม) จึงประมาณได้ว่าเกิดค่าใช้จ่ายขึ้นมาทันที 1บาท/กุ้ง 1 กิโลกรัม การแก้ไขครั้งนั้นเป็นผลสำเร็จ สามารถทำให้กุ้งแข็งแรง มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ แต่หากไม่สำเร็จ นอกจากจะทำให้กุ้งแย่ลงแล้ว ก็ยิ่งทำให้เสียต้นทุนฟรี

ต้นทุนสูงขึ้นจากกรณีกุ้งโตช้า
การเจริญเติบโตที่ช้า มีผลทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้นด้วย พิจารณาตารางที่3 เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของกุ้งจำนวน 2 บ่อ
จากตารางจะเห็นได้ว่า บ่อที่ 2 การเจริญเติบโตจะช้ากว่าบ่อที่ 1 จะด้วยเหตุจากแหล่งลูกพันธุ์ หรือการจัดการที่ต่างกันก็ตามแต่ แต่ถ้าหากต้องการให้กุ้งบ่อที่ 2 โตเท่ากับบ่อที่ 1 อาจจะต้องใช้เวลาเลี้ยงต่ออีกประมาณ 30 วัน (หาก ADG = 0.12 เท่าเดิม) ถ้าเป็นเช่นนี้ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าค่าอาหาร,ค่าเวชภัณฑ์,ค่าพลังงาน,ค่าแรงงาน รวมทั้งค่าเสียโอกาส จะต้องเพิ่มขึ้นอีกมาก หากต้องเลี้ยงนานวันขึ้นอาจจะเสี่ยงต่อความเสียหายอีกต่อหนึ่งด้วย ดังนั้นควรจะเลี้ยงให้มีการเจริญเติบโตดีเหมือนกับบ่อที่ 1 ต้นทุนจะได้ไม่สูงเกินไป(วิธีการจะได้แนะนำต่อไป)
ตารางที่ 3 กุ้งโตช้าทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้น

บ่อที่ 1 บ่อที่ 2 หมายเหตุ
ADG(ก./ตัว/วัน) 0.15 0.12
อายุการเลี้ยง (วัน) 120 120
ขนาด (ตัว/กก.) 55 69
ให้ได้ขนาดเท่ากัน
(ตัว/กก.) 55 55 บ่อ 2 ต้องเลี้ยงต่ออีก 30 วัน

แนวทางแก้ไขเพื่อควบคุมต้นทุนการเลี้ยง
ในขบวนการเลี้ยงกุ้ง มีปัจจัยหลายอย่างที่มีผลต่อต้นทุนการเลี้ยง เราสามารถจำแนกได้ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควรลดดังนี้
1.ที่สามารถลดได้ โดยไม่ทำให้ผลผลิตลดลง เช่น ยาและสารเคมี หรือปรับลดความหนาแน่นให้เหมาะสมกับการจัดการ
2. ที่ไม่สามารถลดได้ เพราะจะทำให้ผลผลิตลดลง เช่น การเลือกใช้ลูกพันธุ์ อาหารที่มีคุณภาพ และระบบการเลี้ยงที่ถูกต้อง
3. ที่ควรเพิ่ม เพราะจะทำให้ผลผลิตที่สูงขึ้น เช่นระบบการป้องกันที่ดี ระบบการให้อากาศที่มีประสิทธิภาพ
แนวทางการลดต้นทุนเรื่องลูกกุ้ง
1. เลือกใช้ลูกกุ้งที่มีคุณภาพ (ไม่เน้นราคาถูก)
2. เลือกใช้แหล่งลูกกุ้งที่อยู่ใกล้กับบ่อเลี้ยงมากที่สุด
(ลดปัญหาความเครียดจากการขนส่ง)
3. เตรียมดินเตรียมน้ำให้พร้อมก่อนการลงกุ้งในทุกบ่อ
4. ปล่อยในอัตราความหนาแน่นที่เหมาะสม (1-1.5แสนตัวต่อไร่)
แนวทางลดต้นทุนจากการใช้อาหาร
1. ใช้อาหารกุ้งขาวเลี้ยงกุ้งขาว อาหารกุ้งกุลาดำใช้เลี้ยงกุ้งกุลาดำ
2. ให้อาหารกุ้งอย่างเพียงพอกับความต้องการของกุ้ง(อย่าบีบอาหารจนกุ้งโตช้า)
3. สุ่มน้ำหนักกุ้งเพื่อติดตามการเจริญเติบโต (เช็คสุขภาพ) อย่างต่อเนื่อง
แนวทางการลดต้นทุนเรื่องพลังงาน
1. บริหารจัดการการปิด –เปิดเครื่องตีน้ำให้รัดกุมและเปิดให้มีกระแสน้ำไหลเวียนตลอดเวลา (ปิด เฉพาะช่วงให้อาหาร)
2. ซ่อมแซมเครื่องตีน้ำให้สามารถใช้งาน และได้รอบการหมุนที่มีประสิทธิภาพ
3. ควบคุมการเพิ่มของแพลงก์ตอนโดยใช้เวชภัณฑ์ที่เหมาะสมเข้าช่วย
4. เปลี่ยนจากน้ำมันมาใช้ไฟฟ้าหรือแก๊สในการตีน้ำ
แนวทางลดความเสียหายจากโรค
-นำระบบป้องกันโรค(ไบโอซีเคียว) มาใช้และตรวจสอบระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถป้องกันได้จริง
แนวทางลดปัญหากุ้งป่วยและโตช้า
1. เน้นการจัดการแบบป้องกัน เช่น น้ำที่นำมาใช้ระหว่างการเลี้ยงต้องผ่านการฆ่าเชื้อก่อนทุกครั้ง 2. ใช้แร่ธาตุที่จำเป็นต่อความต้องการของกุ้งให้เพียงพอและต่อเนื่อง (ควรเน้นพิเศษในช่วงลอกคราบ)
3.เน้นการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ป้องกัน/แก้ไขปัญหาได้ทันต่อเหตุการณ์
4.ปัจจัยการผลิตที่กุ้งต้องการ (อาหาร อากาศ และ แร่ธาตุ) ต้องไม่ขาดสต๊อก
5. ลดปัญหาเรื่องเหตุโน้มนำ ที่ทำให้กุ้งเครียดให้มากที่สุด
6. สร้างขวัญและกำลังใจแก่คนเลี้ยงประจำบ่อ
ข้อมูลจาก : วารสารข่าวกุ้ง







  ชมข้อมูลของ web      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ สำหรับเจ้าของกระทู้และผู้ดูแลบอร์ด สามารถโพสต์
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss