| ผู้ที่โพสต์ |
หลากสไตล์การเลี้ยง :: การเลี้ยงกุ้งขาวให้ประสบผลสำเร็จ :: ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งกระบี่ |
เว็บมาสเตอร์

โพสต์: 1440 |
โพสต์เมื่อ: 15/09/2007-13:51 GMT+7  
คุณศรีชนะ เอื้อสุนทร (แสงประเสริฐฟาร์ม)
กรรมการสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย
ประเทศไทยเริ่มนำกุ้งขาวแวนนาไมเข้ามาทดลองเลี้ยงในปี 2541
แต่ไม่เป็นที่สนใจมากนักเนื่องจากระยะนั้นกุ้งกุลาดำ ยังเป็นที่นิยมเลี้ยงกันอยู่และยังมีราคาสูง
กุ้งขาวจึงไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันมากนัก ต่อมาในปี 2545 กุ้งกุลาดำเริ่มเลี้ยงกันไม่ค่อยได้ดี
เป็นโรคง่าย ไม่ค่อยโต ทำให้ผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำขาดทุนเป็นจำนวนมาก กุ้งขาวแวนนาไมจึงเริ่มกลับมาโดดเด่น
และเป็นที่สนใจกันมากขึ้นอีกครั้ง ทางจังหวัดกระบี่ของเราซึ่งอยู่ทางฝั่งอันดามัน
ก็ประสบปัญหาเลี้ยงไม่ค่อยโตเหมือนกัน จึงได้ศึกษาวิถีชีวิตของกุ้งขาวแวนนาไมในถิ่นกำเนิดว่าเป็นเช่นไร
และพัฒนาปรับปรุงระบบการเลี้ยงจนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง
โดยทางฝั่งอันดามันของเราได้เปรียบกว่าที่อื่น ตรงที่ไม่มีฤดูหนาว สามารถเลี้ยงได้ทั้งปี ความเค็มเฉลี่ย
15-40 พีพีที อุณหภูมิ 25-35 องศาเซลเซียสทางฟาร์มของเราเริ่มเลี้ยงเมื่อปลายปี 45 จำนวน 4 บ่อ
ซึ่งสามารถเลี้ยงได้ดีและการเจริญเติบโตดีกว่าที่ทางนักวิชาการแนะนำ
เขาบอกว่าทางฟาร์มไม่สามารถเลี้ยงได้ต่ำกว่าไซซ์ 70 ตัว แต่ทางฟาร์มเราสามารถเลี้ยงและพัฒนาได้ไซซ์ใหญ่
ถึงขนาด 40 ตัวได้
วิธีการจัดการ
ต้องมีบ่อพักน้ำให้เพียงพอกับการเลี้ยง ซึ่งถ้าไม่มีบ่อพักน้ำก็ไม่น่าเสี่ยงเลี้ยง
เพราะกุ้งขาวไม่สามารถทนสารเคมีได้จึงไม่สามารถเติมลงในบ่อเลี้ยงได้
ดังนั้นต้องมีบ่อพักน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนการเตรียมบ่อ บ่อใหม่ให้วัดค่าพีเอชก่อน
จากนั้นปรับค่าพีเอชของดินพื้นบ่อด้วยวัสดุปูน ปูนมาร์ล ปูนขาว ปูนแมกนีเซียม
โดยวิเคราะห์หาความต้องการปูน แล้วจึงนำวัสดุปูนโรยตามพื้น ตามคันบ่อ ตามปริมาณที่กำหนดการเตรียมน้ำ
นำน้ำจากบ่อพักที่เตรียมไว้ดีแล้ว เข้าบ่อเลี้ยงที่ระดับ 1-1.50 เมตร วัดคุณภาพน้ำ
โดยมีคุณสมบัติของน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ดังนี้
- พีเอช (pH) ควรอยู่ที่ 7.8-8.3 กรณีต่ำกว่านี้ให้ปรับโดยปูนขาว จนได้ค่าในช่วงที่กำหนด
- ค่าอัลคาไลนิตี้ (Alkalinity) ไม่ต่ำกว่า 80-100 พีพีเอ็ม (ppm)
- ความเค็ม ควรมีอย่างน้อย 3 พีพีที (ppt) แต่ที่ดีที่สุด 15 - 28 พีพีที (ppt)
- ความกระด้าง มากกว่า 1,000 พีพีเอ็ม (ppm) ขึ้นไป
- ออกซิเจนละลายน้ำ ไม่ต่ำกว่า 4 พีพีเอ็ม (ppm)
- อุณหภูมิ 28-32 องศาเซลเซียส
อัตราการปล่อย
สำหรับอัตราการปล่อยแล้วแต่ความต้องการของผู้เลี้ยงเอง ถ้าต้องการขนาดโตหน่อยก็ควรปล่อย 60,000-70,000
ตัว/ไร่ และถ้าอุปกรณ์ต่างๆ มีความพร้อม
ทั้งเรื่องน้ำสำหรับการเปลี่ยนถ่ายต้องมีมากพอระหว่างการเลี้ยงจะปล่อยไร่ละ 100,000 ตัวก็ได้
เลี้ยงไปประมาณ 90-100 วัน ก็จะได้ขนาด 50-60 ตัว/กก.ถ้าจะปล่อยหนาแน่นคือตั้งแต่ 100,000 ตัว/ไร่
ขึ้นไป ต้องประเมินศักยภาพของผู้เลี้ยงเอง และความพร้อมของฟาร์มว่ามีมากน้อยเพียงใด
เพราะลูกกุ้งขาวแวนนาไมที่มีคุณภาพจะมีอัตรารอดสูงถึง 80% ขึ้นไป
ทำให้ลูกกุ้งจะแน่นมากขึ้นเมื่อเลี้ยงไปสักระยะ ถ้าอุปกรณ์และความพร้อมภายในฟาร์มไม่พอ
โดยเฉพาะเครื่องให้อากาศและปริมาณน้ำที่จะต้องเปลี่ยนถ่าย
โอกาสที่กุ้งจะมีปัญหาในระหว่างการเลี้ยงและต้องจับฉุกเฉินมีสูงมาก
กรณีที่เลี้ยงแบบหนาแน่น แล้วเลี้ยงผ่าน เมื่อครบ 90 วัน กุ้งจะมีขนาดเล็กกว่าการปล่อยเลี้ยงแบบแรก
ซึ่งขนาดของกุ้งที่ได้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยลูกกุ้ง อัตราความหนาแน่น อาหาร และวิธีการเลี้ยงด้วย แต่ขนาด
80-120 ตัว/กก.
ก็ยังอยู่ในความต้องการของตลาดรับซื้อกุ้งขาวแวนนาไมวิธีการปล่อยให้นำลูกพันธุ์กุ้งมาที่ฟาร์ม
ที่เตรียมไว้พร้อมแล้ว ในช่วงเช้ามืดหรือช่วงเย็นที่น้ำในบ่อมีอุณหภูมิที่เหมาะสม (28-32 องศาเซลเซียส)
ให้ลอยถุงลูกกุ้งลงในบ่อที่จะปล่อยทำการเลี้ยง เพื่อปรับอุณหภูมิให้ใกล้เคียงกับน้ำในบ่อ
จากนั้นใช้ใบมีดกรีดถุงออกเพื่อปล่อยลูกกุ้งลงคอกที่กั้นหรือลงบ่อเลี้ยงอัตราการให้อาหารสำหรับการให้อาห
ารลูกกุ้งในช่วงแรกให้อาหาร 2 กก./วัน/ลูกกุ้ง 100,000 ตัว แบ่งออกเป็น 4 มื้อ วันต่อๆ
ไปค่อยเพิ่มขึ้นทีละน้อยประมาณ 0.2-0.3 กก./วัน จนลูกกุ้งมีอายุ 10 วัน ให้เริ่มวางยอ แล้วผสมอาหารเบอร์
2 ให้กินส่วนการเช็ดยออาหารในยอ ให้ใส่อาหาร 1 กรัม/ 1 กิโลกรัมลงในยอ เช็ดยอที่ 3 ชั่วโมง
แล้วปรับเปลี่ยนเมื่อลูกกุ้ง 30 วัน ให้อยู่ที่อาหาร 2 กรัม/กก. เช็คยอ 3 ชั่วโมง เมื่อลูกกุ้งอายุ
40-45 วัน ต้องมีการสุ่มแหเพื่อดูว่ากุ้งมีน้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไร เช่น 40-45 วัน
ถ้าลูกกุ้งกินอาหารดีจะอยู่ที่ 250-180 ตัว/กก. ในช่วงนี้กุ้งจะกินอาหารเบอร์ 3 ใส่อาหารในยอที่ 2
กรัม/กก. เช็ดยอ 3 ชั่วโมง การสุ่มแหควรมีทุกอาทิตย์หรือ 7 วัน/วัน
เพื่อปรับเปลี่ยนเบอร์อาหารและการเช็คอาหารในยอควบคู่เพื่อป้องกันการเวอร์ของอาหาร
เช่นเดียวกันกับการยกยอดูว่าลูกกุ้งกินอาหารได้หรือไม่
เพราะในบางกรณีลูกกุ้งใหญ่กว่าปกติอาจจะกินอาหารเบอร์เล็กกว่าไม่ได้
อาหารในยอจะปรับเปลี่ยนขึ้นอยู่กับตัวกุ้งและน้ำหนัก คือ
น้ำหนักกุ้ง 15-30 วัน 1 กรัม/อาหาร 1 กก. เช็ดยอ 3.5 ชั่วโมง
น้ำหนักกุ้ง 30-40 วัน 2 กรัม/อาหาร 1 กก. เช็คยอ 3 ชั่วโมง
น้ำหนักกุ้ง 5-10 กรัม 2 กรัม/อาหาร 1 กก. เช็ดยอ 2.5 ชั่วโมง
น้ำหนักกุ้ง 10-15 กรัม 3 กรัม/อาหาร 1 กก. เช็คยอ 2.5 ชั่วโมง
น้ำหนักกุ้ง 15-20 กรัม 3 กรัม/อาหาร 1 กก. เช็คยอ 2 ชั่วโมง
น้ำหนักกุ้ง 20-25 กรัม 4 กรัม/อาหาร 1 กก. เช็ดยอ 2 ชั่วโมง
และอีกอย่างที่สำคัญคือการยกยอดู เพราะบางครั้งอาหารอาจจะเข้ามุมยอ กุ้งอาจกินอาหารไม่ได้เหมือนกัน
การให้แสงสว่างการให้แสงสว่างที่ฟาร์มจะให้แสงสว่างจากหลอดไฟโซเดียมสีเหลือง
เพราะหลอดไฟโซเดียมจะให้แสงสว่างได้ดีและอีกทั้งยังป้องกันแมลงต่างๆ ที่อาจจะนำโรคต่างๆ
มาสู่บ่อเพาะเลี้ยงได้
และยังทำให้กุ้งกินอาหารดีในเวลากลางคืนได้ดีอย่างหนึ่งด้วยการให้อากาศเนื่องจากกุ้งขาวแวนนาไมมีความต้อ
งการออกซิเจนมากกว่ากุ้งกุลาดำ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีเครื่องให้อากาศอย่างเพียงพอ
(เครื่องตีน้ำแบบใบพัดหรือแบบสไปรอลก็ได้) เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องขาดออกซิเจน
และเพื่อให้จุลินทรีย์สามารถย่อยของเสียในบ่ออย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเลี้ยงกุ้งด้วยความหนาแน่นสูง
(150,000 ขึ้นไป)ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นต้องคอยดูแลกุ้งอย่างใกล้ชิคหมั่นตรวจสอบคุณสมบัติน้ำเป็นประจำ
จะทำให้แก้ปัญหาได้ทันหรือหาแนวทางป้องกันไว้ล่วงหน้า
ก็จะทำให้ไม่เกิดปัญหาและการสูญเสียในระหว่างการเลี้ยงได้การจับกุ้งปัจจุบันการจับกุ้งขาวสามารถจับได้ทั
้งกลางวันและกลางคืน ถ้าต้องการจับโดยการเปิดประตูให้กุ้งเข้าอวน
ระวังอย่าให้กุ้งเข้ามากองในอวนกันจนแน่นมากเกินไป เพราะอาจจะได้รับความเสียหายได้
จับกุ้งตอนกลางคืนควรปิดไฟหมดทั้งบ่อ ยกเว้นเฉพาะบริเวณหน้าประตูจับกุ้ง
ควรให้แสงสว่างกุ้งจะมาบริเวณที่แสงไฟ
ทำให้เมื่อเปิดประตูให้น้ำไหลออกไปจะจับกุ้งได้รวดเร็วขึ้นการจับกุ้งขาวจะมีข้อแตกต่างจากกุ้งกุลดำอยู่บ
้าง คือ กุ้งกุลาดำจะไหลออกมาตามน้ำเรื่อยๆ แต่กุ้งขาวจะไม่เป็นเช่นนั้น
เมื่อเวลาน้ำไหลออกมากุ้งขาวจะดีดหนีท่อหรือประตู ฉะนั้นไม่ต้องตกใจ
ถ้าน้ำแห้งไปครึ่งบ่อแล้วกุ้งยังไม่ออก กุ้งขาวจะออกมาตอนน้ำใกล้ๆ จะหมดบ่อ
ดังนั้นจึงไม่ควรเร่งสูบน้ำค่อยๆ ปล่อยให้น้ำไหลออกมา กุ้งจะได้ไหลออกตามน้ำได้ทัน
และสุดท้ายกุ้งจะออกจนเกือบหมด จะเหลือบ้างก็ไม่มากนัก เวลาการจับทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง (20
ตัน)
มาตรฐาน คุณภาพของผู้เลี้ยงกุ้งไทย ?
เจ้าของ-ผู้จัดการ
1.ต้องมีความรู้ในด้านการเลี้ยงกุ้งพอสมควรไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะเลี้ยงได้ทุกคน
2.ต้องมีอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำอย่างมีระบบ มีการจดบันทึกรายงานแต่ละบ่อเพื่อวิเคราะห์
การเลี้ยงของแต่ละรอบ
3.ต้องติดตามข่าวสารในด้านการวิจัยพัฒนาเรื่องกุ้งที่เราจะเลี้ยง อย่าเลี้ยงตามกระแสคนพูดและสื่อ
4.ต้องดูว่าพื้นที่ที่เราจะเลี้ยงว่าสามารถเลี้ยงกุ้งนี้ได้หรือไม่ เช่น ดิน น้ำ ความเค็ม ภูมิอากาศ
เป็นต้น
5.ต้องประเมินสถานการณ์ด้านตลาดว่าราคาผลิตภัณฑ์หรือกุ้งที่เราเลี้ยงมีดีมานซัพพลายเป็นเช่นไร
อย่าขนไปขายมากตามที่เขาปั่นราคา
6.ต้องวิเคราะห์ว่ากุ้งที่เราเลี้ยง สามารถเลี้ยงไปหาไซซ์ที่ตลาดต้องการได้หรือไม่
เพื่อหลีกเหลี่ยงกุ้งที่ต่างประเทศผลิตไซซ์นั้นไม่ได้
คนงาน
1.ต้องช่วยพัฒนาฝึกอบรมพนักงาน คนเลี้ยง ในด้านการใช้เวชภัณฑ์นั้นให้ถูกต้องกับการเลี้ยงของเรา
2.ฝึกทักษะด้านการหว่านอาหาร การใช้เครื่องมือให้ถูกต้อง
3.ฝึกทักษะด้านระเบียบวินัย
http://www.kungkrabi.com/activity/view.php?No=8
_________________ อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888
 
|
ning_nhong@yahoo.com
[ไม่ได้ลงทะเบียน] |
วันนี้เครียดกันมั้ย เล่นบอร์ดแล้วยังเครียด มาเล่นเกมส์แก้เครียดกัน ไปลุยกันเลย :)
โพสต์เมื่อ: 12/04/2009-19:29 GMT+7  
ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจการเลี้ยงกุ้ง ตอนนี้ผมมีบ่อเลี้ยงเป็นของตัวเองเเล้ว เเต่ไม่โตเลย 2เดือนเเล้วยังไม่หลุด100เลย 
 
|
สวัสดิ์ณรงค์
[ไม่ได้ลงทะเบียน] |
โพสต์เมื่อ: 12/04/2009-20:02 GMT+7  
เคยเลี้ยงกุ้งมาเกือบ10ปีโดยการเป็นลูกน้องเขาได้ดีตลอด เเต่วันนี้มีบ่อเลี้ยงเป็นของตัวเอง บ่อ3ไร่ปล่อยเเค่100000ตัว ตอนนี้2เดือน15วันเเล้วไซส์อยู่ที่296ตัว 3เดือนจะหลุดร100รึเปล่าหนอ ขอคำเเนะนำหน่อยครับ 
 
|
สวัสดิ์ณรงค์
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 12/04/2009-20:05 GMT+7  
ผมเลี้ยงกุ้งขาวครับ 
 
|
วัชชัย
[ไม่ได้ลงทะเบียน] |
โพสต์เมื่อ: 15/04/2009-10:58 GMT+7  
ปล่อยกุ้งไป800000ตัวบ่อ 6 ไร่ กุ้งขาวอายุได้60วันแล้ว กินอาหารไปมื้อละ 50 โล อยู่ตอนนี้ถอยมาเหลือแค่ 20 โลยังไม่ค่อยหมดเลย หาสาเหตุไม่เจอ น้ำในบ่อขุ่นมาก วัดค่าในบ่อก็ดี อ๊อกเต็มพิกัดไม่ขาด เปลี่ยนอาหารก็แล้วแต่เหมือนเดิม เลยหาสาเหตุไม่เจอ ใครเคยเจอแบบนี้บ้างแนะนำหน่อยครับ
 
|
ทรัพย์นิรันดร์ฟาร์ม
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 15/04/2009-20:06 GMT+7  
ทางฟาร์มลงนอเพลียสซีพี ถึงไม่ดีมากนักแต่อยากให้ลองดูทางฟาร์มไม่ได้แอบอ้างเช็คทางบริษัทได้เลย รับเปิดให้จองชุดใหม่กุ้งพีออก 28-31 เม.ย นี้ สนใจลองโทรมาคุยได้ 0818981745 คุณจตุรงค์
(การสั่งนอเพลียสต้องเป็นสมาชิกเหมือนลูกค้าบ่อดินทางบริษัทมีข้อมูลเราทุกอย่าง)
 
|
SCA
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 12/05/2009-09:44 GMT+7  
ข้อมูลการเลี้ยงที่ละเอียดดีมากครับ สามารถรวมเล่มเป็นตำราน้อยได้ก็ขอขอบคุณทั้งสองท่าน คือ คุณศรีชนะและคุณหมอ และในส่วนของบางท่านที่โพสท์เข้ามาแจ้งว่ามีปัญหาการเลี้ยงกุ้งขาวไม่โต ผมคิดว่าก็ไปทบทวนตามบทความข้างต้นก็จะพบแสงสว่างครับยกเว่นสายพันธุ์ลูกกุ้งเท่านั้นที่ทางคุณศรีชนะไม่ได้พูดถึงมากนัก แต่ ลูกกุ้งคือต้นทางของความสำเร็จครับ สายพันธุ์ที่ดีนั้นอาจจะไม่ใช่ดีทุกครอก อาจจะโชคร้ายไปได้ครอกที่ไม่สมบูรณ์ก็อย่าย่อท้อ เราต้องวัดกับครอกที่ดีที่สุดที่เคยทำได้ และอย่าลงลูกกุ้งจากหลาย ๆ ค่ายในบริเวรบ่อติด ๆ กันอย่างเด็ดขาด ถ้าเรามีหลายโซนและแต่ละโซนห่างกันหลาย กม. ก็ สามารถลงได้ยี่ห้อที่ไม่ซ้ำกันได้ครับ มีสิ่งหนึ่งที่ทางคุณศรีชนะไม่ได้พูดถึงคือ ความลึกของเนื้อน้ำในบ่อ ผมขอบังอาจเสริมนิดนึงครับ ความลึกของบ่อเลี้ยงต้องลึกกว่ากุ้งกุลาดำมากครับ แต่เนื้อน้ำต้องมี 1.5 เมตร และใบพัดตีน้ำต้องมีความเร็ว 100 rpm. (รอบต่อนาทีเป็นอย่างน้อย) ในกุ้งดำ จะมีรอบที่ต่ำกว่ามากครับ และ กี่ใบพัดจึงจะเหมาะสม ก็ จากการวิจัยของผมพบว่า ๑ ใบพักเหมาะสมกับลูกกุ้ง 5000 ตัวครับ และขนาดของบ่อที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือ ไม่ใหญ่เกิน ๓ ไร่ หรือ ๓.๕ ไร่ ๆ ละไม่เกินแสนตัว (รวมแถม) ถ้าจะเลือกลูกกุ้งก็ มีเพียง ๒ ค่านยเท่านั้นที่อยู่ในมาตรฐานที่ทำกำไรได้สูงสุดคือ ของ ซีพี กับ ซายอาคควา พบหลักฐานว่ามีการพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่องครับ ส่วนของเจ้าอื่น ๆ นั้น ยังเป็นแค่ราคาคุยมากกว่าครับ ก็ ต้องพิจรณากันให้ดีดีครับ ถ้าเลี้ยงเก่งแค่ใหน เมื่อได้ลูกกุ้งที่ย้อมแมวขายก็ จะพบกับ ADG ต่ำแน่นอน...ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ
 
|