โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ด www.SiamMarine.com Index : เข้าชมกระทู้ทั้งหมด คลิ๊กที่นี่ : ช่วยเข้ามาแสดงความเห็นกรณีกุ้งหางตายเป็นสีแดงแต่ตัวยังไม่ตาย ว่ายน้ำได้ กันหน่อยครับ
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ ช่วยเข้ามาแสดงความเห็นกรณีกุ้งหางตายเป็นสีแดงแต่ตัวยังไม่ตาย ว่ายน้ำได้ กันหน่อยครับ  
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 20/12/2006-20:03 GMT+7  


บทความนี้ ลงตีพิมพ์ใน นสพ.กุ้งไทย
ปีที่4 ฉบับที่75 เดือน ธันวาคม 2549







....... รูปที่นำมาแสดงในวันนี้ เป็นกุ้งขาวอายุ100วัน ไซส์ 70 ตัวต่อกิโลกรัม จากบ่อเลี้ยงของเกษตรกรรายหนึ่ง บ่อเลี้ยงปูด้วยพีอีชนิดบางตลอดทั้งบ่อ ระยะแรกๆที่เลี้ยง กุ้งมีอาการแตกไซส์ ขนาดกุ้งต่างกันมาก กุ้งตัวเล็กๆขึ้นมาว่ายที่ขอบบ่ออยู่ตลอดเวลา ได้ทำการตักกุ้งตัวเล็กๆออกเป็นประจำ ( แม้แต่อายุกุ้ง100วัน ก็ยังมีกุ้งแคระแกร็นปรากฏให้เห็น )

....... เมื่อกุ้งอายุได้ราวๆ50วัน ก็เริ่มเห็นกุ้งตัวเล็กๆดังกล่าว มีอาการกล้ามเนื้อขุ่นขาวที่ปลายหาง การกินอาหารช่วง50วันแรก ไม่ดีเท่าที่ควร แต่การกินอาหารค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ และมีกล้ามเนื้อขุ่นขาวตลอดมา จากการสอบถามได้ความว่า คิดว่าการที่กล้ามเนื้อขุ่นขาว ไม่ได้เกิดจากไวรัสที่ร้ายแรง เนื่องจากไม่มีการตายของกุ้งในบ่อ และกุ้งก็กินอาหารเป็นปกติดี

....... เมื่อกุ้งอายุได้ราวๆ80วัน เริ่มพบกุ้งตัวใหญ่ในบ่อ มีอาการกล้ามเนื้อที่ปลายหางขุ่นขาว ลอยให้เห็นเป็นประจำ การกินอาหารปกติดี

.......อายุกุ้ง90กว่าวัน เริ่มเห็นกุ้งตัวใหญ่ มีอาการกล้ามเนื้อที่ปลายหางตาย(Necrosis)เป็นสีแดง แต่ตัวกุ้งยังปกติ ว่ายน้ำได้ แต่ว่ายแบบกุ้งลอยที่ผิวน้ำ ตักได้วันละหลายตัว ไม่มีกุ้งตายลอยปรากฏให้เห็น การกินอาหารปกติดี แต่เกษตกรรายนี้ ไม่ต้องการเสี่ยงกับภาวะที่คาดการณ์ไม่ได้ จึงตัดสินใจจับขาย

.......ผมเห็นว่า กรณีนี้เป็นที่น่าศึกษา ว่ากุ้งลักษณะเช่นนี้ เกิดจากอะไรได้บ้าง หรือน่าจะเกิดจากอะไร จึงได้ถือโอกาสนี้ ถ่ายรูปกุ้งกรณีนี้มา เพื่อเปิดประเด็นให้เพื่อนๆชาวกุ้ง ที่อาจจะเคยพบเห็นกุ้งลักษณะเช่นนี้ในการเลี้ยงที่ผ่านมา หรือที่กำลังเลี้ยงอยู่ ได้ช่วยกันเข้ามาเล่าเรื่องราวว่า ที่เพื่อนๆได้พบมานั้น มีความเหมือนหรือแตกต่างจากที่ผมได้นำมาเสนอมา อย่างไรบ้าง ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการสร้างองค์ความรู้ในการจัดการ เมื่อพบกุ้งที่มีลักษณะดังกล่าวได้อย่างถูกต้องครับ

_________________
โทรมาคุยกันได้ ด้วยความยินดีครับ.....นพ.ธีรพัฒน์ หงสกุล 01-478 8850


[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2006-12-20 20:05 GMT+7]

[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2007-01-21 19:33 GMT+7]






  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เกียรติศักดิ์

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
  วันนี้เครียดกันมั้ย เล่นบอร์ดแล้วยังเครียด มาเล่นเกมส์แก้เครียดกัน ไปลุยกันเลย :)
โพสต์เมื่อ: 20/12/2006-21:19 GMT+7  
สิ่งที่ผมอย่างรู้ เมื่อจับแล้วผลผลิตจับได้ตามเป้าหรือไม่ และเจอตายที่พื้นบ่อหรือไม่(มากน้อยเพียงใด) เพราะที่บอกมากินอาหารปกติ รีบจับเพราะกัวเหตการณ์ที่ไม่คาดคิดที่จะเกิดขึ้น(น่าเสียดาย) ทำไมไม่หาสาเหตุว่าเปนโรคหรือไม่ก่อนจับ

แต่ดูจากรูปผมว่าเป็นช่องว่างกดราคาของแพ

ผมเชื่อว่าอาจจะเป็นโรคกล้ามเนื้อขาวขุ่นก็เป็นไปได้ ถ้าได้นำไปตรวจสอบให้แน่ชัด แต่ที่ไม่ระบาด เพราะกุ้งอาจจะพัฒนาต้านเชื้อได้(ถ้ามาจากพ่อแม่บ่อดิน) และสภาพน้ำยังไม่เลวร้ายจนทำให้กุ้งตัวอื่นๆเครียด จนอ่อนแอโรคแทรกแซงได้ (โรคนี้มีอยู่ในตัวกุ้งอยู่แล้ว รอเวลาฟักตัว)


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 20/12/2006-22:58 GMT+7  
ครับ ผมไปสอบถามมาให้ ได้ข้อมูลว่า อาหารรวม13+ตัน ได้กุ้ง 9+ตัน ระดับFCR1.4+ อายุกุ้ง 100วัน
ไม่เจอกุ้งตายที่ก้นบ่อในระดับที่มีนัยสำคัญครับ
กุ้งลักษณะดังกล่าว มีไม่มากครับ คือไม่เป็นปัญหาต่อการขาย
ในตอนแรกที่เห็นกุ้ง ผมนึกในใจว่า ช่างเหมือนกับกุ้งที่เป็นโรค IMNVมาก แต่สิ่งที่ทำให้ความเชื่อสั่นคลอนไป ก็คือ ไม่พบร่อยรอยของการระบาดไปสู่กุ้งที่เหลือในบ่อ ไม่มีกุ้งตาย ผมพยายามค้นข้อมูลทางinternet เพื่อหาว่า โรค IMNV สามารถมีการดำเนินโรคในรูปแบบที่ไม่รุนแรงได้หรือไม่ แต่ก็ค้นไม่เจอเว็บใดๆที่บรรยายถึงการดำเนินโรคIMNVเลย
มีอีกภาวะหนึ่ง ที่กล้ามเนื้อกุ้งอาจจะขุ่นขาวได้ คือติดเชื้อโปรโตซัว ไมโครสปอริเดียม แต่ผมก็ไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปได้ว่า โรคจากโปรโตซัวตัวนี้ สามารถทำให้กุ้งมีลักษณะเช่นนี้ได้หรือไม่ หากผู้รู้ท่านใดผ่านมาทางนี้ ก็ช่วยบอกข้อมูลด้วยครับ
ส่วนภาวะ muscle cramp syndrome ผมขอตัดทิ้ง เพราะตำแหน่งที่เกิดโรคไม่เข้าข่าย
ภาวะขาดแร่ธาตุก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะเจ้าของบ่อ ได้เติมแร่ธาตุอยู่เสมอๆทุกวัน
ภาวะขาดออกซิเจนก็ตัดทิ้ง เพราะกุ้ง9ตัน ใช้ใบพัด8แขน ตีรอบเร็ว
ไม่ได้นำกุ้งไปตรวจเช็คหาข้อสรุป ได้ความจากเจ้าของบ่อว่า ได้สอบถามLABในพื้นที่แล้ว ไม่มีที่ใดสามารถตรวจเช็คเชื้อโปรโตซัวได้ครับ




_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เกียรติศักดิ์

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 21/12/2006-10:51 GMT+7  
น่าเสียดายที่เกษตรกรความรู้เรื่องโรคยังไม่ได้รับการถ่ายทอดอย่างแพร่หลาย จนหลายๆครั้งมีความรู้สึกว่าเมื่อกุ้งมีลักษณะผิดปกติ ไม่มีความจำเปนที่จะต้องมีส่วนร่วมทางด้านวิชาการ ส่งกุ้งไปตรวจหาสาเหตุต่างๆที่ทำให้กุ้งมีอาการผิดปกติ เพราะบางครั้งนำไปให้กุ้งก็ตรวจไม่ได้เพราะตายไปแล้ว ช่วงวันหยุดบ้างจะรีรอก็ไม่ได้ กุ้งขาวตายเปนโรคจะตายไวมาก ได้แต่ใช้การสังเกตทางกายภาพ สังเกตการกินอาหาร สังเกตสภาพแวดล้อม แล้วค่อยด่วนสรุปเอาเอง
มีหลายๆครั้งที่โรคทอร่าระบาด เมื่อเจอะเจอกุ้งลอยตาย มีแผล ก็ด่วนสรุปจับกุ้งทันที ซึ่งผมมองแล้วไม่ใช่เสมอไป อาการดังกล่าวอาจจะเกิดจากสภาพแวดล้อม สภาพน้ำไม่เหมาะสม ก็มีตายให้เห็นบ้างแต่ไม่รุนแรง แต่ถ้าป่วยเปนโรคจริงๆก็ต้องรีบแก้ไขทันที


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 21/12/2006-14:38 GMT+7  
เห็นด้วยกับคุณเกียรติศักดิ์ครับ ในบางครั้ง การที่กุ้งลอยตาย ถึงแม้จะมากถึงสองร้อยสามร้อยตัว แต่หากยังกินอาหารดี สภาพน้ำดี ไม่มีกุ้งตายมากที่ก้นบ่อ กุ้งบ่อนั้นก็อาจจะเลี้ยงต่อได้
ที่ผมเห็นด้วยเพราะ เจอมากับตัวเองเช่นกัน กุ้งเป็นทอร่าครับ พอลอกคราบมากก็ตายมาก ผมก็แก้ไขโดยการทำให้กุ้งลอกคราบน้อยลง แล้วเลี้ยงต่อ
แต่..... เมื่อมีสมาชิกโทรมาถามผม ให้ช่วยประเมินว่า กุ้งในบ่อ อยู่ในภาวะเร่งด่วนที่จะต้องจับหรือไม่ ผมก็ตกอยู่ในภาวะลำบากใจทุกครั้ง เพราะผมไม่ได้เห็นสภาพบ่อด้วยตาตนเอง ครั้นจะฟันธงว่า เลี้ยงต่อได้ ก็เกรงจะฟันธงผิดและสร้างความเสียหายได้มาก ครั้นจะบอกว่าให้รีบจับ ก็เกรงว่าจะเสียโอกาส เพราะอาจจะเลี้ยงต่อได้
ผมจึงได้แต่แนะนำให้ดูสภาพอื่นๆร่วมด้วย แล้วประเมินว่าไหวรึเปล่า เพราะคงไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเจ้าของบ่อหรอกครับ
เรื่องแบบนี้ ขึ้นอยู่กับ "ความพร้อม" ทั้งในด้านเงินทุน ความพร้อมที่จะยอมรับความเสี่ยงหากผิดพลาด ความพร้อมของจิตใจที่จะยอมรับการตัดสินใจของตนเอง ซึ่งแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน
สำหรับตัวผมเอง ผมจะถือคติ จะจับกุ้งเมื่อชัวร์แล้วว่า เลี้ยงต่อไม่ได้แล้วเท่านั้น กุ้งลอยตาย เกาะขอบบ่อ ผมจะรอดูอาการจนแน่ใจ ว่าไม่ไหวจริงๆจึงจะจับขาย ยอมให้กุ้งตายก้นบ่อบ้างแต่ไม่ยอมจับโดยที่กุ้งยังเลี้ยงต่อได้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้องตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่ดีนัก แต่เป็นความคิดของคนที่ชอบโลดแล่นอยู่บนความเสี่ยงกระมังครับ สมัยเมื่อ1ปีที่แล้ว ที่กุ้งในบ่อของผมเกิดภาวะกล้ามเนื้อตาย กุ้งลอยเยอะมากครับ เกาะข้างก็มาก ผมปล่อยให้กุ้งลอยแบบนั้นอยู่ห้าวัน เพียงเพื่อรอให้คณะ ทีมวิจัยจาก มอ. มาเก็บกุ้งตัวอย่างจากบ่อเลี้ยง แล้วจึงจับ กุ้งก็ตายไปประมาณสี่ถึงห้าร้อยกิโลกรัม แต่เสี่ยงครับ ที่จะทำแบบนั้น ต้องเป็นคนที่ใจพร้อมจะยอมเสียหายเท่านั้น ไม่งั้นกุ้งอาจจะตายหมดบ่อได้หากประเมินพลาด
ดังนั้น หากเพื่อนๆที่พร้อมจะเสี่ยงรอดูอาการ ผมก็จะบอกเล่าประสปการณ์ให้ฟังว่า แบบใหน ที่รอดูอาการได้ แบบใหนที่คิดว่า ไม่รอดีกว่า จากนั้น ก็ถือเป็นหน้าที่ ที่เพื่อนๆจะต้องใช้วิจารณญาณด้วยตนเองว่า จะทำเช่นไรต่อไปครับ

_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 22/12/2006-15:40 GMT+7  
ที่อเมริกาเอง ก็มีการพบกุ้งที่มีลักษณะภายนอกแบบเดียวกับกุ้งที่ติดเชื้อIMNV แต่เมื่อนำไปตรวจPCRกลับพบว่า ผลเป็น Negative (ไม่ได้ติดเชื้อ IMNV) และมีการคาดกันว่า อาจจะเป็น สายพันธ์ใหม่ของเชื้อไวรัส IMNV หรืออาจจะเป็นเชื้ออะไรสักอย่าง ที่ยังไม่รู้จักหรือไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง

อ้างอิง
"In addition to disease caused by well known disease agents like WSSV, TSV, IHHNV, Vibrio spp. and NHP-B, at least five potentially significant diseases were found emerging or re-emerging in cultured stocks of L. vannamei in the Americas. One of these is an infection of the hepatopancreas caused by a haplosporidian which may have been described in L. vannamei from Cuba more than a decade ago but not seen since then. The second was also due to infection of the hepatopancreas tubule epithelial cell nuclei by a parasite tentatively classified as a microsporidian. The third was systemic infections by the bacterium Spiroplasma penaei. The fourth was the finding of IMNV-like pathology in L. vannamei cultured in Cental America. While shrimp with this IMN-like disease presented gross signs and lesions nearly identical to those caused by IMNV in Brazil, the causative agent is not reactive to DNA probes for IMNV nor is it detected by RT-PCR methods for IMNV. These results suggest that this newly recognized disease may be due to a new variant of IMNV. Perhaps, the most significant of the new diseases that were recognized in L. vannamei in 2004-2005, was the appearance of enteric and systemic bacterial infections which may be caused by more virulent strains of Vibrio spp."


ที่มา
http://www.was.org/Meetings/AbstractData.asp?AbstractId=9817



ขณะที่เมืองไทยเราเอง ก็มีร่องรอยของการเกิดโรค IMNV โดย สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำชายฝั่งสงขลา ได้ออกประกาศการเฝ้าระวังโรคนี้ ที่
http://www.aquathai.org/warnning/imnv_warn.php


และข้อมูลจากบริษัทที่ขายชุดคิตเพื่อตรวจโรคIMNV ก็มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า โรคIMNV มีการดำเนิรโรคแบบเรื้อรังได้ (คล้ายๆทอร่า) และปัจจุบัน เท่าที่ทราบ ก็มีการพิสูจน์ว่า มีเชื้อ IMNV ในกุ้งขาว ที่บราซิล (หลายปีมาแล้ว) อ้างอิง
http://www.iq2000kit.com/news_017a.htm


และที่ อินโดนีเซีย (ไม่นานมานี้ อ้างอิง... http://www.shrimpnews.com/FreeNewsBackIssues/FreeNewsAug2006025.html )


_________________
โทรมาคุยกันได้ ด้วยความยินดีครับ.....นพ.ธีรพัฒน์ หงสกุล 01-478 8850


[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2006-12-22 16:03 GMT+7]


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 22/12/2006-16:04 GMT+7  
และนี่คือรูปกุ้งขาวที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ติดเชื้อ IMNV



สรุปว่า กุ้งขาว สามารถเกิดอาการกล้ามเนื้อตายได้จากหลายๆสาเหตุ จากไวรัส IMNV ซึ่งมีความรุนแรงหลายระดับ ผมยังไม่มีข้อมูลตัวเลขที่แน่นอนว่า อัตรารอดกี่% หรือ การดำเนินโรคแบบเรื้อรังจะเป็นไปได้บ่อยแค่ใหน หรือจะตายอย่างรวดเร็ว
หรืออาจเกิดได้จาก เชื้อIMNVที่กลายพันธ์แล้ว และยังไม่ได้รับการ Identify ว่าคือไวรัสชื่ออะไร
หรืออาจจะเกิดจากเชื้อ โปรโตซัว (Microsporidian)
และอาจจะเกิดได้จาก ขาดแร่ธาตุ
ในเมื่ออาการของโรคที่ร้ายแรง กับโรคที่ ไม่ร้ายแรง มาคล้ายคลึงกันเช่นนี้ จึงเป็นความยากลำบากที่จะแยกแยะอย่างเด่นชัดว่า กุ้งที่มีภาวะแบบนี้ เกิดจากสาเหตุใดกันแน่ จึงขอฝากความหวังไว้ที่นักวิชาการและนักวิจัยทุกๆท่าน ได้ช่วยเกษตรกร ด้วยการประมวลองค์ความรู้ในเรื่องดังกล่าว จะได้เป็นแนวทางในการจัดการเมื่อกุ้งเกิดภาวะแบบนี้ต่อไปครับ
เบื้องต้น จึงมีแต่คำแนะนำว่า หากกุ้งมีภาวะเช่นนี้ ก็ควรที่จะรอดูอาการให้แน่ชัด ก่อนที่จะตัดสินใจจับ เพราะกุ้งอาจจะไม่ได้เป็นอะไรที่ร้ายแรงอย่างที่คิด การประเมิน อาจจะดูจาก การกินอาหาร หากปกติหรือลดลงไม่มากนัก ก็น่าจะไม่เป็นโรคที่ร้ายแรง หากไม่มีกุ้งที่ลอยที่ผิวน้ำ ก็น่าจะแปลว่า ไม่ร้ายแรง (กุ้งลอยตอนเช้าๆ อาจจะเพราะขาดออกซิเจน แต่หากบ่ายสามก็ยังลอย ให้นึกถึงว่า กุ้งอาจจะเป็นโรคที่ร้ายแรงเอาไว้ด้วย) กุ้งเกาะข้างบ่อ อาจจะไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงเสมอไป (กรณีเช่นนี้ เจอมาแล้วที่เกาะข้างแค่วันเดียวแล้วกลับเป็นปกติได้) กุ้งลอยตายเป็นร้อยตัว ก็อาจจะเลี้ยงต่อได้ (บ่อที่ลอยตายเป็นร้อยตัว ผมก็ยังเลี้ยงอยู่ อาการดีขึ้นมากแล้ว กินอาหารลดลงกว่าเดิมนิดหน่อย)
แต่หากกุ้ง กินลดลงมาก ลอยตอนบ่ายๆ ตัวที่ตายลอยทั่วบ่อ ตายในยอ เกาะข้างแม้ตอนบ่ายสาม อาการหนักๆโชว์พร้อมๆกันหลายๆอาการเช่นนี้ ก็จับเถอะครับ

_________________
โทรมาคุยกันได้ ด้วยความยินดีครับ.....นพ.ธีรพัฒน์ หงสกุล 01-478 8850


[ ข้อความนี้ได้รับการปรับปรุงโดย: คนเลี้ยงกุ้งสตูล เมื่อ 2006-12-22 16:19 GMT+7]


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เกียรติศักดิ์

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 22/12/2006-19:41 GMT+7  
อย่าตื่นตัว ตั้งสติ ก่อนที่จะเสียหายรุนแรงยังมีเวลาให้ตัดสินใจ
อย่างในกุ้งดำ เมื่อเจอดวงขาวที่หัวกุ้ง จะรีบด่วนสรุปว่าเปนไวรัสทันทีไม่ได้ อาจจะเปนเพียงโรคดวงขาว ที่ไม่ได้เกิดจากไวรัส ความเสียหายย่อมไม่รุนแรง แต่ก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน สังเกตตัวกุ้งว่าเครียดมั้ย(ตัวจะออกชมพูแดง) มีนกบินวนมั้ย(นกจะตาไวมาคน ผมชอบนก ช่วยดูแลแทนได้ กุ้งถ้าไม่ป่วยยากนักที่นกจะกินกุ้งได้ เลยปล่อยให้ว่ายวนในบ่อ) มีลอยบ้างมั้ย อาหารการกิน พีเอช สภาพอากาศ สภาพสีน้ำ(เข้มมั้ย มีตะกอนมั้ย)

กุ้งขาวเลี้ยงง่าย ทน น่ากัวอย่างเดียวเลี้ยงไม่โตตามเป้าหมาย(เปนโรคสร้างความเสียหายก็จับทันที)


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
คนตรัง

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 01/01/2007-18:25 GMT+7  
อาการอย่างนี้น่าจะเป็นโรคทอร่า ผมเคยเจอมาแล้ว


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เกียรติศักดิ์

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 01/01/2007-20:08 GMT+7  
ทอร่าที่คนตรังกล่าวถึงคิดเองแล้วสรุปว่าเป็นทอร่า หรือว่านำกุ้งไปตรวจผลพบทอร่าที่เกิดการแทรกซ้อนในกุ้งดังกล่าวด้วย



     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
คนตรัง

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 03/01/2007-20:27 GMT+7  
อาการที่กุ้งผมเลี้ยงจะลอกคราบติดหาง ลอกไม่ออกหมดแรงตาย เยอะมากด้วย ปลายหางจะมีสีแดง กรมประมงไม่เช็คให้ครับ


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 04/01/2007-16:55 GMT+7  
กุ้งตัวที่ผมนำมาโชว์นี้ กำลังอวดหางสีแดงโดยการว่ายน้ำอยู่ครับ และ ไวรัสก็สามารถเข้าสู่ตัวกุ้งได้พร้อมกันหลายๆเชื้อในเวลาเดียวกัน
บางครั้งเสริมฤทธิ์ทำให้กุ้งตายเร็วและมากกว่าปกติ
แต่บางที ก็หักล้างฤทธิ์กัน ทำให้กุ้งตายน้อยลงก็ได้
คงต้องเก็บข้อมูลเพื่อศึกษาสักระยะครับ
_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
ชูเกียรติ อาชาวงศ์

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 14/05/2007-15:25 GMT+7  


     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
เว็บมาสเตอร์


 

โพสต์: 1440
โพสต์เมื่อ: 17/08/2007-19:58 GMT+7  
--------------------------------------------------------------------------------
มาอัพเดทข้อมูลเรื่องโรคIMNV ครับ ตอนนี้ มีโรคใหม่ที่คล้ายๆกัน คือ PvNV และอาจจะแยกสองโรคนี้ออกจากกันได้โดย อาการ ดังลิ๊งค์ต่อไปนี้ครับ
http://www.iq2000kit.com/news12.htm

--------------------------------------------------------------------------------
ต่อไปเป็น ความรู้เพิ่มเติมเรื่องโรค IMNV

--------------------------------------------------------------------------------

Whitetail--Not To Be Confused with Whitespot
Diagnosing IMNV



The major clinical sign of IMNV (infectious myonecrosis virus, a double-stranded RNA totivirus) is the appearance of white, opaque areas in the tail muscle. As the disease progresses, shrimp become lethargic and 40-60 percent may die. Brazilian shrimp farmers lost an estimated $20 million to IMNV in 2003.

Researchers from the University of Arizona have published a paper that says: Diagnosis of IMNV infection has proven problematic because current methods rely on clinical and histological examinations. Diagnosis based on clinical signs is not reliable, as a number of factors, including hypoxia, crowding, or sudden changes in temperature or salinity can cause similar symptoms. Diagnosis by histological examination is not specific or sensitive.

In the paper, the researchers report the development of a new molecular diagnostic method based on in situ hybridization (ISH, routinely used for the diagnosis of other shrimp viruses) that is both highly specific and sensitive. They developed the method, tested its specificity and then employed it in laboratory bioassays.

The researchers used the method to test the susceptibility of three species of penaeid shrimp to IMNV in laboratory bioassays. Seven animals (mean weight 3 grams) of each species (Penaeus monodon, P. vannamei and P. stylirostris) were injected with 0.1 ml of purified IMNV inoculum from infected shrimp. Shrimp were then maintained in three aquaria on a pelleted ration for 28 days.

The major clinical sign of infection, the appearance of whitish lesions in the tail muscle, was seen first in the vannamei group, in which all of the injected shrimp had obvious lesions after six days. In the stylirostris group, the lesions developed slowly, with only three animals showing signs of infection after seven days. All of the shrimp had lesions after 13 days. No clinical signs of infection were observed in any of the individuals of the monodon group, but lesions could have been obscured by monodon's highly pigmented exoskeleton. On the 14th day after injection, one individual from each species was sacrificed for ISH analysis. They all tested positive for IMNV. In the vannamei group, there were two mortalities (days 13 and 21); no mortalities occurred in either the stylirostris or monodon groups during the bioassay period.

Histological analysis showed that the viral infection was evident only in the skeletal muscle and lymphoid organ. Samples of vannamei (from Belize) and monodon (from Australia) exhibiting muscle necrosis suspected to be caused by IMNV infection were found to be ISH negative. Thus, without the availability of the ISH test, diagnosis based on gross signs or histology could be erroneous.

Vannamei, the natural host of IMNV, appears to be most susceptible based on the onset of clinical signs and degree of mortality. IMNV is not particularly virulent compared to other shrimp viruses such as TSV (Taura), YHV (Yellowhead) and WSSV (whitespot). In the bioassay described here, no mortalities occurred until 13 days after exposure to IMNV. In similar bioassays with TSV, YHV and WSSV, significant mortality usually occurs within 1-3 days. The relatively long delay in mortalities from IMNV infections is possibly because skeletal muscle, the primary target tissue of IMNV infection, can withstand more damage than the other tissues before survival is threatened. Losses from IMNV infection, however, can be significant; over 40 percent mortality often occurs--late in the production cycle. In addition, reduction in market value of the survivors, which have necrotic tail muscles, adds to the economic loss.

Source: World Aquaculture (the quarterly magazine of the World Aquaculture Society, http://www.was.org). Editor-in-Chief, Robert Stickney. In situ hybridization demonstrates that Litopenaeus vannamei, L. stylirostris, and Penaeus monodon are susceptible to Infectious Myonecrosis Virus (IMNV). Kathy F.J. Tang, Carlos R. Pantoja, Rita M. Redman and Donald V. Lightner (Department of Veterinary Science and Microbiology, University of Arizona, Tucson, Arizona 85721 USA, fax 520-621-4899, email fengjyu@.arizona.edu). Volume 38, Number 1, Page 18, March 2007.
ที่มา
http://www.shrimpnews.com/FreeNewsBackIssues/FreeNewsApril200713.html

--------------------------------------------------------------------------------
สรุปว่า เจ้าโรค IMNV นี้ ดูจากอาการ จะบอกยากว่า เป็นโรคนี้หรือไม่ใช่ เพราะ กล้ามเนื้อขุ่นขาว สามารถเกิดขึ้นได้จาก การขาดออกซิเจน (ดังที่ผมได้เคยนำเสนอสาเหตุจากการที่กุ้งขาดออกซิเจนแล้วทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อขุ่นขาว ตามกระทู้นี้ครับ http://www.buildboard.com/viewtopic.php?topic=15549&forum=2202&id=176 ) การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ หรือ ความเค็มอย่างรวดเร็ว, การตรวจทางชิ้นเนื้อ (Histo) ก็ไม่จำเพาะเจาะจง แต่ที่อาจจะบอกได้ว่า เป็นโรคนี้ก็คือ กุ้งจะตายมากครับ ตายได้ถึง40-60%

_________________
อดีตประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล 087-391-7888


  ชมข้อมูลของ เว็บมาสเตอร์      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
มิเตอร์บอมม

[ไม่ได้ลงทะเบียน]
 
โพสต์เมื่อ: 24/08/2007-16:47 GMT+7  
อาการอย่างนี้ผมเคยเจอที่ จ.ตรัง เป็นกลุ่มเชื้อไวรัส สายพันธุ์ RNA แก้ไขโดยการเพิ่มพลังงาน และให้สารต้านไวรัส เพื่อช่วยในการบล๊อกไวรัสไม่ให้มีการขยายพันธุ์ ใช้เวลา 7 - 10 วัน อาการตายหยุด สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0813967199 ให้คำปรึกษาฟรี ข้อความ

     แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote
satunss
จูเนียร์


โพสต์: 13
โพสต์เมื่อ: 05/09/2007-12:43 GMT+7  
ขออภัยเพื่อนสมาชิก ที่ผมจำเป็นจะต้องล๊อคกระทู้นี้ชั่วคราว เพราะ มีผู้ปรารถนาไม่ดี ใช้โปรแกรมพวกสแปม มาโพสต์ในกระทู้นี้ และผมไม่มีเวลามาตามลบออก

  ชมข้อมูลของ satunss      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


ให้ใช้งานกระทู้นี้ได้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss