โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ดข่าววงการกุ้ง www.SiamMarine.com Index : เข้าชมข่าวทั้งหมด (หรือRefresh หน้าจอ) คลิ๊กที่นี่ : นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ::เรื่องเล่าจากจีน สินค้าไทยโอกาสรุ่ง แต่กุ้งมีทั้งนำเข้าและส่งออก
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ::เรื่องเล่าจากจีน สินค้าไทยโอกาสรุ่ง แต่กุ้งมีทั้งนำเข้าและส่งออก  
web
 

โพสต์: 418
โพสต์เมื่อ: 17/07/2008-19:55 GMT+7  

เอื้อเฟื้อบทความโดย นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ ฉบับเดือน กรกฏาคม 2551
สนใจลงโฆษณา หรือประสงค์จะนำเสนอบทความ ติดต่อได้ที่
คุณทิพวรรณ์ ซื่อสัตย์กุล
โทร. 02-912-1592, 081-441-5710
ขณะที่ผมนั่งปั่นต้นฉบับงานที่ต้องส่งให้นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำฉบับนี้ เป็นช่วงเวลาต้นเดือนมิถุนายน ที่ผมกำลังอยู่ประเทศจีน เพื่อมาทำภารกิจส่วนตัวเกี่ยวกับการส่งสินค้าเข้าประเทศจีน โดยในช่วงนี้เทศกาลกีฬาโอลิมปิกที่จีนค่อนข้างคึกคักพอสมควร นอกเหนือจากการเร่งสร้างสนามกีฬาแล้ว ในเมืองปักกิ่งยังมีการตกแต่งบ้านเมืองเพื่อไว้รอรับนักกีฬาและนักท่องเที่ยวอย่างน่าดูชมทีเดียว ถ้าไม่ติดการเกิดภัยธรรมชาติซึ่งทำลายทรัพย์สินและคร่าชีวิตของประชาชนคนจีนไปหลายชีวิต ผมเชื่อว่าเทศกาลกีฬาโอลิมปิกที่จีนน่าจะคึกคักมากกว่านี้
ส่วนสถานการณ์ในทางธุรกิจ การค้า ณ ตอนนี้จีนมีการนำเข้าสินค้าทั้งที่ใช้ในการอุปโภคและบริโภคจากต่างประเทศเยอะมาก เหตุผลประการหนึ่งก็เพราะภัยธรรมชาติอีกเช่นกันที่ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรกรของจีนหลายตัวด้วยกันต้องประสบความเสียหาย กีฬาโอลิมปิกในจีนครั้งนี้ผมจึงมองว่าหลายชาติในเอเชียเราได้ประโยชน์พอสมควร โดยเฉพาะประเทศที่มีสถานภาพเป็นผู้ผลิตสินค้าการเกษตร อย่างเช่น ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฯลฯ
ส่วนกระบวนการนำเข้า หลายท่านที่ค้าขายกับจีนคงทราบดีว่าความยากและง่ายนั้นขึ้นอยู่กับว่า รู้จักคนในดีแค่ไหน คำว่าคนในในที่นี้มีถ้าตามความหมายของผมมี 2 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มพ่อค้าหรือนายหน้าและกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ
สำหรับสินค้าที่ไทยเรามีโอกาสในช่วงนี้มีมีหลายตัวด้วยกันเลยครับ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหาร ไม่เว้นแม้กระทั่งกุ้งแปรรูป ผมมองว่าถ้าภาครัฐและกลุ่มผู้ส่งออกไทยมีการประสานงานกันและวางแผนกันดี ช่วงโอลิมปิกเรามีโอกาสกวาดเงินจีนเข้าประเทศเยอะทีเดียว โดยเหตุผลที่มารองรับนั้นตามมุมมองของผมเอง มี 2 ประการด้วยกัน
1.จำนวนกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ซึ่งลำพังคนจีนเองก็มิใช่น้อยอยู่แล้ว ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวและนักกีฬาต่างชาติอีกมายหลายชีวิตด้วยกัน
2.จากภัยธรรมชาติทำให้ผลผลิตด้านการเกษตรกรในจีนลดจำนวนลงไปเยอะมาก อย่างสินค้ากุ้งซึ่งผมได้เขียนถึงไปเมื่อฉบับที่ผ่านมา ณ ตอนนี้ราคากุ้งเข้าค่อนข้างดีทีเดียว
ผมมีโอกาสคุยกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐของจีนที่ทำงานเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออก เขาให้ข้อมูลที่น่าสนใจมากครับ เขาบอกว่า ตอนนี้แนวโน้มการค้าระหว่างจีนกับไทยค่อนข้างมีแนวโน้มที่สดใสทีเดียวด้วยเพราะคุณภาพของสินค้าไทยเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคชาวจีนพร้อมกันนี้ในกลุ่มของผู้นำเข้ายังสะดวกในการติดต่อประสานงานเพราะระยะทางคอนข้างใกล้ โดยที่ผ่านมานั้นไทยมีสินค้าที่ส่งออกไปจีน ตัวเลขมีมูลค่าประมาณ 130,000 ล้านบาท โดยสินค้าที่คาดว่าจะมีศักยภาพในการส่งออกได้เพิ่มขึ้นมีหลายตัวด้วยกัน เช่น กล้วยไม้ ลองกอง เงาะ มะพร้าวอ่อน มะขาม และน้ำมันปาล์มแต่ในมุมกลับกับไทยก็มีโอกาสนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้น เช่นกระเทียม หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง เห็ด แครอท ส้ม แอปเปิ้ล สาลี่ องุ่น ลูกนัท บรอกโคลี ชา และไหม เกือบลืมไปมีสินค้าตัวหนึ่งที่ปริมาณการส่งออกมาประเทศไทยเพิ่มขึ้น คือกุ้งแช่แข็ง เจ้าหน้าที่รัฐท่านนี้บอกกับผมว่า ถ้าไม่มีปัญหาภัยธรรมชาติช่วงต้นปี ซึ่งทำให้ปริมาณการผลิตกุ้งลดลง คาดว่า ตัวเลขการส่งออกมาประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นอีกเยอะทีเดียว
มาถึงตรงนี้หลายคนที่ได้อ่านบทความผมคงมีคำถามในใจกันแล้วใช่ไหมครับว่า ทำไมห้องเย็นต้องนำเข้ากุ้งจากจีน ในเมื่อผลผลิตกุ้งไทยก็มีตั้งเยอะแยะ จะเอาเท่าไหร่บอกมาเดี๋ยวจัดให้ ตรงนี้ผมยอมรับตรงๆ ว่าไม่ทราบครับ เพราะธุรกิจส่วนตัวที่ผมทำอยู่ก็ไม่ได้ใหญ่โตอลังการมากนัก และที่ผ่านมาผมก็ส่งออกเฉพาะกุ้งที่ผลผลิตในประเทศไทย แม้บางครั้งทราบว่ากุ้งจากประเทศเพื่อนบ้านมีราคาถูกกว่ากุ้งไทยพอสมควร
กับสถานการณ์ที่กล่าวมาทั้งหมดกับโอกาสที่ไทยมีแนวโน้มที่สดใสในตลาดจีน ผมจึงอยากเสนอผ่านนิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำไปยังหน่วยงานของรัฐหรือบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายว่า ช่วงกีฬาโอลิมปิกน่าจะเป็นโอกาสดีของเราในการจัดแสดงสินค้านะครับ ด้วยเพราะช่วงนี้กล่าวได้เลยว่าเป็นห่วงเวลาแห่งการพักผ่อนและท่องเที่ยว ทั่งคนจีนเองและกลุ่มคนชาติอื่นที่เดินทางมาดูกีฬา หากเรามีรูปแบบการนำเสนอที่ดี จะได้ 2 เด้งเลยทีเดียว นั้นคือ กลุ่มผู้บริโภคชาวจีนและกลุ่มผู้บริโภคชาวต่างชาติ
ผมมีข้อมูลเกี่ยวกับสถิติการส่งออกมาเล่าสู่กันฟังครับ ซึ่งเป็นข้อมูลจาก สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) โดย ณ ตอนนี้ประเทศไทยเรามีสถานภาพเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารติดอันดับ 13 ของโลกเลยทีเดียว โดยสินค้าเกษตรส่งออกที่นำรายได้เข้าประเทศสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่
1.ยางพาราและผลิตภัณฑ์ เป็นมูลค่าโดยประมาณ 330,768 ล้านบาท
2.ข้าวและผลิตภัณฑ์ เป็นมูลค่าโดยประมาณ 126,968 ล้านบาท
3.ปลาและผลิตภัณฑ์ เป็นมูลค่าโดยประมาณ 85,240 ล้านบาท
4.กุ้งและผลิตภัณฑ์ เป็นมูลค่าโดยประมาณ 82,004 ล้านบาท
5.ไม้และผลิตภัณฑ์ เป็นมูลค่าโดยประมาณ 58,729 ล้านบาท
6.มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ เป็นมูลค่าโดยประมาณ 48,672 ล้านบาท
7.น้ำตาลและผลิตภัณฑ์ เป็นมูลค่าโดยประมาณ 48,609 ล้านบาท
8.ผลไม้และผลิตภัณฑ์ เป็นมูลค่าโดยประมาณ 48,433 ล้านบาท
9.กระดาษและผลิตภัณฑ์ เป็นมูลค่าโดยประมาณ 47,235 ล้านบาท
10.เนื้อไก่หรือเลือดของไก่ปรุงแต่งทำไว้มิให้เสีย มูลค่าส่งออก 32,122 ล้านบาท
สำหรับสถานการณ์กุ้งซึ่งผมทราบจากกองบรรณาธิการธุรกิจสัตว์น้ำว่า ตอนนี้มีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งหลายท่านด้วยกันได้สอบถามมาว่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าดีก็จะได้ลงกุ้งต่อ ถ้าไม่ดีก็จะได้หยุดเลี้ยง
หากจะให้ผมตอบตอนนี้ (9 มิถุนายน 2551) โดยความรู้สึกส่วนตัว เชื่อว่าราคากุ้งต้องขยับขึ้น ส่วนจะมากหรือน้อยยอมรับความตอบไม่ได้ โดยเหตุผลที่มารองรับนั้น เป็นเรื่องของจิตวิทยาครับ ขยายความก็คือ ณ ตอนนี้รัฐบาลเปิดรับจำนำกุ้งแล้ว แม้ปริมาณการรับจำนำอาจจะน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับความต้องการของผู้เลี้ยง แต่สิ่งที่ตามมาคือ กระบวนการหลีกเลี่ยงของห้องเย็นที่ไม่ต้องการจะเข้าร่วมโครงการรับจำนำกับรัฐ โดยอ้างว่าการรับจำนำนั้นจะส่งผลต่อคุณภาพของวัตถุดิบและการทำให้ราคากุ้งขาดเสถียรภาพ จึงต้องมีการปรับราคากุ้งให้สูงเท่ากับราคารับจำนำหรือสูงกว่าเพื่อให้ผู้เลี้ยงไม่ขายกุ้งเข้าโครงการ และที่น่าสนใจคือ การที่ทางสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งออกประกาศว่า ต่อไปจะมีการตั้งราคากลางรายสัปดาห์ ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่า ราคากลางที่ออกมานั้นจะส่งผลอย่างไร แน่นอนว่า ถ้าราคาสูงยอมส่งผลในด้านบวก แต่ถ้าต่ำก็ส่งผลในด้านลบ แต่จากคำประกาศผมค่อนข้างอุ่นใจแทนผู้เลี้ยงกุ้ง คือ สมาคมประกาศออกมาว่าจะตั้งราคาให้สมเหตุสมผลกับต้นทุนการผลิตของผู้เลี้ยง ขยายความก็คือ ราคาที่ประกาศออกมาถ้าเลี้ยงผ่าน ผู้เลี้ยงกุ้งมีกำไรแน่นอน
พร้อมกันนี้จากปริมาณวัตถุดิบกุ้งในปีนี้ เท่าที่ผมทราบมาลดลงพอสมควร ดังนั้นถ้าเป็นภาวะปกติราคากุ้งต้องมีการขยับขึ้น ย้ำนะครับว่าถ้าเป็นภาวะปกติ ซึ่งหมายความว่าอาจจะมีโอกาสที่ราคากุ้งไม่ปรับราคาสูงขึ้นด้วยเพราะมีกระบวนการจากใครผู้ใดผู้หนึ่งที่ทำให้ราคากุ้งอยู่ในภาวะไม่ปกติ
อย่างไรก็ตามดังที่ผมย้ำพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งมาโดยตลอดว่า แม้สัญญาณที่ท่านได้รับทราบมาอาจจะเป็นบวก แต่การลงกุ้งต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะ ณ วันนี้อุตสาหกรรมกุ้งไทยของเราได้เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร โดยเฉพาะราคากุ้ง ความแน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นอาจจะกลายเป็นความไม่แน่นอนภายในชั่วพริบตาก็เป็นได้
สุดท้ายก่อนจากกันขอออกตัวก่อนว่า ผมได้เขียนต้นฉบับตอนต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งไม่แน่ใจว่าเมื่อธุรกิจสัตว์น้ำฉบับนี้ออกวางแผงตอนต้นเดือนกรกฎาคม สถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง แต่ลึกๆ แล้วผมมั่นใจว่า มิถุนายนนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะในเรื่องของราคากุ้ง และขอทำนายว่าน่าจะเป็นทางด้านบวกดังเหตุผลที่ได้กล่าวไปเบื้องต้น พร้อมกันนี้เมื่อการตรวจสอบเรื่องแรงงานเด็กและแรงงานต่างด้าวจบก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่น่าจะส่งผลด้านบวกเช่นกัน เหตุเพราะอะไรนั้น ขอให้คำตอบล่องลอยอยู่ในอากาศดีกว่านะครับ ผมเองพูดไม่ได้เพราะน้ำมันท่วมปาก บอกได้แค่ว่าน่าจะมีข่าวดีสำหรับคนเลี้ยงกุ้ง สวัสดีครับ







  ชมข้อมูลของ web      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ สำหรับเจ้าของกระทู้และผู้ดูแลบอร์ด สามารถโพสต์
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss