โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ดข่าววงการกุ้ง www.SiamMarine.com Index : เข้าชมข่าวทั้งหมด (หรือRefresh หน้าจอ) คลิ๊กที่นี่ : นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ:: ฤาจะจบสิ้นปลากระชังกับห้องเย็น
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ:: ฤาจะจบสิ้นปลากระชังกับห้องเย็น  
web
 

โพสต์: 418
โพสต์เมื่อ: 17/07/2008-19:56 GMT+7  

เอื้อเฟื้อบทความโดย นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ ฉบับเดือน กรกฏาคม 2551
สนใจลงโฆษณา หรือประสงค์จะนำเสนอบทความ ติดต่อได้ที่
คุณทิพวรรณ์ ซื่อสัตย์กุล
โทร. 02-912-1592, 081-441-5710
บทความพิเศษ โดย บรรยงค์ สิทธิพรมมา
เมื่อวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้เข้าร่วมสัมมนาวิชาการ ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในหัวข้อเรื่อง “ทิศทางปลาน้ำจืดและโครงการรับซื้อจากห้องเย็น” มีผู้เชี่ยวชาญหลายๆด้านเข้าร่วมเสวนา ทั้งกรมประมง นักวิชาการ ฟาร์มเพาะเลี้ยง รวมทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงจริงๆเข้าร่วมงานดังกล่าว มีอยู่ตอนหนึ่งที่ทางห้องเย็นแห่งหนึ่งกล่าวถึงคอนแทรค ฟาร์มมิ่ง รับลูกปลาและอาหารไป และทางบริษัทรับประกันราคาซื้อคืน ราคาอาหาร 510 บาท รับประกันราคาปลา 37-40 บาท ฟังแล้วอยากจะพูดและอธิบายเรื่องต้นทุนให้ฟังกันอีกครั้งว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงไรกับราคาประกันดังกล่าว จะคิดกันคร่าวๆ ไม่ลงลึกถึงต้นทุนทุกอย่าง
1.อาหาร 510 บาท/ถุง นั่นคือ 25.5 บาท/กก. อัตราแลกเนื้อแบบพื้นฐาน 1.5 คิดเป็นต้นทุนค่าอาหารเท่ากับ 38.25 บาทต่อการผลิตปลา 1 กิโลกรัม
2.ลูกปลาราคา 2.50 บาท/ตัว ที่อัตรารอด 80 % คิดเป็นต้นทุนปลาเท่ากับ (2.50×100)÷80 คิดเป็น 3.15 บาท/ปลา 1 ตัว(1 กก./ตัว)
3.แรงงาน 2 บาท/กก.
รวมต้นทุนการผลิตคร่าวๆเท่ากับ 43 บาท/กก.
ครับ คิดกันง่ายๆแล้วก็เห็นใจกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังที่คาดหวังจะป้อนห้องเย็นเมื่อคราวจำเป็น แต่เราทุกคนก็ทราบเช่นเดียวกันว่า ราคาปลาห้องเย็นเต็มที่คือ ขนาดปลา 800 กรัม/ตัวขึ้นไป ราคาไม่เกิน 35-37 บาท/กก. และราคานี้ต้องส่งถึงหน้าโรงงาน แต่ก็ไม่ใช่เสมอไปที่ทำไม่ได้ เพราะมีเกษตรกรหลายๆรายเริ่มผลิตปลาต้นทุนต่ำเพื่อป้อนให้กับตลาดทั้ง 2 ทาง ทั้งตลาดท้องถิ่นและห้องเย็นนั่นคือ วิธีการทำปลาอาบน้ำ
ปลาอาบน้ำจะเลี้ยงด้วยน้ำเขียว 4-5 เดือน แล้วย้ายลงกระชังขุนอาหารเม็ดอีก 2 เดือน ได้ปลาขนาด 800 กรัม/ตัว เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งปลาสดและห้องเย็น รวมทั้งสามารถลดต้นทุนการเลี้ยงลงได้มากทีเดียว แต่วิธีการนี้ก็มีข้อจำกัดอยู่คือ คุณต้องมีพื้นที่มาก และอยู่ใกล้แหล่งน้ำสำหรับวางกระชัง หรือมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เป็นของตนเองเพื่อวางกระชังดังกล่าว มาดูสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนการผลิตปลากระชังในอีสานสูงขึ้น
1.ราคาอาหารปลาปรับขึ้นตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2551 จนถึงปัจจุบัน 4 ครั้ง ครั้งละ 20 บาท รวมปรับขึ้นทั้งหมด 80 บาท/ถุง หรือ 4 บาท/กก. ทำให้ต้นทุนค่าอาหารปรับขึ้นเป็น 35-37 บาท/การผลิตปลา 1 กิโลกรัม
2.ลูกพันธุ์ปลา ทางฟาร์มเพาะพันธุ์ปลามีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน บางฟาร์มขยับราคาส่งขึ้น 10-20 สตางค์/ตัว บางฟาร์มลดขนาดปลาให้เล็กลง แต่ราคาเดิม
3.ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น เห็นได้ชัดเจนที่น้ำมันดีเซลจาก 27 บาท/ลิตร ปัจจุบันในขณะที่ที่ผู้เขียนนั่งเขียนต้นฉบับนี้ราคา43.28 บาท/ลิตร ทำให้ค่าขนส่งอาหารสูงขึ้น จำเป็นต้องปรับราคาอาหารตามไป
4.ภาวะโรคระบาดที่เริ่มมีให้เห็นตั้งแต่ช่วงสงกรานต์เป็นต้นมา เละระบาดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
เรามาเจาะลึกลงไปในเรื่องโรคระบาดที่พบในปัจจุบันครับว่าเป็นมาอย่างไร เท่าที่ผู้เขียนส่งตัวอย่างปลากระชังไปตรวจ โดยใช้ปลาที่ป่วยและยังไม่ตายจากแหล่งน้ำแห่งหนึ่งในอีสาน ส่งเข้าตรวจที่หน่วยจุลชีววิทยา(Microbiology Section) หน่วยงานชันสูตรโรคสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2551 โดยการเพาะเลี้ยงเชื้อแบคทีเรียและทดสอบความไวยาโดยใช้อวัยวะ ตับ ไต สมองของปลาที่ป่วยดังกล่าว พบเชื้อแบคทีเรีย 2 ตัวคือ
1.เชื้อแอโรโมแนส ไฮโดรฟิลลา
2.เชื้อเอ็ดเวิร์ดซิลา ทาดา
ลักษณะของการตายที่พบคือ
1.ปากมีแผล ครีบกร่อน(โดยเฉพาะครีบหาง)
2.เกล็ดหลุด มีแผลหลุมลึก
3.ตกเลือด และพบปรสิตบริเวณเหงือกจำนวนมาก
4.ว่ายน้ำเชื่องช้าอย่างเห็นได้ชัดเจน
5.อัตราการตายจะเพิ่มขึ้นและตายหมดกระชังภายใน 3-4 วัน
เชื้อ ชนิดยาที่ทดสอบ ผลตรวจ
Aromonas Amoxycillin Resistant
Ampicillin Resistant
Cephalexin Susceptible
Doxycyclin Intermediate
Enrofloxacin Susceptible
Erythromycin Intermediate
Norfloxacin Resistant
Oxytetracycline Resistant
Pefloxacin Intermediate
Penicillin G Resistant
Sulfa+Trimethroprim Resistant
Edwardstella Amoxycillin Susceptible
Cephalexin Susceptible
Doxycyclin Intermediate
Enrofloxacin Susceptible
Oxytetracycline Resistant
Resistant = ยาใช้ไม่ได้ผล
Intermediate = ยาที่ใช้ได้ผลปานกลาง
Susceptible = ยาใช้ได้ผลดี
บทสรุปของการใช้ยาในโรคระบาดตัวนี้คือ ยาต้านจุลชีพที่ใช้ได้ผลคือ 3 ตัวดังนี้
- Enrofloxacin
- Norfloxacin
- Cephalexin
หลังจากได้ผลตรวจแล้ว ผู้เขียนได้แนะนำให้กระชังที่เสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ป้องกันปลาในกระชังที่ยังไม่ป่วยดังนี้
1.ฆ่าเชื้อในน้ำโดยการใช้กลุ่มยาฆ่าเชื้อในน้ำที่หาได้ง่าย ได้แก่
-ฟอร์มาลิน
-ไอโอดีน
-กลูตารอล
-ด่างทับทิม
แขวนหรือสาดลงในกระชังที่เลี้ยงปลา
2.ให้ยาต้านจุลชีพที่ทดสอบความไวของยาแล้วได้ผลคือ 3 ตัวข้างบนในอัตราส่วน 5 กรัม/อาหาร 1 กิโลกรัมให้กินติดต่อกัน 7 วัน
ผลของการแนะนำครั้งนี้ สามารถยับยั้งปลาไม่ให้ติดเชื้อได้ยาวนานถึง 2 เดือน ก่อนที่จะพบปลาบางส่วนตาย และต้องจับขายในกิโลกรัมละ 30 บาท เพราะการระบาดเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
อีกกลุ่มที่ปลาเริ่มป่วยเป็นโรคระบาดได้ใช้วิธีธรรมชาติบำบัด โดยการใช้สมุนไพรที่หาได้ในท้องถิ่นคือ ข่าครับ ทุบหัวข่าแล้วนำไปแขวนไว้ในกระชัง และใช้เกลือเม็ดห่อผ้าแขวน วิธีนี้ก็ช่วยได้มากครับ
ด้วยสาเหตุต่างๆเหล่านี้ที่กล่าวมาข้างต้น ปลากระชังเริ่มถอยห่างออกจากห้องเย็นเรื่อยๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ห่วงโซ่ธุรกิจปลาน้ำจืดตัวนี้ ฉบับหน้ากระผมจะนำเสนอภาวการณ์ระบาดของโรคนี้อย่างเจาะลึกอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ








  ชมข้อมูลของ web      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ สำหรับเจ้าของกระทู้และผู้ดูแลบอร์ด สามารถโพสต์
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss