โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

เว็บบอร์ดข่าววงการกุ้ง www.SiamMarine.com Index : เข้าชมข่าวทั้งหมด (หรือRefresh หน้าจอ) คลิ๊กที่นี่ : นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ::จับกระแสปลาน้ำจืด
 
ไปสู่หน้าหลักของ เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ::จับกระแสปลาน้ำจืด  
web
 

โพสต์: 418
โพสต์เมื่อ: 14/08/2008-16:19 GMT+7  

เอื้อเฟื้อบทความโดย นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ ฉบับเดือน สิงหาคม 2551
สนใจลงโฆษณา หรือประสงค์จะนำเสนอบทความ ติดต่อได้ที่
คุณทิพวรรณ์ ซื่อสัตย์กุล
โทร. 02-912-1592, 081-441-5710
แม้ว่าอาหารเม็ดสำเร็จรูปถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเลี้ยงสัตว์น้ำประสบความสำเร็จ ด้วยเพราะอาหารเม็ดสำเร็จรูปที่ผ่านการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ ที่เหล่าบริษัทผู้ผลิตอาหารได้ทำการทดลองและวิจัยมาเป็นอย่างดี แต่ด้วยวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตอาหารสำเร็จรูปมีราคาที่สูงขึ้น ด้วยสาเหตุที่สำคัญ คือ การถูกแย่งพื้นที่เพื่อนำไปใช้ในการผลิตพืชพลังงานทดแทน วัตถุดิบอาหารสัตว์บางตัวถูกแย่งซื้อจากอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปทำให้การปลูกและการจับจากธรรมชาติทำยากขึ้น ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำหลายท่านด้วยกันได้ทำการผลิตอาหารด้วยตนเองในการนำไปใช้เลี้ยงสัตว์น้ำสลับกับอาหารเม็ดสำเร็จรูปที่ผลิตจากบริษัท ซึ่งแม้ว่าจะให้ผลการเลี้ยงที่ด้อยกว่าการเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดสำเร็จรูปอย่างเต็มรูปแบบ แต่เกษตรกรอยู่ในภาวะที่รับได้ด้วยเพราะ สายป่านของตนเองที่สั้นลงจึงต้องดำเนินการลดต้นทุนการเลี้ยง
อย่างไรก็ตามการผลิตอาหารขึ้นมาใช้เองใช้ว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป จะเห็นได้ว่าเกษตรกรที่ผลิตอาหารขึ้นมาใช้เองหลายท่านด้วยกัน ประสบปัญหาจิปาถะมากมาย ที่เห็นเด่นชัดที่สุด คือ อัตราการเจริญเติบของสัตว์น้ำที่เลี้ยงช้าจนเกินสมดุล เหตุที่เป็นเช่นนี้ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากวัตถุดิบที่นำมาใช้ผลิตอาหาร ซึ่งเกษตรกรบางท่านยังไม่เข้าใจว่าวัตถุดิบแต่ละตัวนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างไรบ้าง ดังนั้นเพื่อให้เกษตรกรที่ผลิตอาหารขึ้นมาใช้เองมีความรู้พื้นฐานในเรื่องนี้ ทีมงานนิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำจึงขอข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการผลิตอาหารใช้เองจาก รศ.อุทัย คันโธ ผู้อำนวยการสถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ (034-352035) มานำเสนอเพื่อเป็นแนวทางให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำที่สนใจ
การเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีกำไร เกษตรกรอยู่รอดได้
-สัตว์น้ำมีราคาดี เกิดขึ้นในกรณีเกิดการขาดแคลนสัตว์น้ำ เช่น น้ำน้อย ปลา/กุ้ง ตายมาก เกิดจากโรคระบาด ฯลฯ หรือความต้องการของตลาดสูงขึ้น ทำให้ ปลา/กุ้ง ราคาดี แต่สภาวการณ์ไม่ยั่งยืน เพราะคนเลี้ยงกุ้ง/ปลา จะมากขึ้น และผลิตกุ้ง/ปลา จนล้นตลาดในที่สุด
-การลดต้นทุนการผลิต (เลี้ยง) ให้ถูกลง ได้แก่การลดต้นทุนการผลิต กุ้ง/ปลา ต่อ 1 กก.ให้ถูกลง แม้ราคากุ้ง/ปลา ถูกลง แต่เกษตรกรก็ยังคงธุรกิจการเลี้ยงอยู่ต่อไปได้ แต่ถ้าราคากุ้ง/ปลาสูงขึ้น จะทำให้เกษตรกรได้กำไรมากขึ้นทันที ที่สำคัญ เกษตรกรทุกคนสามารถทำได้ด้วยตนเอง
-การรวบตัวกันเป็นสหกรณ์และทำธุรกิจให้ครบวงจร กล่าวคือ ผู้เลี้ยงสัตว์น้ำจะต้องรวมตัวกันเป็นสหกรณ์และทำธุรกิจครบวงจร โดยเฉพาะการทำตลาดสัตว์น้ำเพื่อให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง รวมทั้งเพื่อการแปรรูปและการส่งออก การพึ่งตลาดในประเทศแต่เพียงอย่างเดียว จะมีความผันแปรมากและมีขนาดตลาดเล็กทำให้เพิ่มกำลังการผลิตและเพิ่มคุณภาพสินค้าไม่ได้ อีกทั้งไม่สามารถพัฒนาธุรกิจการเลี้ยงสัตว์น้ำให้ก้าวหน้าได้ดี
หลักการลดต้นทุนการผลิตสัตว์น้ำ
-การใช้พันธุ์สัตว์น้ำที่มีคุณภาพดี ได้แก่ พันธุ์สัตว์น้ำที่เกิดจากไข่ที่สมบูรณ์ ลูกสัตว์น้ำที่ออกมาจะแข็งแรง มีการเติบโตดี มีความทนทานต่อโรคสูง อัตราการตายต่ำ อัตราแลกเนื้อดี
-การใช้อาหารคุณภาพดี คือ อาหารใช้เลี้ยงกุ้ง/ปลา ต้องมีโภชนะต่างๆ ครบตามความต้องการ อาหารมีการย่อยได้ดี มีสารพิษปนเปื้อนน้อยที่สุด หรือไม่มีเลย อาหารมีกลิ่นกระตุ้นชวนให้สัตว์น้ำกินอาหาร ทำให้กุ้ง/ปลา โตดี มีเนื้อมาก และมี FCR ดี
-การเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม คือ สัตว์น้ำต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมหรือน้ำที่มีคุณสมบัติเหมาะสม อยู่สบายไม่เครียด หรือเครียดน้อยที่สุด
-การกระตุ้นภูมิต้านทานโรคของสัตว์น้ำ คือ สัตว์น้ำต้องมีภูมิต้านทานโรคในตัวเองเพียงพอที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคที่อยู่ในร่างกายและในสภาพแวดล้อมได้ จึงทำให้สัตว์น้ำมีชีวิตอยู่รอดได้ การเจ็บป่วยน้อย และการใช้ยาในการเลี้ยงน้อยที่สุดหรือไม่ใช้เลย
คุณสมบัติของน้ำที่เหมาะสมกับการเลี้ยงสัตว์น้ำ (กุ้ง)
ความเค็ม 0-40 ppt
ออกซิเจนละลายน้ำ ไม่น้อยกว่า 5 ppm
พีเอช 7.6-8.5
ค่าอัลคาไลน์ 80-200 ppm
อุณหภูมิ 25-27 องศาเซลเซียส
แอมโมเนีย ไม่เกิน 1 ppm
ไนไตรท์ ไม่เกิน 0.25 ppm
ก๊าซไข่เน่า ไม่เกิน 0.25 ppm
สนิมเหล็ก ไม่เกิน 0.25 ppm
ความขุ่นใส 30-45 ซ.ม.
น้ำไม่มีแพลงค์ตอนพิษที่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำในปริมาณที่ มากเกิน (ของเสียในน้ำน้อย)
น้ำมีสมดุลของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ (ช่วยย่อยสลายของเสียและช่วยต่อต้านเชื้อโรค) และที่เป็นโทษ (เป็นเชื้อโรค) ในสัดส่วนเหมาะสมตามธรรมชาติ เพื่อการควบคุมกันเอง
งดการใช้สารเคมีต่างๆ ในการฆ่าเชื้อในน้ำ
แนวทางการควบคุมคุณภาพน้ำเพื่อการเลี้ยงสัตว์น้ำ
-ไม่เลี้ยงสัตว์น้ำหนาแน่นเกินไปในบ่อ เพราะถ้าหนาแน่นมาก สัตว์น้ำจะกินมาก ขี้มาก อาหารเหลือมาก น้ำเสียเร็ว
-การให้อาหารเพื่อการใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด คือ อาหารมีโภชนะต่างๆ สมบูรณ์ ย่อยได้ดี ความคงทนเม็ดอาหารในน้ำดี ให้อาหารพอดี สัตว์น้ำกินหมด มีอาหารเหลือตกค้างก้นบ่อน้อยที่สุด
-การใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายของเสียก้นบ่อ ได้แก่ จุลินทรีย์พวก บาซิลลัสหมักกับกากน้ำตาล สาดลงในบ่อเป็นประจำ เพื่อย่อยสลายของเสียในบ่อ
-การให้อากาศ ได้แก่ การตีน้ำ การฉีดพ้นน้ำ การปล่อยอากาศลงในน้ำ ฯลฯ จะช่วยทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น ของเสียในบ่อเลี้ยงลดลง กุ้ง/ปลา กินอาหารมากขึ้น โตดีขึ้น ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น
-การเปลี่ยนถ่ายน้ำ ช่วยระบายของเสีย ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น
-การงดใช้สารเคมีในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำ เช่น การใช้สาร BKC ฟอร์มาลิน โพวิโดนไอโอดีน ซึ่งทำให้คุณภาพน้ำด้อยลงอย่างมาก และทำให้สัตว์น้ำเครียด
ความสำคัญของอาหารต่อการเลี้ยงสัตว์น้ำ
-อาหารคือต้นทุนส่วนใหญ่หรือต้นทุนหลัก (60-70%) ของต้นทุนการเลี้ยงทั้งหมด
-อาหารยังมีผลต่อลักษณะทางเศรษฐกิจของสัตว์ ดังต่อไปนี้
1.การเติบโต , การสร้างเนื้อ/ไขมัน , อัตราแลกเนื้อ
2.สมรรถภาพการสืบพันธุ์ (การสร้างไข่/น้ำเชื้อ)
3.การสร้างภูมิต้านทานโรค/สุขภาพ/อัตราการตาย/การใช้ยาในการเลี้ยงสัตว์น้ำ
ดังนั้นอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์น้ำจึงต้องมีคุณภาพดี เพียงพอกับความต้องการของสัตว์น้ำ จึงทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสัตว์น้ำต่ำสุด
สรุปหลักการที่จะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ประสบความสำเร็จ
-พันธุ์สัตว์น้ำมีความสมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งจะส่งผลให้สัตว์น้ำที่เลี้ยงมีศักยภาพการเติบโตดี แข็งแรง มีการสร้างภูมิต้านทานโรคดี ทนทานต่อการเกิดโรค อัตรารอดสูง
-อาหารเลี้ยงสัตว์น้ำต้องมีคุณภาพสูง กล่าวคือ อาหารที่ให้ต้องมีโภชนะต่างๆ ครบตามความต้องการของสัตว์น้ำ ซึ่งจะส่งผลให้สัตว์น้ำเติบโตดี เนื้อมาก ไขมันน้อย อัตราแลกเนื้อดี สร้างภูมิต้านทานโรคดี อัตรารอดสูง ตามศักยภาพของพันธุ์สัตว์
-การเลี้ยงก่อให้เกิดความเครียดต่ำแก่ตัวสัตว์น้ำ ควบคุมคุณภาพน้ำให้ดี เลี้ยงไม่หนาแน่นเกินไป
ชนิดของโภชนะที่สัตว์น้ำต้องการในอาหาร ได้แก่ โปรตีนและกรดอะมิโน , ไขมัน , ไวตามินชนิดต่างๆ , แร่ธาตุชนิดต่างๆ , น้ำ , แป้งและน้ำตาล

ความต้องการอาหารของปลานิล/ตะเพียน/สลิด
ไม่เกิน 1 กรัม/ตัว 1-10 กรัม/ตัว 10-30 กรัม/ตัว เกิน 30 กรัม/ตัว
โปรตีน (%) 40 35 30 28
ไลซีน (%) 2.0 1.75 1.5 1.40
เมท+ซิส (%) 1.4 1.23 1.05 0.98
ทริปโตเฟน (%) 0.40 0.35 0.30 0.28
ทรีโอนีน (%) 1.44 1.26 1.08 1.00
ไขมัน (min%) 4 4 3 3
แคลเซียม (%) 1.0 1.0 1.0 1.0
ฟอสฟอรัส (%) 0.60 0.60 0.60 0.60
เกลือ (%) 0.50 0.50 0.50 0.50
เยื่อใย (max %) 3 5 6 10

ความต้องการอาหารของปลาดุกลูกผสมอุยเทศ
ปลาดุกเล็ก (เบอร์1) ปลาดุกกลาง (เบอร์ 2) ปลาดุกใหญ่ (เบอร์3)
โปรตีน (%) 38 35 28
ไลซีน (%) 1.80 1.70 1.3
เมท+ซิส (%) 0.95 0.90 0.75
ทริปโตเฟน (%) 0.39 0.35 0.30
ทรีโอนีน (%) 1.14 1.08 0.90
ไขมัน (min%) 6 6 4
แคลเซียม (%) 1.0 1.0 1.0
ฟอสฟอรัส (%) 0.50 0.50 0.50
เกลือ (%) 0.50 0.50 0.50
เยื่อใย (max %) 3 5 6

ความต้องการอาหารของกุ้งกุลาด/กุ้งขาว
กุ้งเล็ก (เบอร์1-2-3) กุ้งรุ่น (เบอร์ 4S) กุ้งใหญ่ (เบอร์4)
โปรตีน (%) 40 38 36
ไลซีน (%) 2.30 2.12 1.91
เมท+ซิส (%) 1.44 1.37 1.30
ทริปโตเฟน (%) 0.32 0.30 0.28
ทรีโอนีน (%) 1.44 1.37 1.30
ไขมัน (min%) 6 6 6
แคลเซียม (%) 2.0 2.0 2.0
ฟอสฟอรัส (%) 2.0 2.0 2.0
เกลือ (%) 0.50 0.50 0.50
เยื่อใย (max %) 3 4 4

ความต้องการอาหารของกุ้งก้ามกราม
ระยะ 1 (10-56 วัน) ระยะ 2 (57-112 วัน) ระยะ 3 (เกิน 113 วัน)
โปรตีน (%) 35 32 26
ไขมัน (min%) 6 6 5
แคลเซียม (%) 1.0 1.0 1.0
ฟอสฟอรัส (%) 0.60 0.60 0.60
เกลือ (%) 0.50 0.50 0.50
เยื่อใย (max %) 4 5 7

วัตถุดิบอาหารสัตว์น้ำ
1. มีคุณค่าทางอาหารหรือมีโภชนะต่างๆ ได้แก่ โปรตีน กรดอะมิโนจำเป็นในอาหาร แป้ง ไขมัน ไวตามิน แร่ธาตุ ครบทุกชนิด หรือชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นองค์ประกอบ
2. สัตว์กินแล้วย่อยได้ดี (มีเยื้อใยไม่สูงเกินไป
3. สัตว์กินแล้วไม่ตาย
4. ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน และ/หรือ รสขม

การแบ่งประเภทของวัตถุดิบอาหารสัตว์
1. วัตถุดิบอาหารพลังงาน ได้แก่ ปลายข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง มันสำปะหลัง รำละเอียด
2. วัตถุดิบอาหารโปรตีนสูง ได้แก่ กากถั่วเหลือง ถั่วเหลืองเอ็กทรูด ปลาป่น เนื้อป่น ใบมันสำปะหลัง ในกระถิน ส่าเหล้า ฯลฯ
3. วัตถุดิบอาหารไวตามิน-แร่ธาตุ ได้แก่ พรีมิกซ์ ,ไดแคลเซี่ยมฟอสเฟต ,โมโนแคลเซี่ยมฟอสเฟต , เปลือกหอย , หินปูน ฯลฯ
4. วัตถุดิบอาหารกรดอะมิโน แอล-ไลซีน , ดีแอล-เมทไธฯ , แอล-ทรีโอนีน , แอล-ทริปโตเฟน

องค์ประกอบโภชนะของวัตถุดิบอาหารชนิดต่างๆ
ปลายข้าว ข้าวโพด รำละเอียด มันสำปะหลัง
โปรตีน (%) 8.0 8.0 12.0 2.50
ไลซีน (%) 0.27 0.25 0.55 0.09
เมท+ซิส (%) 0.32 0.39 0.50 0.06
ทริปโตเฟน (%) 0.10 0.09 0.10 0.02
ทรีโอนีน (%) 0.36 0.32 0.40 0.07
ไขมัน (min%) 0.90 3.50 12.00 0.75
แคลเซียม (%) 0.03 0.04 0.06 0.12
ฟอสฟอรัส (%) 0.04 0.01 0.47 0.05
เยื่อใย (max %) 1.00 2.50 12.00 4.00
กากถั่วเหลือง ถั่วเหลืองเอ็กทรูด ใบมันสำปะหลัง มูลสัตว์แห้ง
โปรตีน (%) 44.00 38.00 19.00 16-25
ไลซีน (%) 2.73 2.40 1.91 0.82
เมท+ซิส (%) 1.26 1.09 0.26 0.90
ทริปโตเฟน (%) 0.59 0.52 0.29 0.19
ทรีโอนีน (%) 1.72 1.69 1.64 0.72
ไขมัน (min%) 0.50 18.00 5.60 2.40แคลเซียม (%) 0.25 0.25 0.60 2.00ฟอสฟอรัส (%) 0.20 0.20 0.20 0.40
เยื่อใย (max %) 7.00 5.00 12.50 15.50

ปลาป่น 60% ปลาป่น 64% เนื้อป่น 55% เนื้อป่น 64%
โปรตีน (%) 60.00 64.00 55.00 64.00
ไลซีน (%) 4.10 4.57 2.81 3.68
เมท+ซิส (%) 1.80 2.14 1.66 0.85
ทริปโตเฟน (%) 0.50 0.62 0.55 0.45
ทรีโอนีน (%) 2.30 2.44 2.04 2.00
ไขมัน (min%) 10.00 10.00 7.80 6.00
แคลเซียม (%) 6.20 5.00 10.20 8.00
ฟอสฟอรัส (%) 2.80 2.51 6.20 3.90
เยื่อใย (max %) 0.50 0.50 1.00 0.50








  ชมข้อมูลของ web      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ สำหรับเจ้าของกระทู้และผู้ดูแลบอร์ด สามารถโพสต์
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss