| ผู้ที่โพสต์ |
นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ::นานาทัศนะผู้เลี้ยงกุ้งต่อโครงการห้องเย็นพบเกษตรกร |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 14/08/2008-16:24 GMT+7  
หลังจากที่ราคากุ้งในประเทศไทยตกต่ำอย่างหนัก รวมไปถึงวิกฤติต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้น ทำให้มีหลายองค์กรและหน่วยงานทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอาชีพการเพาะเลี้ยงกุ้งได้ออกมาตรการและดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือเหล่าเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งซึ่งกำลังประสบความเดือดร้อนอย่างหนัก
โดยสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งถือเป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ได้ดำเนินการในการที่จะแก้ปัญหาเกี่ยวกับภาวะราคากุ้งตกต่ำอย่างจริงจัง สำหรับมาตรการที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมและน่าจะมีประโยชน์กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้บ้างไม่มากก็น้อย นั้นคือ
1.การประกาศราคาประมาณการณ์เป็นรายสัปดาห์ ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงได้นำไปวางแผนการเลี้ยงและการจับกุ้งได้อย่างมีเป้าหมาย
2.สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งได้แต่ตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาราคากุ้ง ซึ่งเหล่าคณะกรรมการชุดนี้ได้เดินทางลงพื้นที่ไปพบปะกับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเพื่อปรึกษาถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและต่อยอดไปสู่กระบวนการแก้ปัญหาแบบบูรณาการ โดยสิ้นสุดกรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมา เหล่าคณะกรรมการชุดนี้ได้ไปพบปะกับ แกนนำ กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้ง ชมรม และสมาคม 3 ครั้งแล้ว สำหรับบรรยายกาศในการพบปะพูดคุยกันในแต่ละครั้งทีมงานธุรกิจสัตว์น้ำได้เกาะติดมาเสนออย่างต่อเนื่อง ซึ่งโดยภาพรวมแม้ว่าจะมีการปะทะคารมกันบ้าง แต่เชื่อว่าจะทำให้ห้องเย็นและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้ข้อมูลดี สู่การนำไปต่อยอดในการวางระบบหรือมาตรการในการแก้ปัญหาราคากุ้งในระยะยาว
อย่างไรก็ดีหลังจากที่สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งได้ดำเนินกิจกรรมที่มองว่าจะเกิดประโยชน์กับผู้เลี้ยงกุ้ง สิ่งที่เกิดตามมาจะเป็นอย่างไรกันบ้าง โดยทีมงานธุรกิจสัตว์น้ำได้ทำการประมวลมุมมองจากแกนนำเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ได้เข้าร่วมประชุม ว่าแต่ละท่านมีมุมมองอย่างไร
นายขิ้ม เชี้ยหวัน (แกนนำผู้เลี้ยงกุ้งปัตตานี) : แน่นอนว่าการที่ห้องเย็นลงมาพูดคุยกับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งถือว่าเป็นเรื่องนี้ อย่างน้อยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้มีโอกาสระบายสิ่งที่อัดอั้นตันใจ ห้องเย็นเองก็จะได้รู้ว่า ณ วันนี้ผู้เลี้ยงกุ้งคิดอย่างไรหรือ ราคากุ้งที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้ผู้เลี้ยงกุ้งอยู่ได้หรือไม่ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่าหากห้องเย็นได้รับรู้ตรงนี้น่าจะหาทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ติดตามกันต่อไปว่าหลังจากห้องเย็นได้ลงมารับทราบข้อมูลความเดือดร้อนของผู้เลี้ยงกุ้งแล้ว ราคากุ้งจะขยับขึ้นหรือไม่ หรือห้องเย็นจะมีมาตรการให้ความช่วยเหลืออย่างไร
ส่วนราคากุ้งที่ห้องเย็นประกาศออกมานั้นถ้าพูดกันจริงๆ เกษตรกรรายย่อยยังอยู่ได้ยาก ซึ่งตรงนี้คงทราบกันดีว่า ต้นทุนการเลี้ยงของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อยนั้นค่อนข้างจะสูงกว่ารายใหญ่พอสมควร
สำหรับสถานการณ์การเลี้ยงกุ้งตอนนี้ในทางพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเกษตรกรมีการขยับลงกุ้งเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่เกษตรกรกังวลคือการปรับตัวขึ้นของราคาอาหารเม็ด ซึ่ง ณ วันนี้ (23 กค. 2551) ทราบข่าวมาว่าเหล่าบริษัทอาหารเม็ดกำลังประชุมกันเพื่อขึ้นราคาอาหาร โดยในส่วนของกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้เรากำลังติดตามสถานการณ์ตรงนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุผลในการปรับราคา และจะติดต่อสอบถามไปยังกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับเงื่อนไขว่าบริษัททำถูกต้องหรือไม่ พร้อมกันนี้กำลังประสานกับกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ว่าจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไรบ้างหาก ราคาอาหารที่ปรับขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ที่ผู้เลี้ยงกุ้งรับไม่ได้ และอยากเรียกร้องผ่านไปยังภาครัฐว่า ให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาอาชีพการเลี้ยงกุ้งอย่างจริงจัง อย่างโครงการรับจำนำนั้นในภาพรวมถือว่าช่วยผู้เลี้ยงกุ้งได้เพียงส่วนน้อยเท่านั้น
ว่าที่ร้อยตรีประสิทธิ์ บัวงาม ประธานกรรมการสหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสองทะเล (ปากพยูน) จำกัด : ถ้ามองโดยหลักการแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกับการที่ห้องเย็นได้ลงมาหาเกษตรกร เพราะหากมีอะไรกันจะได้พูดคุยทำความเข้าใจ แต่สิ่งที่ต้องมองต่อเนื่องกันไปคือ หลังจากที่ห้องเย็นรับทราบปัญหาของเกษตรกรแล้วจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยฃ
และผมอยากเรียนให้ทราบว่า ในส่วนของมาตรการจากห้องเย็นเกี่ยวกับการประกาศราคากุ้งออกมาให้ทราบนั้น ถ้ามองโดยภาพรวมอาจจะดี ในการที่เกษตรกรจะได้รู้ว่าจับกุ้งแล้วเป็นอย่างไรบ้าง แต่ในภาพความจริงแล้ว ราคาที่ห้องเย็นประกาศออกมา ณ กรกฎาคม นั้นเกษตรกรคงรับไม่ได้หรือยังขาดทุนนั่นเอง
โดยราคาที่ห้องเย็นประกาศออกมานั้น เงื่อนไขที่เกษตรกรจะอยู่ได้ต้อทำการเลี้ยงด้วยการใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงาน ต้องเลี้ยงให้ได้ FCR 1.5 และต้องเลี้ยงให้ได้อัตรารอดไม่ต่ำกว่า 80% และกุ้งทำบ่อที่ทำการเลี้ยงพร้อมกันได้รอดทั้งหมด ซึ่งถ้าทำได้ตามเงื่อนไขนี้ ถ้าอ้างอิงตามราคาที่ห้องเย็นประกาศออกมานั้นจะมีกำไรแต่ละบ่อประมาณ 10% ซึ่งมองโดยภาพรวมนั้นอาชีพการเลี้ยงกุ้งมีความเสี่ยงพอสมควร จึงอยากกล่าวผ่านนิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำว่า ในเมื่อห้องเย็นมีเจตนาที่ดีแล้ว ก็อยากให้นำปัญหาหรือข้อมูลต่างๆ ที่เกษตรกรนเสนอไปทบทวนและหามาตรการที่ทำให้เกษตรกรอยู่ได้
ในส่วนของสถานการณ์การเลี้ยงกุ้งโดยภาพรวมทางภาคใต้ตอนนี้ ถือว่ายังน่าเป็นห่วง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งหลายรายด้วยกันที่ต้องชะลอและหยุดการเลี้ยง โดยเฉพาะในรายที่ใช้น้ำมันเป็นพลังงานในการตีน้ำ และในส่วนของกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งทางภาคใต้ 8 จังหวัด ที่เรามีการรวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องในสิ่งที่จะทำให้อาชีพการเลี้ยงกุ้งของพวกเราดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งล่าสุดเราได้ประกาศคำแถลงการณ์ไปแล้ว ในการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งหลักๆ แล้วจะมี 3 ข้อด้วยกัน คือ
1.ให้เปิดห้องเย็นเพื่อรับจำกุ้งเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมานั้นจำนวนมีไม่เพียงพอ
2.การให้ความช่วยเหลือเรื่องน้ำมัน ซึ่งตอนนี้รัฐบาลมีโครงการนำเข้านำมันจากรัสเซีย โดย ครม.อนุมัติแล้ว ถ้าเรื่องไปค้างอยู่ที่กระทรวงพลังงาน พร้อมกันนี้ยังมีการโจมตี จากบริษัทผู้ค้าน้ำมันในประเทศว่าเป็นน้ำมันที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว น้ำมันจากรัสเซียเป็นน้ำมันที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน อย่างค่ากำมะถันอยู่ที่ 0.02 ซึ่งดีกว่าค่ามาตรฐานที่มีการกำหนดกันนั่นคือ 0.32 ในประเด็นนี้เราจึงอยากให้ผู้ที่โจมตีน้ำมันจากรัสเซียหยุดโจมตี
3.ให้ลดราคาอาหารเม็ดลงมา 10% โดย ณ ตอนนี้อาหารเม็ดได้ขึ้นราคามาอีก 5% ณ ภาวะเช่นนี้คงไม่ต้องบอกว่าผู้เลี้ยงกุ้งจะเดือดร้อนอย่างไรบ้าง และเกี่ยวกับการขึ้นราคาอาหารเม็ดนั้นเท่าที่เราทราบมา ทางกรมการค้าภายในมีมติให้ชะลอการขึ้นราคาในอาหารสัตว์น้ำ แต่ในส่วนของสัตว์บกอนุมัติให้ขึ้นราคาแล้ว ในจุดนี้ทางกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้ง 8 จังหวัดภาคใต้ กำลังปรึกษากับฝ่ายกฎหมายในการฟ้องร้องกับศาลกับผู้ที่ละเมิด กฎข้อบังคับที่ทางกรมการค้าภายในประกาศออกมา
โดยข้อเรียกร้องทั้งหมดนั้น เราจะให้เวลารัฐบาลอีก 30 วัน หากยังไม่มีความคืบหน้าในการมาช่วยแก้ปัญหา กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งจะทำการประท้วงกันอีกรอบ
คุณคำนึง มฤคี ผู้เลี้ยงกุ้ง จ.ตรัง : การที่ห้องเย็นลงมาพบกับผู้เลี้ยงกุ้งถือเป็นอีกมิติที่ดีที่เกิดขึ้นในวงการกุ้งไทย ด้วยเพราะจะนำมาซึ่งการแลกเปลี่ยนข้อมูลในด้านการผลิตให้สอดคล้องกับการตลาด อย่างไรก็ดี โดยมุมมองส่วนตัวแล้ว อยากจะให้ห้องเย็นดำเนินกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง ในแต่ละพื้นที่อาจจะต้องลงไปพบปะกับผู้เลี้ยงกุ้งมากกว่า 1 ครั้ง เหตุเพราะในบางพื้นที่นั้นการที่อยู่ๆ ห้องเย็นมาบอกแนวทางว่าต้องทำอย่างไรจึงจะสอดรับกับการตลาดนั้น อาจจะยังรับไม่ได้ เพราะมันหมายถึงการปรับกระบวนการผลิตที่อีกรูปแบบหนึ่ง
ส่วนราคากุ้งที่ทางสมาคมฯ ประกาศออกมานั้น จริงๆ แล้วอยากให้ราคาใกล้เคียงกับราคาที่รัฐบาลรับจำนำ เพราะเป็นราคาที่ผู้เลี้ยงกุ้งยังพอมองเห็นกำไรอยู่บ้าง โดยเฉพาะรายย่อย แต่หากมองจากราคาของสมาคมฯ นั้น ผู้ที่อยู่ได้คือรายใหญ่ ซึ่งมีต้นทุนการเลี้ยงที่ต่ำกว่ารายย่อยพอสมควร ยกตัวอย่างแค่ต้นทุนอาหารเม็ด ณ เวลานี้มีฟาร์มเลี้ยงรายใหญ่หลานฟาร์มด้วยกันที่สามารถซื้ออาหารเม็ดในราคาที่ต่ำกว่าเอเย่นต์ซื้อมาขายต่อให้กับรายใหญ่
และจากเรื่องของต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้นเพราะอาหารเพิ่งปรับราคาไปอีกรอบ รวมทั้งในส่วนของต้นทุนน้ำมัน ทำให้ ณ วันนี้ผู้เลี้ยงกุ้งเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรวมตัวกันเพื่อให้เกิดพลังในการต่อรองหรือขอความช่วยเหลือจากภาครัฐหรือองค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง อย่างในเรื่องของน้ำมันจริงๆ แล้วถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนเลี้ยงกุ้ง แต่อย่างที่เราทราบกันดีเพราะมีข่าวออกมานำเสนอตามสื่อๆ ต่าง ว่า ทางบริษัทใหญ่เขาไม่เห็นด้วย ซึ่งคงต้องมีการเจรจากันต่อไป
สำหรับแนวทางการเลี้ยงกุ้งตอนนี้ อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าต้องมีการปรับตัว โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนการเลี้ยงที่ต้องบีบลงมาให้ได้ หรือแนวทางการเลี้ยง ตอนนี้ก็มีหลายคนที่เน้นระยะเวลาการเลี้ยงที่เร็วขึ้น กล่าวคือ เมื่อการเลี้ยงผ่านได้ได้ประมาณ 80 วัน บางรายก็จะทำการจับกุ้งแล้ว ถ้าคำนวณดูว่า พอมีกำไรอยู่บ้าง ซึ่งแนวทางการเลี้ยงอย่างนี้ก็น่าสนใจ เพราะเมื่อกรเลี้ยงผ่านไปนานเข้าบางคนมองว่า ราคากุ้ง ณ วันนี้ค่อนข้างแกว่ง ถ้าสูงขึ้นก็ดีไป แต่ถ้าต่ำลงผู้เลี้ยงกุ้งมีปัญหาทันที พร้อมกันนี้กุ้งยิ่งโตยิ่งกินอาหารเยอะ ต้นทุนก็ยิ่งสูงขึ้น ดังนั้นเอาที่ชัวร์ดีกว่า
คุณจักรินทร์ เพชรเจริญ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรี : หากถามว่าคิดอย่างไรบ้างกับการที่ห้องเย็นลงมาพบปะพูดคุยกับผู้เลี้ยงกุ้ง โดยส่วนตัวในฐานะคนๆ หนึ่งที่มีอาชีพการเลี้ยงกุ้งยอมรับว่ายินดี และมีความคาดหวังไว้ค่อนข้างสูงพอสมควร แต่จากการประชุมกันครั้งล่าสุด มองว่าห้องเย็นมาหาคนเลี้ยงกุ้งเพื่ออะไร ระหว่างมาบอกปัญหาของตัวเองให้คนเลี้ยงทราบหรือแจ้งเหตุที่กุ้งราคาตกกับมารับฟังปัญหาของคนเลี้ยงกุ้ง และคำตอบนี้คงจะเห็นกันในไม่ช้าว่า หลังจากห้องเย็นทราบปัญหาของคนเลี้ยงกุ้งไปแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
สำหรับราคากุ้งที่ห้องเย็นประกาศออกมานั้น ถ้าทำไซส์เล็กพออยู่ได้ แต่ถ้าไซส์ใหญ่ราคาแค่นี้คงไม่ไหว อย่างไรก็ดีการทำกุ้งไซส์เล็กไม่ถือว่าเป็นเรื่องง่าย เพราะการเลี้ยงกุ้งตอนนี้นอกจากต้นทุนสูงแล้ว ความเสี่ยงในเรื่องโรคก็ยังประมาทไม่ได้ สมมติว่า เรามีเป้าหมายจะเลี้ยงกุ้งไซส์เล็ก ก็ต้องลงกุ้งแน่น ถ้าใช้กุ้งคุณภาพ ราคาลูกกุ้งก็ต้องสูง การตีน้ำก็ต้องเพิ่มขึ้น โดยสรุปต้นทุนจะสูงกว่าปกติตั้งแต่เริ่มลงกุ้ง แล้วถ้าเจอปัญหากุ้งตายขึ้นมาทุกอย่างก็จบ
และสถานการณ์ด้านลบสำหรับคนเลี้ยงกุ้งที่เกิดขึ้นมาอีกรอบ คือ การปรับตัวของอาหารเม็ดสำเร็จรูป ประมาณ 5-10% ซึ่งนับจากต้นปี ราคาอาหารปรับขึ้นมากว่า 20% เข้าไปแล้ว และเท่าที่ทราบการปรับล่าสุดจะไม่ใช่การปรับครั้งสุดท้าย จึงต้องลุ้นว่ารัฐบาลจะมีการดำเนินมาตรการอย่างไรบ้างในส่วนของวัตถุดิบ อย่างกากถั่วเหลือง ตอนนี้ภาษี 4% ถ้ามีการปรับลงมาเหลือ 0% เชื่อว่าน่าจะทำให้ต้นของบริษัทอาหารต่ำลงมาและหากมีการปรับราคาขึ้นอีกครั้งก็ไม่น่าจะเพิ่มขึ้นมากนัก
ในส่วนของสถานการณ์ด้านบวก หลายคนคงทราบข่าวเกี่ยวกับเรื่องของภาษีเอดีที่เราชนะสหรัฐ อย่างไรก็ดีข่าวนี้อาจจะไม่เป็นบวกก็ดี เมื่อดูสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐตอนนี้ที่ฟองสบู่แตก และที่ทราบข่าวมาคร่าวๆ คือ เมื่อเราชนะก็จะมีการรีวิวรอบใหม่ ซึ่งบางกระแสบอกว่าไทยอาจลดลงมาเหลือ 0% แต่บางกระแสก็บอกมาว่า เราอาจต้องกลับไปใช้อัตราเดิมเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา
สำหรับสถาการณ์อาชีพการเลี้ยงกุ้งทางภาคตะวันออกตอนนี้ เท่าที่ได้พูดคุยกับเพื่อร่วมอาชีพ โดยเฉพาะรายย่อยนั้น คงจะสู้ต่อกันอีกครอป โดยอาจจะเน้นทำกุ้งไซส์เล็กหรือบางรายก็เน้นไซส์ใหญ่ไปแล้ว ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นคงต้องติดตามกันต่อไป
 
|
|