| ผู้ที่โพสต์ |
นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ::มองราคากุ้งไทย เกษตรกรสงสัยว่า... |
web 
โพสต์: 418 |
โพสต์เมื่อ: 14/08/2008-16:32 GMT+7  
บทความพิเศษ โดย...นพ.ธีรพัฒน์ หงสกุล
มองราคากุ้งไทย เกษตรกรสงสัยว่า...
มีผู้กล่าวไว้ว่า วงการกุ้งเมืองไทย ประกอบด้วยหลายภาคส่วน ที่ต่างต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน จะขาดส่วนหนึ่งส่วนใดไปไม่ได้ และต้องร่วมมือกัน (อย่างจริงใจ) ในการผลักให้อุตสาหกรรมเดินไปข้างหน้าแบบยั่งยืน ความร่วมมือกันอย่างจริงใจ จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ หากแต่ละฝ่าย ยังคงมีความคลางแคลงใจ ในความจริงใจต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายที่มีผลต่อปริมาณผลผลิตกุ้ง คือฝ่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงและห้องเย็นผู้ส่งออก
ความคลางแคลงใจ จากเกษตรกรผู้เลี้ยง ซึ่งจากการที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนั้น ล้วนต่างสงสัยในเรื่องราคากุ้ง ที่ไม่สัมพันธ์กันกับภาวะแวดล้อมต่างๆ จนตกเป็นตะกอนในใจที่ไม่อาจจะขจัดออกไปได้ จนกว่าฝ่ายห้องเย็นผู้ผลิตจะสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน เกษตรกรสงสัยกันว่า ทำไม ราคากุ้งจึงต่ำเกินไป ทั้งที่น่าจะมีราคาที่สูงกว่านี้
ทำไมเกษตรกรจึงมองว่า ราคากุ้งน่าจะดีกว่านี้ หากห้องเย็นไม่ทราบจริงๆ ก็โปรดอ่านต่อไปครับ
1). ค่าเงินบาท
ในขณะนี้ ค่าเงินบาท ได้อ่อนตัวลงพอสมควร (ประมาณ10%) อันส่งผลดีต่อการส่งออก ที่จะทำให้ขายได้ราคาสูงขึ้น และผลของค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงนี้ ส่งผลเป็นรูปธรรมแล้ว เห็นได้จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ห้องเย็น (ให้สัมภาษณ์ลงนสพ.ฐานเศรษฐกิจฉบับวันที่ 6 ก.ค.51 โดย บริษัท ซี แวลู จำกัด :: ในส่วนของการส่งออกปลาทูน่า) ให้สัมภาษณ์ว่า ลูกค้ายอมให้ปรับราคาขายสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิต ตลอดจนค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ซื้อง่ายขายคล่อง
เกษตรกรจึงสงสัยว่า เมื่อค่าเงินบาทอ่อนค่าลงแล้ว ทำไมราคากุ้งจึงยังคงมีราคาต่ำ เพราะห้องเย็นเคยให้เหตุผลว่า เมื่อค่าเงินบาทแข็ง ห้องเย็นจำเป็นต้องลดราคารับซื้อกุ้งลงมา
2).ปริมาณกุ้ง
ห้องเย็นพูดเสมอว่า เมื่อใดก็ตามที่ปริมาณกุ้งมากเกินไป ราคาจะตกต่ำลงตามกลไกตลาด แต่ในขณะนี้ ตัวเลขผลผลิตกุ้งครึ่งปีแรกของปี51 ซึ่งรวบรวมจากใบ Movement Document พบว่าลดลงประมาณ20%
ดังนั้น ตามกลไกตลาดแล้ว ราคากุ้งน่าจะสูงขึ้นกว่านี้
3).ราคาปากบ่อ VS ราคาขายต่างประเทศ
เป็นที่รู้กันว่า ราคากุ้งปากบ่อของไทย ต่ำกว่าจีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย ในขณะเดียวกันกับที่ ราคาที่ห้องเย็นขายให้ผู้ซื้อต่างประเทศนั้น สูงกว่า หรืออย่างเลวก็พอๆ กันกับประเทศคู่แข่ง ห้องเย็นพูดเสมอว่า ไทยเรามีศักยภาพการแปรรูปที่สูงกว่าคู่แข่ง นั่นแปลว่า ต้นทุนในการแปรรูปย่อมต่ำกว่าคู่แข่งด้วย
เกษตรกรจึงพากันสงสัยว่า ห้องเย็นรวมตัวกันซื้อถูกแล้วนำไปขายแพง ใช่หรือไม่
4).การรับจำนำกุ้งโดยภาครัฐ
โดยปกติแล้ว ในอดีตที่ผ่านมา เมื่อมีการรับจำนำกุ้งแล้ว ราคากุ้งในตลาดกลางจะสูงขึ้น พอๆ กันกับราคารับจำนำ แต่ในปีนี้ ราคากลางกลับต่ำกว่าราคารับจำนำ15-20 บาทต่อกิโลกรัม ถึงแม้ห้องเย็นจะอ้างว่า ราคารับจำนำสูงเกินไปก็ตาม แต่ห้องเย็นไม่ควรลืมว่า ต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากเช่นเดียวกัน เกษตรกรจึงพากันคิดว่า ห้องเย็น คำนึงถึงแต่ต้นทุนการผลิตของตนเอง ไม่ได้สนใจต้นทุนของผู้เลี้ยง
มีผู้ให้ข้อสังเกตว่า ราคากุ้งที่ต่ำกว่าราคารับจำนำ15-20 บาทต่อกิโลกรัมนั้น เป็นการเหมาะสมแล้ว เพราะเมื่อนำกุ้งเข้าจำนำ ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณ 15-20 บาท แต่เกษตรกรไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะการนำกุ้งไปขายที่ตลาดกลาง ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่พอๆ กันกับนำกุ้งเข้าจำนำ แต่เข้าจำนำจะได้ราคาสูงกว่า 20 บาทต่อกิโลกรัม จึงเห็นคิวของการรับจำนำ เต็มภายในเวลาไม่กี่วัน
5). ราคากลางรับซื้อกุ้งหน้าโรงงาน
ห้องเย็นกล่าวว่า การที่รัฐรับจำนำกุ้งนั้น เป็นการแทรกแซงตลาด ไม่เป็นธรรมต่อผู้ส่งออก ในขณะเดียวกัน ผู้ส่งออก ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อกำหนดราคารับซื้อกุ้งหน้าโรงงาน โดยราคาที่กำหนดขึ้นมานั้น แทบจะไม่ได้แตกต่างจากราคากลางที่ตลาดทะเลไทย
เกษตรกรมีสิทธิ์ตั้งข้อสงสัยหรือไม่ว่า ห้องเย็นรวมตัวกันเพื่อแทรกแซงราคากุ้ง ให้เป็นไปตามใจของห้องเย็น ?
เพราะเมื่อ ห้องเย็นตั้งราคารับซื้อหน้าโรงงาน ใกล้เคียงกับราคากลางของตลาดทะเลไทย ตามหลักการค้าขายแล้ว ตลาดกลางก็ต้องรับซื้อกุ้ง ในราคาที่พอๆ กับราคาที่ห้องเย็นประกาศหรือต่ำกว่า
ในอนาคตต่อไปข้างหน้า สถานการณ์จะเป็นไปเช่นนี้หรือไม่ เมื่อผลผลิตกุ้งน้อยลงมากๆ ห้องเย็นสามารถใช้กลไกอันนี้ ประกาศราคารับซื้อหน้าโรงงานที่สูงขึ้น จูงใจให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งมากขึ้น เมื่อห้องเย็นติดตามข้อมูลการลงกุ้งจากกรมประมง และพบว่ามีการลงกุ้งเพิ่มขึ้นมากพอแล้ว ก็สามารถประกาศราคารับซื้อให้ต่ำลงได้ตามใจชอบ เพราะอย่างไรเสีย เกษตรกรก็ต้องขายกุ้งให้ห้องเย็นอยู่ดี
อย่างไรก็ดี สิ่งที่กล่าวมาก็ยังเป็นเพียงข้อสงสัยในใจเกษตรกรเท่านั้น ต้องใช้เวลาในการติดตามดูต่อไป
และที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นการรวบรวมข้อสงสัยในใจจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งตามที่ได้รับฟังและพูดคุยกันมา ไม่ได้มีเจตนากล่าวเพื่อสร้างความแตกแยกแต่อย่างใด และยังมีความหวังไว้ว่า ฝ่ายห้องเย็น จะสามารถอธิบายข้อสงสัยในใจเกษตรกรได้อย่างชัดเจน เพราะความร่วมมือกัน จะเกิดขึ้นไม่ได้ ตราบใดที่เกษตรกรผู้เลี้ยง มองห้องเย็นในสภาพที่ มือขวายื่นมาจับมือกับเกษตรกรด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ในขณะที่มือซ้ายถือมีดเอาไว้ข้างหลัง และจ้วงแทงเกษตรกรเมื่อมีโอกาส
 
|
|